เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ•ตอนที่ 9

เสียงปืนที่ไม่ได้ยิน

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ—ไม่ใช่กลิ่นของเลือด แต่เป็นกลิ่นของความตายที่ถูกขัดเงาจนวาววับ คินน์ชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลังเมื่อรู้ว่าชีวิตของเขาเพิ่งตกอยู่ในอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าการระเบิดเมื่อครู่หลายเท่า เซฟเฮาส์หลังนี้ที่อาคเนย์เคยโอ้อวดนักหนาว่าปลอดภัยยิ่งกว่าห้องนิรภัยของธนาคารกลาง บัดนี้กลับกลายเป็นกรงขังกระดาษที่ถูกเจาะทะลุโดยไร้เสียงเตือน ไม่มีเสียงระเบิดตูมตาม ไม่มีเสียงกระจกแตกกระจายสะเทือนขวัญ มีเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว—ความเงียบที่หมายความว่า ระบบรักษาความปลอดภัยระดับทหารของที่นี่ถูก “ปิดการใช้งาน” ไปเรียบร้อยแล้วโดยที่พวกเขายังไม่ทันได้กระพริบตา “อย่าขยับ” เสียงกระซิบต่ำทุบลงที่ข้างใบหูของคินน์ พร้อมๆ กับที่เอวสอบถูกกระชากเข้าหาแผ่นอกแข็งแกร่งของอาคเนย์ในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณดิบของมาเฟียผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจและกระสุนปืนมานับไม่ถ้วนทำงานเร็วกว่าความคิด นิ้วแกร่งปลดเซฟปืนพกสั้นเก็บเสียงอย่างไร้สุ้มเสียง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วความมืดสลัวของห้องครัวสไตล์มินิมอลที่บัดนี้กลายเป็นจุดอับสายตา คินน์เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดขาว ความหยิ่งทะนงและอีโก้ที่เคยค้ำคอว่าตนคือเชฟอัจฉริยะผู้ควบคุมทุกอย่างในครัวมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบของอีกฝ่ายแนบชิดกับสะโพกของเขาเพื่อใช้เป็นเกราะกำบัง “ปล่อยนะ คุณอาคเนย์...” คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครง ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะระยะห่างที่แนบชิดจนลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางสถานการณ์เป็นตาย “บอกแล้วไงว่าเซฟเฮาส์ห่วยๆ ของคุณมันไว้ใจไม่ได้!” “หุบปากแล้วฟังให้ดี คินน์” อาคเนย์คำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนขึ้นสันกราม ดวงตาคมกวาดมองผ่านช่องแสงสลัวของมู่ลี่หน้าต่าง “ระบบเซ็นเซอร์วงจรปิดที่ชั้นล่างถูกตัดต่อสัญญาณ ไม่ใช่ถูกทำลาย... มีคนวงในส่งรหัสผ่านให้มันเข้ามา” คำว่า ‘คนวงใน’ ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้นทันที คินน์เบิกตากว้าง ความดื้อรั้นในแววตาถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก สมองอันปราดเปรื่องของเชฟหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว หากระบบไม่ได้ถูกทำลายด้วยกำลัง แสดงว่าผู้บุกรุกรู้รหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบ และคนเดียวในห้องนี้ที่มีรหัสรadนั่นคือ... “ไม่ใช่ผมนะ!” คินน์โพล่งขึ้นทันทีด้วยความฉุนเฉียว แม้ในยามคับขันอีโก้ก็ยังไม่ยอมลดราวาศอก “ถึงผมจะเกลียดขี้หน้าคุณ อยากให้คุณล้มละลายหรือโดนฟ้องล้มละลายเล่นๆ แค่ไหน แต่ผมไม่เอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงตายกับพวกโรคจิตหรอกนะ!” อาคเนย์เหลือบสายตาลงมองคนอวดดีที่ยังเถียงฉอดๆ แม้สถานการณ์จะจวนตัว มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดูอย่างประหลาด ในสถานการณ์ที่กระสุนอาจจะเจาะกะโหลกพวกเขาเมื่อไหร่ก็ได้ เจ้าตัวแสบในอ้อมแขนยังคงห่วงศักดิ์ศรีมากกว่ากลัวตาย “รู้ตัวไหมว่าเธอปากเก่งชะมัด” อาคเนย์กระซิบชิดใบหูขาวผ่อง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้น颈จนคินน์ ขนลุกชัน “ถ้าเราอดตายหรือรอดไปได้... ฉันจะจูบปิดปากเธอเป็นคนแรกเลย คินน์” “ไอ้โรคจิต...!” คินน์อยากจะยกศอกกระแทกซี่โครงคนฉวยโอกาสเสียให้เข็ด แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัว อาคเนย์ก็ใช้มือข้างหนึ่งรวบเอวเขาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างยกปืนขึ้นเล็งตรงไปยังเงะเงาตะคุ่มที่ทาบทับอยู่หลังประตูกระจกฝ้าของห้องครัว กริ๊ก... เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิว แต่ดังชัดเจนในโสตประสาท ไม่มีเสียงปืนดังกึกก้องเหมือนในหนังแอ็กชันฮอลลีวูด เพราะนี่คือโลกแห่งความจริง—โลกที่ความตายมาเยือนอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วเกินกว่าจะทันได้ร้องขอชีวิต เงาดำหลังประตูกระจกขยับไหว ร่างนั้นไม่ได้พังประตูเข้ามา แต่เลือกที่จะใช้วิธีที่เหี้ยมเกรียมกว่า—ปลายกระบอกปืนยาวพร้อมสโคปอินฟราเรดค่อยๆ โผล่พ้นขอบวงกบเข้ามา แสงสีแดงวาบวับลากผ่านเคาน์เตอร์หินอ่อนตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ อาคเนย์ไม่รอช้า เขาดึงตัวคินน์ล้มกลิ้งหลบไปหลังเคาน์เตอร์ครัวสแตนเลสสตีลหนาหนักในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่กระสุนเจาะทะลุกระจกใสแตกกระจาย เสียง ‘ฟิ้ว... ฉับ!’ ดังแสบแก้วหู เศษกระจกชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงหล่นราวกับหิมะโปรยปราย “อ๊ะ!” คินน์อุทานเบาๆ เมื่อแผ่นหลังกระแทกเข้ากับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ โดยมีร่างหนาหนักของอาคเนย์ทาบทับโถมตัวลงมาปกป้องไว้ทั้งร่าง น้ำหนักของมาเฟียหนุ่มกดทับลงมาจนเขาแทบหายใจไม่ออก แต่ความอบอุ่นจากร่างกายที่แผ่ซ่านเข้ามากลับทำให้ความกลัวเมื่อครู่มลายหายไป ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลลุ่มลึกที่มองลงมาพอดี ในระยะประชิดแค่นี้ คินน์มองเห็นความกังวลที่ฉายชัดอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบของอาคเนย์—มันไม่ใช่ความกังวลเพื่อตัวเขาเอง แต่มันคือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยอง “เจ็บตรงไหนไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและสั่นน้อยๆ จนคินน์สัมผัสได้ “ผม... ผมไม่เป็นไร” คินน์ตอบเสียงแผ่ว ความดื้อรั้นในใจมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความวูบไหวแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก “แล้วคุณล่ะ...” “ฉันหนังเหนียวพอที่จะไม่ยอมตายก่อนได้กินฝีมือเธอหรอก” อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตากลับจริงจังอย่างยิ่งยวด มือหนาข้างหนึ่งละจากปืนมาลูบไล้กลุ่มผมนุ่มของเชฟหนุ่มอย่างเบามือโดยสัญชาตญาณ “นอนนิ่งๆ อยู่ตรงนี้ อย่าส่งเสียงเด็ดขาด” พูดจบ อาคเนย์ก็เตรียมจะผละตัวลุกขึ้นเพื่อออกไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก แต่มือเรียวของคินน์กลับคว้าชายเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว “อย่าไปนะ...” คินน์หลุดปากพูดออกไปโดยไม่ทันคิด ความกลัวที่จะต้องสูญเสียใครสักคนกะทันหันพุ่งพล่านขึ้นมาในอก ปมในใจเรื่องพ่อที่จากไปอย่างกะทันหันซ้อนทับเข้ามาในหัวจนน่ากลัว “พวกมันมีมากกว่าหนึ่งคน... คุณจะออกไปตายหรือไง!” อาคเนย์ชะงัก ก้มมองมือเรียวที่กำเสื้อเขาไว้จนยับยู่ยี่ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ความรู้สึกอุ่นวาบก็แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจด้านชาของมาเฟียผู้โดดเดี่ยว “เป็นห่วงฉันเหรอ, เชฟปากร้าย?” อาคเนย์กระซิบถามเสียงพร่า แววตาพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่แม้แต่กระสุนปืนก็กลบเกลื่อนไม่ได้ “หลงตัวเองชะมัด! ใครเขาห่วงคุณกัน ผมแค่ไม่อยากให้คุณตายคาครัวของผมแล้วทิ้งภาระค่าทำความสะอาดไว้ต่างหาก!” คินน์รีบแก้ตัวเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่สถานการณ์ข้างนอกกำลังคุกรุ่น อาคเนย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและทรงพลังที่สุดเท่าที่คินน์เคยได้ยินมา ชายหนุ่มโน้มใบลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สายตาคมกريบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะสลักภาพนี้ไว้ในความทรงจำ “งั้นรอก่อนนะ... จัดการไอ้พวกไม่ได้รับเชิญเสร็จ ฉันจะมาท̀iบิลค่าทำความสะอาดด้วย ‘จูบ’ ยาวๆ เลยคินน์” ยังไม่ทันที่คินน์จะได้ด่ากลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ อาคเนย์ก็พลิตัวลุกขึ้นพร้อมกับเล็งปืนออกไปนอกเคาน์เตอร์ด้วยความรวดเร็วราวดาราแอ็กชัน ปัง! ปัง! เสียงปืนสองนัดดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วห้องครัว พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ล้มกระแทกพื้นด้านนอก เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งกรูเข้ามาทางประลองหน้าอย่างบ้าคลั่ง แต่ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของคินน์กำลังกระโดดขึ้นมาอยู่ที่คอหอยเมื่อเห็นเงาร่างสุดท้ายพุ่งทะลุกรอบประตูเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ— แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานทั่วทั้งเซฟเฮาส์ก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง และเสียงกระซิบกระซากที่ดังขึ้นข้างหูของคินน์จากความมืดเบื้องหลัง ก็ทำให้ลมหายใจของเชฟหนุ่มสะดุดกึกทันที *“เจอตัวแล้ว... คุณเชฟคนสวย”* ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไป1ด้วยกันนะคะ, กำมะหยี่สีแดง
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%