"ผมว่าพี่พูดชัดเจนแล้วนะเรน ว่าเอกสารชุดนั้นต้องเซ็นอนุมัติภายในเที่ยงนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความจอแจของโรงอาหารคณะนิติศาสตร์ไม่ได้ดังมากนัก ทว่ามันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบข้างราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา เรนสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ เมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติของประธานบริษัทหนุ่ม—ผู้ที่ไม่ควรจะมาโผล่หัวอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ในเวลางาน—ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ค้างคามาจากวินาทีสบตาเมื่อค่ำวานนี้ ภาพที่คินน์บังเอิญเห็นเขากำลังยืนหัวร่อต่อกระซิกกับ 'กรณ์' รุ่นพี่ปีสี่ดีกรีเดือนคณะวิศวะฯ ที่เพิ่งเดินเอาชีทสรุปมาฝากและส่งยิ้มหวานหยดให้เมื่อห้านาทีที่แล้ว กลายเป็นชนวนระเบิดเวลาชั้นดีที่ถูกจุดขึ้นอย่างไร้ความปรานี
เรนรีบดันตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่างจากแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างนึกฉุน "คุณคินน์... คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ แล้วนี่มันเวลาทำงานของคุณไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงถ่อสังขารมาไกลถึงมหาวิทยาลัยผมได้เนี่ย"
"ถ้าผมไม่ถ่อมาเอง คุณก็คงจะเอาเวลาทั้งหมดไปละลายทิ้งกับการยืนแจกยิ้มเรี่ยราดให้ผู้ชายคนอื่นสินะครับ"
คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสความหงุดหงิดที่พยายามควบคุมไว้อย่างสุดความสามารถ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตาดกหนาไม่ได้มองหน้าเรนด้วยซ้ำ แต่กลับกวาดสายตามองเลยไปยังร่างของกรณ์ที่เดินเลี่ยงหายเข้าไปในกลุ่มเพื่อนด้วยความรู้สึกที่พร้อมจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อให้รู้แล้วรู้รอด
เรนขบกรามแน่น ความอวดดีและนิสัยไม่ยอมคนถูกปลุกเร้าขึ้นมาทันทีในอก เขาเกลียดนักไอ้ท่าทีแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างไร้เหตุผลแบบนี้ "ผมจะคุยกับใคร จะยิ้มให้ใคร มันก็เป็นสิทธิส่วนตัวของผมนะครับ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย... อีกอย่าง นี่มันชีวิตส่วนตัวของผม คุณไม่มีสิทธิ์มาตามจิกตามราวีผมแบบนี้นะครับ"
"ไม่มีสิทธิ์เหรอ?"
คินน์ทวนคำเสียงต่ำ ดวงตาคมเข้มหันขวับกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนปากเก่ง ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเรนทีละน้อยจนแผ่นหลังของคนตัวบางเกือบจะแนบติดกับโต๊ะหินอ่อนด้านหลัง ปลายจมูกโด่งเป็นสันแทบจะชนกับกลุ่มผมนุ่มของอีกฝ่าย แรงกดดันจากความเป็นผู้เหนือกว่าและรัศมีอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาทำให้เรนถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก
"จำสัญญาที่เราทำร่วมกันไม่ได้หรือไงครับ เรน... หรือต้องให้ผมทบทวนความจำด้วยการประกาศให้คนทั้งมหาศาลนี่รู้ดีว่า คุณเอาตัวเข้าแลกกับเงินห้าล้านเพื่อมาเป็น 'เบ๊ส่วนตัว' ของผมในยามค่ำคืนด้วยสถานะอะไร"
คำพูดเจ็บแสบที่กระซิบลอดไรฟันดังขึ้นชิดใบหู ร้อนผ่าวจนเรนรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยความจริงที่เถียงไม่ออก ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธจัด มือเรียวำกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน
"คุณมัน... บ้าที่สุด!" เรนเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำใสแห่งความคับแค้นใจ "คิดว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นสิ อยากจะจิกหัวใช้ผมยังไงก็ได้ตามอำเภอใจสินะครับ!"
