เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ•ตอนที่ 10

รอยแผลที่เห็นได้ชัด

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ถ้ารู้สึกเจ็บจนอยากจะร้องไห้ ก็เชิญร้องออกมาได้ตามสบายนะคะคุณอาคเนย์ แต่ช่วยกรุณาหุบปากแล้วอย่ามาทำตัวเป็นภาระให้ฉันต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้เลยค่ะ” น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางของเชฟหนุ่มอีโก้สูงลิ่วไม่ได้มีความอ่อนโยนเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ทว่าเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม กับแววตาที่ไหววับอยู่หลังกรอบแว่นใส กลับฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังร้อนรนและพยายามควบคุมลมหายใจของตัวเองมากแค่ไหน อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ แม้บาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ด้านซ้ายจะส่งผลให้ผิวเนื้อเนียนตึงจนแปลบปลาบทุกครั้งที่ขยับตัว แต่รอยยิ้มเยาะหยันเอกลักษณ์ของนักธุรกิจหนุ่มผู้คุมเกมก็ยังคงประดับอยู่บนมุมปาก ทว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความระโหยโรยแรง “ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคินน์… คนเจ็บปางตายอยู่ตรงนี้ทั้งคน แทนที่จะพูดจาปลอบขวัญกันสักนิด นายกลับเลือกที่จะตอกย้ำด้วยคำพูดเชือดเฉือนพวกนี้เนี่ยนะ” “ปลอบขวัญเหรอคะ? ฉันไม่ใช่แม่พระที่จะต้องมาคอยโอบกอดปลอบใจใคร แถมสภาพบ้านหลุดโลกของคุณตอนนี้ ก็เป็นเพราะความอวดดีที่ไม่ยอมฟังคำเตือนของฉันตั้งแต่แรกแท้ๆ” คินน์ตวัดปลายสำลีก้านลงบนปากแผลด้วยน้ำหนักมือที่ตั้งใจจะแกล้งให้รุนแรงกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อเป็นการลงโทษความดื้อรั้นของคนตัวโต ทว่าทันทีที่เห็นร่างหนาสั่นสะท้านไปทั้งร่างเพราะความเจ็บปวด ปลายนิ้วเรียวยาวที่ถือแหนบอยู่ก็พลอยชะงักกึกโดยอัตโนมัติ ห้องพยาบาลชั่วคราวภายในเซฟเฮาส์เงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัด อาคเนย์ไม่ได้ร้องโอดครวญออกมาสักแอะ ดวงตาคมกริบคู่นั้นเอาแต่มองตรงมาที่ใบหน้าหวานของเชฟหนุ่ม นิ่งสนิท ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาที่พวงแก้มอย่างไร้สาเหตุ “มองอะไรคะ เลิกส่งสายตาประหลาดๆ มาซะที แผลแค่นี้มันไม่ได้ทำให้คนระดับคุณตายหรอกค่ะ” คินน์เบี่ยงหน้าหนีสายตาคู่นั้น พยายามดึงสติให้กลับมาจดจ่ออยู่กับการทำแผลต่อ แต่จังหวะที่ต้องโน้มตัวเข้าไปใกล้เพื่อปิดแผลด้วยผ้าก๊อซและพลาสเตอร์ทางการแพทย์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาก็ลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายตรงหน้า ทั้งกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเยือกเย็นของอำนาจและหยาดเหงื่อจากการเผชิญหน้ากับความเป็นความตายเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน กำลังโอบล้อมรอบตัวคินน์ไว้ทั้งหมด หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวรากับกลองชุดจนน่าหงุดหงิด เชฟหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือไม้เริ่มเกร็งและไม่รักดีขึ้นมาเสียดื้อๆ ในขณะเดียวกัน อาคเนย์กลับไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมนี้เลย แววตาคมปลาบที่เคยใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจในตลาดหุ้น บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนและเว้าวอนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน ปลายนิ้วแกร่งที่วางอยู่ข้างลำตัวขยับเข้าหากันเล็กน้อย ราวกับกำลังอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่พยายามจะปะทุออกมา “มือสั่นนะคินน์…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานอยู่ในความเงียบ “ปากบอกว่าเกลียดฉันนักหนา ปากบอกว่าฉันเป็นภาระ… แต่ทำไมแววตาของนายถึงได้ดูเป็นห่วงเป็นใยฉันขนาดนี้ล่ะหึ” “อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยค่ะคุณอาคเนย์!” คินน์รีบสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสูงขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในหัวใจ “ฉันไม่ได้เป็นห่วงคุณ ฉันแค่ไม่อยากให้ใครมาตายในครัวหรือในอาณาเขตของฉัน เพราะมันจะสร้างความสกปรกและลดทอนมาตรฐานความสะอาดของเชฟอย่างฉันต่างหากเล่า!” “ปากแข็ง…” อาคเนย์หลุดขำออกมาเบาๆ ยอมขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายเล็กน้อยโดยไม่สนใจความเจ็บปวดจากบาดแผล “ทั้งที่หัวใจของนายตอนนี้มันเต้นดังจนฉันได้ยินเสียงมันลอดออกมานอกเสื้ออยู่แล้วนะ” “คุณ…!” คินน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อถูกจับไต๋ได้ทันควัน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่ถูกผสมปนเปไปกับความโกรธ เชฟหนุ่มเงื้อมือขึ้นหมายจะกดพลาสเตอร์ทับแผลให้อีกฝ่ายแรงๆ เป็นการแก้เขิน แต่อาคเนย์กลับไวishกว่า มือหนาเอื้อมขึ้นคว้าข้อมือเรียวของคินน์เอาไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบิดเพียงเล็กน้อยทำให้คินน์เสียหลัก เซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนเจ็บเต็มแรง ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันอย่างจัง ใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตรจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ เคมีที่ฟาดฟันกันด้วยอีโก้มาตลอดหลายวันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสีชมพูแล่นพล่านไปทั่วผิวสัมผัส อาคเนย์มองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่าของคนในอ้อมแขน นัยน์ตาคมเข้มลึกล้ำขึ้นทุกที ความรู้สึกคลั่งรักที่อดกลั้นมานานเริ่มกัดกินเหตุผลทั้งหมดจนหมดสิ้น… ทว่า ในวินาทีที่ใบหน้าคมคายกำลังโน้มลงไปใกล้เพื่อจะลิ้มลองความหวานจากริมฝีปากคู่นั้น… *ปัง!* เสียงกระแทกประตูห้องพยาบาลเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและน้ำเสียงตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ไว้หน้า “นายครับ! พวกมันส่งสัญญาณบุกเข้ามาทางทิศเหนือแล้วครับ! เราต้อง—” ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปด้วยกันนะคะ, กำมะหยี่สีแดง
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%