เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ•ตอนที่ 5

รอยร้าวในความสมบูรณ์แบบ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงของมีคมกระแทกเขียงไม้ดัง *ทึบ* ติดต่อกันสามครั้ง—ราชาแห่งความสมบูรณ์แบบกำลังสติหลุด แครอทในมือของคินน์ถูกหั่นออกมาหนาบางไม่เท่ากันสักชิ้น ปลายมีดสเตนเลสสตีลราคาแพงพ่นความหงุดหงิดออกมาผ่านแรงกดที่หนักหน่วงเกินความจำเป็น ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชิ้นผักราวกับพวกมันเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ตั้งใจมาหยามเกียรติเชฟอัจฉริยะอย่างเขา ความผิดพลาดเป็นเรื่องต้องห้ามในพจนานุกรมของคินน์ แต่ในเช้าวันที่วัตถุดิบเกรดพรีเมียมจากอิตาลีถูกส่งมาล่าช้ากว่ากำหนดสามสิบนาที แถมซอสทรัฟเฟิลเบสิกที่เขาเคี่ยวไว้ตั้งแต่เมื่อคืนยังเกิดไหม้ติดก้นหม้อเพราะไฟอ่อนที่ควบคุมผิดพลาดเพียงนิดเดียว มันคือความพินาศย่อยยับในครัวเปิดโล่งของเซฟเฮาส์หลังนี้ และคนที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อนอยู่ด้านหลัง... คืออาคเนย์ มาเฟียหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ ไม่ได้เอ่ยปากด่าทอ ไม่ได้ตบโต๊ะเสียงดัง หรือแม้แต่ถอนหายใจให้อึดอัด อาคเนย์เพียงแค่ยืนมองความพังพินาศตรงหน้าด้วยสายตานิ่งสนิท นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำและอ่านยากเสียจนน่ากลัว ยิ่งความเงียบทอตัวนานเท่าไหร่ คินน์ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนลานประหารที่นับถอยหลังรอเวลาคมดาบตกลงมา “ถ้าจะใช้มีดเล่มนั้นสับเขียงแทนผัก ผมแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ขวานหลังบ้านจะเวิร์กกว่านะคะ เชฟคินน์” น้ำทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่บาดลึกถึงกระดูกดำ คินน์ชะงักมือที่กำลังถือมีด เขาตวัดสายตาดุดันกลับไปมองเจ้าของเซฟเฮาส์ทันที หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน อีโก้ที่ค้ำคออยู่สูงลิ่วทำให้เขาไม่อาจยอมรับความอับอายนี้ได้โดยง่าย “หยุดพูดจาถางถางแล้วไสหัวออกไปจากครัวของผมซะ อาคเนย์!” คินน์กระแทกมีดลงบนเขียงเสียงดังสนั่น ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธกรุ่น “คุณก็เห็นว่าวันนี้ทุกอย่างมันเฮงซวยแค่ไหน วัตถุดิบห่วยๆ กับเตาบ้าๆ นี่... ถ้าคุณจะไล่ผมออก หรือจะหักเงินเดือนงี่เง่าของคุณก็ตามใจ เชิญเซ็นใบลาออกให้ผมตอนนี้เลย!” คำประกาศกร้าวเต็มไปด้วยความท้าทาย คินน์เชิดหน้าขึ้นอย่างคนไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา แม้ในใจจะแอบหวาดหวั่นอยู่บ้างว่าการระเบิดอารมณ์ใส่เจ้าหนี้รายใหญ่แบบนี้อาจทำให้เขาต้องไปนอนข้างถนนจริงๆ แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนยอมลดตัวลงไปอ้อนวอนไม่ได้เด็ดขาด อาคเนย์ไม่โกรธ... ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และประกายตาพราวระยับที่ชวนให้คนมองอยากจะเข้าไปข่วนหน้าสักที ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยเข้าแตะจมูกคินน์ จนคนอีโก้สูงต้องเผลอถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์เย็นเฉียบโดยอัตโนมัติ “ไล่ออกเหรอคะ? หึ...” อาคเนย์หยุดยืนประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ระยะห่างที่ใกล้เกินไปทำให้คินน์ต้องแหงนหน้าขึ้นมองเล็กน้อย “คุณคิดว่าผมลงทุนซื้อมือหนึ่งระดับประเทศมาไว้ที่นี่ เพื่อจะไล่เขาออกง่ายๆ แค่เพราะทำซอสไหม้หม้อเดียวอย่างนั้นหรือไงคะ คินน์” “ผมไม่ใช่ลูกน้องปลายแถวของคุณนะที่จะมาทำเสียงเยาะเย้ยแบบนี้!” คินน์พยายามผลักอกแกร่งออกห่าง