"ใช่ครับ ผมมีเงิน และผมก็ซื้อเวลาของคุณมาหมดแล้ว" คินน์ยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและดุดันในแบบฉบับของคนที่คุ้นเคยกับการเป็นผู้ชนะ "เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวเป็นเด็กใจแตกที่คอยส่งยิ้มหวานเรี่ยราดให้ผู้ชายคนอื่นเสียที... กลับขึ้นรถครับ เรน เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาว"
พูดจบ มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเรนทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว แรงบิดกระชากไม่ได้รุนแรงจนถึงกับเจ็บ แต่เด็ดขาดและหนักแน่นจนเรนรู้ว่าต่อให้ดิ้นรนแค่ไหนก็ไม่มีทางหลุดรอดไปได้
"ปล่อยนะ! ผมบอกให้ปล่อย ผมยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน แล้วก็ยังมีเรียนบ่ายอีก..." เรนพยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับพร้อมกับส่งเสียงประท้วงเบาๆ เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจของนักศึกษาโต๊ะข้างเคียงที่เริ่มหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ข้าวกลางวันของคุณคือการยืนอ่อยผู้ชายหรือไงครับ? ส่วนเรื่องเรียนบ่าย... ไม่จำเป็นต้องเข้าหรอครับ เพราะผมซื้อตารางเรียนของคุณไว้หมดแล้วเหมือนกัน" คินน์เอ่ยเสียงเฉียบขาด ก่อนจะออกแรงดึงร่างบางให้ก้าวตามบังคับ
เรนเม้มปากแน่นด้วยความคับแค้นใจ ขาสองข้างจำใจต้องก้าวตามแรงดึงของคนตัวโตที่เดินนำลิ่วออกไปยังลานจอดรถหน้าคณะ ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย และที่น่ากลัวที่สุดคือ... หัวใจบ้าๆ ของเขากลับเต้นแรงเกินกว่าเหตุเพียงเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากอุ้งมือของคนที่กำลังทำตัวเผด็จการคนนี้
รถยนต์ยุโรปคันหรูสีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่ใกล้ทางออก ทันทีที่มาถึง คินน์ก็เปิดประตูฝั่งเบาะข้างคนขับแล้วดันตัวเรนเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปิดประตูปังใหญ่จนสะเทือนไปทั้งคัน จากนั้นร่างสูงจึงรีบเดินอ้อมมาฝั่งคนขับแล้วหย่อนตัวลงนั่ง ล็อกประตูอัตโนมัติทันทีเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก
บรรยากาศภายในห้องโดยสารแคบลงถนัดตาเมื่อแอร์เย็นฉ่ำผสมผสานเข้ากับความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก คินน์ไม่ได้สตาร์ทรถทันที เขานั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย หันพระพักตร์มามองคนข้างๆ ที่กำลังนั่งกอดอกหน้าบึ้งตึงหันหน้าหนีออกไปมองนอกกระจกหน้าต่าง
"โกรธมากเหรอครับ?" น้ำเสียงที่เอ่ยถามอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ยังคงมีความดื้อดึงซ่อนอยู่
"อย่ามาพูดด้วยครับ!" เรนสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมสบตา "คนเผด็จการ ไม่มีเหตุผล เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด... ผมเกลียดคนแบบคุณที่สุดเลยรู้ไหม"
คินน์ชะงักไปนิดเมื่อได้ยินคำว่า 'เกลียด' จากปากของคนตัวบาง นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกหน่วงแปลกๆ แล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่มันถูกกลบด้วยความหึงหวงที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ข้างใน
ร่างสูงถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวข้ามคอนโซลกลางเข้ามาใกล้เรนจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากแก้มเนียนเพียงคืบเดียว เรนตกใจรีบหันขวับกลับมาเพื่อจะต่อว่า แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้เสียจนสัมผัสได้
"ถ้าเกลียดผมนัก..." คินน์กระซิบเสียงพร่า นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริก "ทำไมหัวใจคุณถึงเต้นดังขนาดนี้ล่ะครับ... เรน?"
เรนชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกอกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของคนพี่เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่สันจاوกลงมายังคางสลักเสลา ปัดปอยผมที่ปรกลงมาบังตาออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับท่าทางเผด็จการเมื่อครู่ทำเอาสติที่ตั้งกำแพงไว้พังทลายลงในพริบตา
"ผม..." เรนอ้าปากจะเถียง แต่เสียงกลับหายไปในลำคอเมื่อใบหน้าของคินน์เคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างแทบไม่เหลือ
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองดวงกำลังเต้นโโคมครามและริมฝีปากของคินน์กำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นคำพูดทั้งหมด...
*ก๊อกๆ!*
เสียงเคาะกระจกรถฝั่งคนขับดังขึ้นกะทันหันราวกับมีคนจงใจเข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตาย คินน์ผละตัวออกด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ใบหน้าคมคายฉายแววฆ่าฟันเมื่อหันขวับไปมองผู้มาเยือนที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างนอก
เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนเคาะกระจกอยู่ด้านนอกชัดเจน—รุ่นพี่กรณ์คนที่เขาเพิ่งคุยด้วยที่คณะเมื่อสิบนาทีที่แล้ว!
"ขอโทษนะครับ พอดีผมเห็นคุณคินน์ลากน้องเรนออกมาแบบนั้น เลยกลัวว่าจะมีเรื่องอะ... อ้าว เรน อยู่ในนี้ด้วยเหรอ" กรณ์ส่งยิ้มกวนๆ ผ่านกระจกใสเข้ามา พร้อมกับทำท่าจะเปิดประตูรถด้วยความหวังดี
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความคลั่งรักแบบมึนตึงของท่านประธานคินน์นะครับ!*
ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ•ตอนที่ 9
คนขี้หึงเริ่มออกลาย
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!