กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลไปทั่วห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นเสียยิ่งกว่าความร้อนของเครื่องชงเอสเพรสโซ่
"คนใช้ส่วนตัวคนใหม่น่ะครับ... ที่ทำอาหารได้ 'รสชาติจัดจ้าน' จนผมถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว"
ประโยคกำกวมที่ทิ้งไว้เมื่อคืนยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ราวกับจงใจทิ้งระเบิดเวลาให้เรนเก็บไปนอนคิดจนแทบไม่ได้หลับได้นอนตลอดทั้งคืน ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงสแล็คเข้ารูปยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัว ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองอย่างปิดไม่มิด ขณะจ้องมองร่างสูงสง่าของคินน์ที่กำลังนั่งไขว่ห้างอ่านรายงานการเงินบนโซฟาหนังแท้ด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"คุณคินน์... เลิกพูดจาสองแง่สองง่ามแบบนั้นสักทีนะครับ" เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ "ผมไม่ใช่คนใช้ส่วนตัวของคุณ และไอ้ 'รสชาติจัดจ้าน' ที่คุณพูดถึงเมื่อคืน มันก็แค่อาหารมื้อค่ำธรรมดาที่ผมทำให้เพราะเห็นแก่สัญญาบ้า ๆ นั่นต่างหาก"
คินน์ยังคงไม่ละสายตาจากหน้ากระดาษเอกสาร มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า ก่อนจะค่อย ๆ วางรายงานในมือลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า ชายหนุ่มปรายตามองคนตัวเล็กที่กำลังยืนฮึดฮัดด้วยแววตาระ1มระทึงที่ยากจะคาดเดา
"ธรรมดาเหรอครับ..." คินน์ทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ทว่าเจือไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "แต่ผมจำได้ว่ารสชาติเผ็ดร้อนของมัน ทำให้ผมต้องตื่นมาดื่มน้ำกลางดึกถึงสามรอบ และทุกครั้งที่หลับตาลง ภาพตอนที่คุณเถียงผมคอเป็นเอ็น มันก็วนเวียนอยู่ในหัวจนผมนอนไม่หลับเลยล่ะครับ"
"คุณ...!" เรนเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วัน ผู้ชายคนนี้ก็ยังมีวิธีทำให้เขาเสียอาการได้ตลอดเวลา "ถ้าว่างมากนัก ทำไมไม่เอาเวลาไปตรวจเช็คเอกสารบริษัท หรือไม่ก็หาเรื่องไปแกล้งคนอื่นซะบ้างล่ะครับ มานั่งแซวผมอยู่ได้ มีความสุขมากหรือไงที่ได้เห็นผมปวดหัวเนี่ย"
"มีความสุขมากครับ" คินน์ตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด รอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าหล่อเหลานั้นสว่างวาบขึ้นจนเรนรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะคว้าหมอนแถวนั้นมาปาใส่หน้าสักที "โดยเฉพาะเวลาที่ได้เห็นคุณทำหน้าเหมือนแมวหวงก้างแบบนี้ มันคุ้มค่ากับเงินเดือนที่ผมจ้างมาเป็นบอดี้การ์ด... เอ๊ย คนใช้ส่วนตัว เสียจริง ๆ"
เรนพ่นลมหายใจออกทางจมูกแรง ๆ เพื่อระบายอารมณ์ เขาส่ายหัวให้กับความหน้ามึนระดับพรีเมียมของนักธุรกิจหนุ่ม ก่อนจะหันหลังกลับไปจัดการกับกองจานชามในอ่างล้างหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อปากต่อคำที่รู้ตัวดีว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่ร่ำไป
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ ๆ ความเงียบสงบปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ แสงแดดสีส้มอ่อนสาดส่องผ่านกระจกบานกว้าง ทอดเงายาวลงบนพื้นไม้ปาร์เกต์ เรนที่เพิ่งเคลียร์งานเอกสารและทำความสะอาดห้องนั่งเสร็จเรียบร้อย ทรุดตัวลงนั่งพิงโซฟาตัวยาวด้วยความเหนื่อยล้า หนังตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ ความอ่อนเพลียจากการพักผ่อนน้อยเมื่อคืนโถมเข้าใส่จนร่างโปร่งเผลอหลับไปในที่สุด
ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเจ้าตัวได้เข้าสู่ห้วงนิท్రాไปแล้ว ใบหน้าหวานยามหลับใหลไร้ซึ่งรอยยواยยิ้มกวนประสาทหรือแววตาแข็งกร้าว มีเพียงแพขนตางอนหนาที่ทาบลงบนโหนกแก้ม กับริมฝีปากสีพีชที่เผยอออกน้อย ๆ อย่างน่ารัก
ก๊อก ๆ เสียงฝีเท้าฝ่าพื้นไม้ดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนที่ร่างสูงของคินน์จะก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ชายหนุ่มตั้งใจจะมาหยิบเอกสารที่ลืมไว้บนโต๊ะ ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดชะงักไปในทันที
คินน์ยืนนิ่งค้าง สายตาคมกริบกวาดสำรวจร่างโปร่งที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟา เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งร่นขึ้นมาเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาเนียนและผิวขาวผ่องชวนมอง ทว่าสิ่งดึงดูดสายตาที่สุดกลับไม่ใช่รูปร่างชวนฝันนั้น แต่เป็นใบหน้ายามหลับที่ดูไร้เดียงสาและน่าเอ็นดูจนหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นเกิดอาการปั่นป่วนอย่างประหลาด
ขายาวก้าวเข้าไปใกล้โซฟาอย่างไม่รู้ตัว ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างฉุดรั้งไว้ คินน์ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรม สายตาคมทอดมองใบหน้าของเรนด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด นิ้วเรียวยาวเอื้อมออกไปหมายจะปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนด้วยความทะนุถนอมอย่างเผลอไผล
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วเกือบจะสัมผัสโดนผิวแก้ม เรนก็ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่ควรจะปิดสนิทกลับค่อย ๆ ปรือขึ้นมาสบตากับเขาในระยะประชิด!
ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกะทันหัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าใบหน้าหล่อเหลาของคินน์อยู่ห่างจากตนแค่ปลายจมูกสัมผัส กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาด ๆ ลอยวนอยู่รอบตัว จนทำให้สมองของเรนขาวโพลนไปหมด
"คุณ... ทำอะไรน่ะครับ" เรนถามเสียงสั่น หัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองชุดในอก
คินน์ไม่ได้ถอยหนี ดวงตาคมกريบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างชัดเจน เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบาจนแทบกระซิบ ทว่าชัดเจนก้องกังวานในความเงียบ
"ทำไม... ถึงชอบมองผมด้วยสายตาแบบนั้นล่ะครับเรน"
เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลไม่ทันกับสถานการณ์ชวนใจเต้นแรงนี้ ขณะที่กำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูบ้านดังแทรกขึ้นขัดจังหวะความเงียบงัน
"คุณคินน์ครับ! เอกสารด่วนจากสาขาใหญ่มาถึงแล้ว—"
เสียงของเลขาหนุ่มที่ก้าวพรวดพรากเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มคุกเข่าประชิดตัวอยู่กับเรนบนโซฟาในท่าทางชวนเข้าใจผิดอย่างยิ่งยวด!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่นี้ด้วยกันนะครับ
ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ•ตอนที่ 4
ทำไมต้องมองด้วยสายตาแบบนั้น
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!