แต่กลายเป็นว่ามือเรียวถูกรวบเอาไว้ด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ความร้อนจากฝ่ามือของอาคเนย์ส่งผ่านเนื้อผ้าสูทเข้ามาจนน่าตกใจ “ใช่ค่ะ... คุณไม่ใช่ลูกน้อง” อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาจนกระซิบชิดริมฝีปากของคนอวดดี ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเคืองโกรธ “คุณคือเชฟ... เชฟที่เป็นเจ้าของครัวนี้ และเป็นคนเดียวที่ผมอนุญาตให้ทำพังได้ตามใจชอบ” คินน์ชะงักกึก สมองที่เคยประมวลผลเมนูอาหารระดับมิชลินสตาร์ตอนนี้กลับว่างเปล่า ประโยคเมื่อครู่มันหมายความว่าอะไร? ความผิดพลาดระดับวิกฤตที่ทำให้เขาเตรียมใจรับการไล่อออก กลับถูกมองข้ามด้วยเหตุผลหน้าตาเฉยแบบนี้น่ะหรือ? “คุณ... บ้าไปแล้วหรือไง” คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด “ผมทำอาหารมื้อสำคัญเสียหายนะ อาคเนย์!” “อาหารเสียหาย แค่สั่งเข้ามาใหม่ก็ได้ค่ะ” นิ้วเรียวของมาเฟียหนุ่มยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกหน้าผากมนของเชฟคนเก่งอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาและทะนุถนอมจนแปลกประหลาด “แต่ถ้าคุณเป็นลมล้มพับไปเพราะความเครียด... อันนั้นต่างหากที่ผมจะถือว่าขาดทุนมหาศาล” คำพูดหวานเลี่ยนที่เคลือบด้วยความเผด็จการแบบเนียนๆ ทำเอาคินน์พูดไม่ออก เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมก్రిบของอีกฝ่าย พยายามค้นหาความล้อเล่น แต่นอกจากความจริงจังและความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมแล้ว เขาก็ไม่พบสิ่งอื่นใดอีกเลย เคมีที่ฟาดฟันกันด้วยอีโก้เมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าระหว่างกัน ร่างสูงยังคงกักขังเขาไว้ในอ้อมแขน กลิ่นกายสะอาดสะอ้านกับความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวอาคเนย์กำลังทำให้เกราะป้องกันอันแข็ง  แกร่งของเชฟหนุ่มเริ่มสั่นคลอน “ปล่อยได้แล้ว...” คินน์กระซิบเสียงแผ่ว ความดุดันหายไปเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงความเก้อเขินที่พยายามซ่อนไว้ใต้ใบบึ้งตึง “ผมต้องไปเริ่มทำซอสใหม่ ไม่อย่างนั้นมื้อค่ำวันนี้ได้ล่มจริงๆ แน่” “หึ ตามใจค่ะ” อาคเนย์ยอมถอยหลังออกไปอย่างง่ายดาย ทว่ารอยยิ้มมุมปากยังคงไม่จางหาย “แต่อย่าลืมนะคะ ว่าความผิดพลาดครั้งนี้ของคุณ... มีราคาที่ต้องจ่าย” คินน์ตวัดสายตากลับมามองทันที “ราคาอะไรอีก?” “ไว้มื้อค่ำเลิกงาน... เราค่อยมาคุยเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ กันค่ะ เชฟ” อาคเนย์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องครัวไปอย่างสง่างามปล่อยให้คินน์ยืนหน้าแดงก่ำอยู่หน้าเตาคนเดียว พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวจนควบคุมไม่อยู่ ทว่า ความสงบสุขในครัวยังไม่ทันได้เริ่มขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบานประตูเซฟเฮาส์ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวสะอาดตา พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่คินน์จำได้แม่นว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของอาคเนย์ ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ และประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเชฟหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา— *“หวังว่าอาคเนย์คงจะยังไม่ได้บอกคุณสินะ... ว่าเซฟเฮาส์หลังนี้ถูกยึดกรรมสิทธิ์ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”* *** รี้ดเดอร์คะ... เตรียมใจรับแรงกระแทกในตอนหน้าไว้ให้ดี เพราะเกมกำลังจะเปลี่ยนแบบพลิกฝ่ามือ! - กำมะหยี่สีแดง
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์นรกกับเชฟตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%