เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ•ตอนที่ 8

อย่าคิดว่าฉันจะใจอ่อน

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากตายเพิ่มอีกคน” เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ดังชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวของเขารดรินลงบนลาดไหล่ที่กำลังสั่นเทาของคินน์ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมปนเปกับกลิ่นดินปืนและเศษกระจกที่เพิ่งแตกละเอียด อาคเนย์กดร่างเล็กของเชฟหนุ่มลงกับพื้นไม้ที่เต็มไปด้วยเศษคมกริบ มือหนาข้างหนึ่งโอบรัดเอวสอบของเขาไว้แน่น ราวกับจะใช้ร่างกายตัวเองเป็นเกราะกำบังกระสุนที่อาจตามมาอีกระลอก คินน์หอบหายใจถี่ หัวใจเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก เขาไม่ใช่คนขวัญอ่อน แต่นี่มันเกินกว่าวิถีชีวิตของเชฟร้านอาหารที่ควรจะเป็น “ปล่อย... ฉันหายใจไม่ออก” คินน์กัดฟันตอบ เสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด “อย่าดื้อ” อาคเนย์สั่งสั้นๆ แววตาของเขามืดดำและเต็มไปด้วยอำนาจสังหารที่คินน์ไม่เคยเห็นมาก่อน มันต่างจากเวลาที่เขาใช้สายตาจ้องมองเพื่อกดดันให้คินน์ยอมรับข้อเสนอเรื่องเงินทุน นี่คือสายตาของคนที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้ามาแตะต้อง ‘ของ’ ของเขา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบอดี้การ์ดด้านนอกดังขึ้นก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุม อาคเนย์ผละออกจากร่างของคินน์อย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทที่ยับย่นเพียงเล็กน้อยให้เข้าที่ราวกับว่าเหตุระเบิดเมื่อครู่เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อยที่ไม่มีค่าพอจะทำให้เขาสูญเสียความเยือกเย็น “ทำความสะอาดที่นี่ให้เรียบร้อย ส่วนเธอ...” อาคเนย์หันมามองคินน์ที่ยังนั่งมึนงงอยู่กับพื้น “ตามฉันไปที่ห้องทำงานชั้นบน” “ฉันไม่ไป” คินน์ลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษแก้วออกจากแขนเสื้อ “ฉันจะกลับบ้าน งานของฉันจบแล้ว” อาคเนย์หยุดเดิน เขากลับหลังหันมาเผชิญหน้ากับเชฟปากจัดที่แม้จะอยู่ในสภาพมอมแมม แต่แววตาก็ยังคงไว้ซึ่งความพยศไม่เสื่อมคลาย ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ จนคินน์ต้องถอยหลังไปชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ครัวที่เหลือเพียงซาก “กลับบ้าน?” อาคเนย์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “คุณคิดว่าที่นี่คือเซฟเฮาส์ตามชื่อเล่นที่รี้ดเดอร์ของคุณเรียกเหรอคินน์? ที่นี่คือคุกที่มีคุณเป็นนักโทษชั้นดี และตอนนี้... คุกนี้เพิ่งโดนบุก คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความปลอดภัยที่ฉันมอบให้” เขายื่นมือไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน—กล่องที่คินน์เห็นตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา แต่มันถูกปิดตายไว้เสมอ “นี่อะไร” คินน์ขมวดคิ้ว “ค่าชดเชยที่ทำให้มื้อเย็นของคุณพัง” อาคเนย์วางกล่องลงตรงหน้าคินน์ เมื่อเปิดออก แสงจากโคมไฟระย้ากระทบกับตัวเรือนนาฬิกาหรูที่ประดับด้วยเพชรสีดำน้ำงามมูลค่ามหาศาล มันดูแพงจนน่าเกลียด แพงจนคินน์รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า “ฉันไม่เอา” คินน์ผลักกล่องนั้นกลับไป “อย่ามาใช้เงินฟาดหัวฉันเหมือนที่ทำกับคนอื่น