ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ•ตอนที่ 10

ประกาศกร้าวว่าคนนี้ของใคร

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
ปลายนิ้วเรียวของกรณ์ชะงักค้างอยู่เหนือที่เปิดประตูรถ เมื่อบานกระจกใสย้อมฟิล์มดำสนิทถูกเลื่อนเปิดลงอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เรียบตึงราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาคมกริบของคินน์มองลอดช่องว่างนั้นออกมาด้วยสายตาที่เยียบเย็นจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที โดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่ใดๆ แรงกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านออกมาจนคนที่ยืนอยู่ภายนอกเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ขอโทษนะครับ พอดีรถคันนี้พื้นที่ส่วนตัวค่อนข้างแคบ และผมเกรงว่ามันจะไม่สะดวกต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ" น้ำเสียงนิ่งสนิท ทุบทำลายความหวังดีจอมปลอมของกรณ์ลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี เรนที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับแอบกลอกตาเบาๆ ให้กับความเจ้ากี้เจ้าการระดับพรีเมียมของรูมเมตจำเป็นคนนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าจังหวะการตัดหน้าสกัดดาวรุ่งของคินน์นั้นเฉียบขาดจนน่าหมั่นไส้ "อ้าว... คินน์เองเหรอ พอดีเห็นเรนเดินออกมาคนเดียวท่าทางรีบร้อน นึกว่ามีปัญหาอะไรซะอีก" กรณ์ฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความหน้าแตก ส่งสายตาผ่านไหล่กว้างของคินน์ตรงมายังเรนที่นั่งกอดอกนิ่งอยู่ด้านใน "เรน ไหวหรือเปล่า ให้พี่ช่วย..." "ไม่ต้องครับ" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะหยุดคำพูดทุกคำของกรณ์ไว้ในลำคอ ร่างสูงใหญ่ขยับตัวบังทัศนียภาพทั้งหมดจนเรนมองไม่เห็นภายนอก ชายหนุ่มจงใจกดปุ่มล็อกประตูรถซ้ำอีกครั้ง เสียงกลไกดัง *คลิก* หนักแน่น ราวกับจะประกาศิตให้ทุกคนได้รู้ว่าอาณาเขตตรงนี้มีเจ้าของและห้ามใครล้ำเส้นเข้ามาเด็ดขาด เรนมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโดยไม่มีสิทธิ์ คินน์ในยามนี้ดูเหมือนสิงโตหนุ่มที่กำลังปกป้องอาณาเขตและเหยื่อในอุ้งมือ ดวงตาคู่คมยังคงจ้องมองกรณ์ผ่านกระจกรถด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก จนกระทั่งรุ่นพี่ตัวแสบยอมถอยฉากออกไปพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ รถยนต์หรูเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของมหาวิทยาลัยท่ามกลางความเงียบงัน บรรยากาศภายในห้องโดยสารอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้หายใจไม่ทั่วท้อง เรนหันไปมองวิวข้างทางเพื่อหลบสายตาคุกคามที่เขารู้ดีว่ากำลังมองมา "คุณจะทำเกินไปหน่อยหรือเปล่า" เรนเปิดฉากทำลายความเงียบ น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย "กรณ์เขาก็แค่หวังดีตามประสารุ่นพี่" "หวังดี?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเยือกเย็นเมื่อครู่จนหมดสิ้น "ถ้าสายตาแบบนั้นเขาเรียกว่าหวังดี งั้นสายตาผมเวลาที่มองคุณ คงต้องเรียกว่าคลั่งไคล้จนแทบจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวแล้วล่ะมั้ง" เรนสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับกลับมามองหน้าคนพูดทันที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไป ไดอะล็อกสายฟาดแบบไม่ทันตั้งตัวของคินน์มักจะทำให้เขาเสียอาการได้เสมอ ใบเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แต่เจ้าตัวก็ยังกัดฟันเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม "พูดจาบ้าอะไรของคุณเนี่ย ประสาท!" "ครับ ผมมันประสาท..." คินน์หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลัก แววตาคมกริบเหลือบมองคนปากแข็งที่นั่งหน้าแดงก่ำ "ประสาทมากพอที่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาแตะต้องคนที่อยู่ในความดูแลของผม... โดยเฉพาะไอ้รุ่นพี่หน้าหม้อนั่น" "ผมไม่ใช่ข้าวของของคุณนะ คินน์!" เรนพุ่งตัวเข้าไปใกล้คอนโซลกลางด้วยความโมโห ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "เราทำสัญญาแค่เรื่องเงิน... เรื่องรูมเมต! คุณไม่มีสิทธิ์มาหึงหวง มากันท่า หรือทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผมแบบนี้!" รถเบนซ์คันหรูจอดสนิทชิดริมฟุตพาธอย่างไร้สัญญาณเตือน แรงเหวี่ยงเบาๆ ทำให้เรนเซไปชนกับพนักพิงเบาะ ก่อนที่ดวงตาคู่คมของคินน์จะหันขวับมาจ้องมองเขาด้วยประกายไฟที่ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม บรรยากาศในรถแคบลงถนัดตาเมื่อร่างสูงโน้มตัวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายทำให้สติที่พยายามประคับประคองไว้แทบกระเจิง "ไม่มีสิทธิ์เหรอครับ..." คินน์ทวนคำ เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดไรฟัน มันแฝงไปด้วยความดุดันและหิวกระหายบางอย่างที่ทำให้เรนไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ "งั้นเรามาลองทบทวนดูใหม่ดีไหม ว่าไอ้สัญญาที่คุณเซ็นเนี่ย มันมีข้อยกเว้นเรื่องหัวใจด้วยหรือเปล่า" ปลายนิ้วอุ่นจัดของคินน์ยื่นเข้ามาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เรนเงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า... ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ล้อเล่น และไม่คิดจะปล่อยให้เขาหลุดมือไปไหนทั้งสิ้น "คุณ... อื้อ..." คำพูดทุกคำถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อคินน์ฉวยโอกาสประทับริมฝีปากลงมาอย่างเอาแต่ใจ มันไม่ใช่การจูบเพื่อลงโทษ แต่เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดิบเถื่อนและลึกซึ้ง เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวระดมทุบลงบนไหล่กว้างเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการผีเสื้อขยับปีกเมื่อเทียบกับกำแพงกล้ามเนื้อแกร่งที่โอบล้อมเขาไว้ ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เมื่อเรียวลิ้นร้อนล้ำรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี เรนรู้สึกเหมือนสมองขาวโพลน ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับถูกสูบวิญญาณ ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะเทือนในช่องท้องที่ควบคุมไม่ได้ เคมีคู่กัดที่เคยปะทะคารมกันอย่างดุเดือด บัดนี้กลับหลอมรวมกันด้วยไฟปรารถนาที่แผดเผาทุกตรรกะให้มอดไหม้ คินน์ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาเมื่อยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนที่แดงก่ำไม่ต่างจากลูกตำลึงสุก ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากบวมเจ่อของคนใต้ร่างด้วยความพึงพอใจ "จำไว้เรน..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมใบหู ทำให้เรนขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ต่อให้คุณจะพยายามหนีไปไกลแค่ไหน..." *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกประตูดังขึ้นขัดจังหวะความซาบซึ้งกะทันหัน พร้อมๆ กับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอก เรนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ รีบดันอกคินน์ให้ออกห่างแล้วหันไปมองผ่านกระจกใส ใบหน้าของบุคคลที่สามที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่ด้านนอกทำเอาเรนเลือดในกายเย็นเฉียบ เพราะคนๆ นั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของเขาเองคนที่เคยลั่นวาจาว่าจะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวเด็ดขาด! "อ้าว เรน... รถติดฟิล์มมืดตื๊อขนาดนี้ นึกว่าไม่มีคนซะอีก เปิดประตูให้พี่หน่อยสิ พอดีมีเรื่องด่วนจะคุยด้วย" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%