ฉันเป็นเชฟ ไม่ใช่นางบำเรอที่มาให้คุณเปย์เพื่อแลกกับความรู้สึก” อาคเนย์นิ่งไปแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ “ความรู้สึก? คุณคิดว่าผมกำลังซื้อความรู้สึกคุณงั้นเหรอคินน์? หลงตัวเองไปหรือเปล่า” “งั้นก็เก็บไป! ฉันมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่รับของขวัญจากคนที่พยายามจะกักขังฉันไว้ในกรงทองแบบนี้” อาคเนย์สาวเท้าเข้าใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว คินน์สัมผัสได้ถึงความร้อนจากแผงอกของอีกฝ่ายที่แผ่ออกมา เขาพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่กลับถูกนิ้วเรียวยาวเชยคางขึ้น บังคับให้ต้องสบตา “ศักดิ์ศรีที่คุณว่า... มันช่วยให้ร้านอาหารพ่อคุณรอดพ้นจากหนี้สินได้ไหม? มันช่วยหยุดกระสุนนัดที่เกือบจะเจาะกะโหลกคุณเมื่อกี้ได้หรือเปล่า?” อาคเนย์ถามเสียงพร่า ชิดใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน “ถ้าไม่ได้... ก็อย่ามาทำตัวเป็นคนอวดดีในเวลาที่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด” “คุณมันเลว...” “ใช่ ผมมันเลว” อาคเนย์โน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างใบหู เสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่ชวนให้ใจสั่นจนน่ากลัว “เลวพอที่จะรู้ว่าภายใต้ความปากจัดของคุณ คุณกำลังกลัว... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งคุณเผลอใจไปกับเงินของผม คุณจะไม่มีวันได้กลับไปเป็นเชฟที่มีอิสระอีกเลย” คินน์ตัวแข็งทื่อ คำพูดของอาคเนย์เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจ เขาไม่เถียง เพราะนั่นคือสิ่งที่เขาพยายามปิดบังมาตลอด “เก็บนาฬิกานี่ไว้” อาคเนย์ถอดสูทนอกออกแล้วคลุมไหล่ให้คินน์ที่สั่นเทาจากความตกใจ “ถือซะว่าเป็นคำสั่งจากเจ้าของเซฟเฮาส์... ถ้าคุณทำของหาย หรือเอาไปทิ้ง ผมจะถือว่าคุณท้าทายผม และคุณก็รู้ว่าบทลงโทษของผมมันมีราคาแพงกว่านาฬิกาเรือนนี้หลายเท่า” อาคเนย์หมุนตัวเดินออกไปทิ้งให้คินน์ยืนกัดริมฝีปากแน่นอยู่ลำพัง ความแค้นเคืองปนเปไปกับความรู้สึกสับสนที่รุมเร้า คินน์มองนาฬิกาในกล่องสลับกับแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งเดินลับตาไป ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากฝั่งประตูหน้าบ้านก็ดึงสติเขากลับมา คินน์ยังไม่ทันได้ขยับตัว ประตูห้องครัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง! ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายอาคเนย์ปรากฏตัวขึ้น เขาชะงักเมื่อเห็นคินน์ยืนถือกล่องของขวัญอยู่ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่พังพินาศก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าของคินน์ “อาคเนย์ไม่อยู่สินะ...” ผู้มาใหม่ยิ้มกริ่ม แววตาแฝงความนัยที่น่าขนลุก “ดี... งั้นเรามาตกลงกันหน่อยดีกว่า ว่าในฐานะ 'คนรัก' ที่อาคเนย์พยายามซ่อนไว้ คุณมีค่าพอจะให้ผมใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับมันได้แค่ไหน” คินน์ชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลังเมื่อรู้ว่าชีวิตของเขาเพิ่งตกอยู่ในอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าการระเบิดเมื่อครู่หลายเท่า ขอบคุณทุกกำลังใจที่ร่วมลุ้นไปกับคินน์และอาคเนย์นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%