เสียงหัวเราะคิกคักของหญิงวัยกลางคนดังทะลุผ่านบานประตูกระจกฝ้าเข้ามาในห้องนั่งเล่น ดึงบรรยากาศมาคุระหว่างคินน์กับเรนให้แตกกระเจิงในเสี้ยววินาที
เรนเบิกตากว้างจนแทบจะถลอกจากเบ้า ริมฝีปากที่เพิ่งอ้าเตรียมจะเถียงกลับถูกปิดตายด้วยฝ่ามืออุ่นจัดของคินน์ที่พุ่งเข้ามาตะปบไว้ได้อย่างทันท่วงที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เรนคว้าหมอนอิงบนโซฟามาฟาดอกอีกฝ่ายแก้เขินไปหนึ่งทีเต็มๆ
"อื้อ!" เสียงประท้วงอู้อี้ดังลอดผ่านอุ้งมือหนา เรนถลึงตาใส่คนที่สูงกว่าจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ขณะที่คินน์เองก็ขมวดมولมุ่นด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตูสลับกับร่างบางที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอาณาเขตของเขา
"เงียบก่อนน่า ตัวแสบ" คินน์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มนวลจนเรนรู้สึกวูบวาบอย่างประหลาด "ถ้าไม่อยากให้แม่ผมเข้าใจเราสองคนผิดไปกันใหญ่ ก็หยุดดิ้นแล้วฟังผม"
"ก็คุณ... อื้อ ปล่อยก่อนสิเว้ย!" เรนใช้มือทุบแขนแกร่งที่ล็อคเอวเขาไว้เป็นพัลวัน แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะสะเทือนสะท้าน กลับกัน คินน์ยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีกเมื่อเสียงฝีเท้าของบุคคลภายนอกใกล้เข้ามาทุกที
ก๊อกๆ!
"คินน์จ๊ะ ลูกชายแม่... อยู่ในนั้นหรือเปล่า ทำไมไม่ล็อกห้องล่ะจ๊ะเนี่ย" เสียงหวานของคุณแม่ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่เริ่มขยับเปิดออกทีละน้อย
ในสถานการณ์คับขันที่เส้นตายความลับกำลังจะถูกเปิดโปง คินน์ไม่มีเวลามาคิดคำนวณความเหมาะสมอีกต่อไป ร่างสูงตัดสินใจคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนเรนเซถลาเข้าปะทะแผงอกกว้าง ก่อนที่คินน์จะพลิกตัวพาเรนทรุดกายลงนั่งบนโซฟาด้วยกัน โดยมีร่างของเขาโน้มทับลงมาบังมิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้ใครมองเห็น
ปัง!
บานประตูเปิดกว้างพร้อมกับร่างของคุณแม่ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า เมื่อภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอกำลังคร่อมทับหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งไว้บนโซฟา ท่าทางหมิ่นเหม่และใกล้ชิดจนน่าหวาดเสียว
เรนตัวแข็งทื่อ ลลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ส่วนคินน์ยังคงตีสีหน้านิ่งเรียบได้อย่างน่าทึ่ง แม้ว่าเม็ดเหงื่อผุดพรายที่ขมับจะฟ้องว่าสถานการณ์นี้ไม่ได้ง่ายสำหรับเขาเลยสักนิด
"เอ่อ... แม่... ขอโทษทีจ่ะ พอดีแม่ไม่ได้ตั้งใจจะ..." คุณแม่อุทานเสียงหลง รีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันที แต่รอยยิ้มกริ่มที่มุมปากกลับฟ้องชัดเจนว่ากำลังสนุกสนานกับภาพตรงหน้าไม่น้อย "อุ๊ย ตายจริง! สงสัยแม่จะมาขัดจังหวะสำคัญสินะ งั้น... แม่ลงไปรอข้างล่างก่อนก็แล้วกัน ตามสบายเลยนะจ๊ะลูก"
พูดจบ คุณแม่ก็หมุนตัวเดินกลับออกไปพร้อมกับปิดประตูให้อย่างรู้ความ ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอวลไปด้วยไอความร้อนที่พุ่งสูงปรี๊ด
เรนรีบผลักอกแกร่งออกสุดแรงเกิด ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางด้วยความเก้อเขิน ปากก็พึมพำบ่นงึมงำ
"ให้ตายเถอะ... แม่คุณต้องเข้าใจเราผิดไปไกลแน่ๆ คินน์! ทั้งหมดนี่มันเพราะคุณคนเดียวเลยนะ!"
คินน์ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนตาม เขายังคงรักษามาดนิ่งเอาไว้ได้ แม้ว่าใบหูของเจ้าตัวจะขึ้นสีแดงเรื่อไม่แพ้กัน มือหนาปัดเสื้อสูทตัวเองเบาๆ ก่อนจะปรายตามองคนที่กำลังยืนกอดอกฮึดฮัดอยู่ตรงหน้า
"ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายเสียหาย คุณเกือบทำให้ความลับเรื่องดีลของเราแตกตั้งแต่สัปดาห์แรกแล้วนะเรน" คินน์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงแววเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาเรนอยากจะหยิบแจกันแถวนั้นมาปาใส่หัวนัก
"ก็เพราะคุณมันเผด็จการไง! เรื่องเวลาส่วนตัวอะไรนั่น ฉันไม่ยอมทำตามเงื่อนไขบ้าๆ ของคุณหรอกนะ วันหยุดคือวันหยุด ฉันไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณ!" เรนเชิดหน้าขึ้นเถียงฉอดๆ ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างชัดเจน ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวรังสีอำมหิตของนักธุรกิจหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
คินน์หรี่ตามองคนตัวเล็กที่ยืนเท้าสะเอวเถียงเขาฉอดๆ แทนที่จะโกรธ เขากลับรู้สึกว่าท่าทางพองขนแบบนั้นมันชวนให้เอ็นดูจนห้ามใจยาก ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย สร้างแรงกดดันโดยอัตโนมัติจนเรนนึกถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ต่อรองงั้นเหรอเรน?" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณกรอบหน้าของคนตัวเล็ก จนเรนต้องเบี่ยงหน้าหนีเพื่อหลบสายตาคมกริบที่มองมา "ในสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่าคุณต้องพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของผมตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีข้อยกเว้นเรื่องวันหยุด"
"แต่นั่นมันสัญญาเอาเปรียบ! ฉันเซ็นเพราะความจำเป็นต่างหากเล่า ถ้าฉันรู้ว่าคุณจะเรื่องเยอะขนาดนี้ ฉันยอมไปกู้เงินนอกระบบยังดีซะกว่า!" เรนหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น ไม่ยอมลดละให้แม้แต่นิดเดียว
จังหวะนั้นเอง คินน์ไม่ได้ถอยหนี กลับกัน เขากลับใช้แขนทั้งสองข้างยันผนังห้องกักตัวเรนไว้ตรงกลาง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว จนเรนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางจากตัวเขา
หัวใจเจ้ากรรมของเรนกระหน่ำเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่เขาไม่อาจคาดเดา
"พูดใหม่อีกทีซิ... คุณอยากไปกู้เงินนอกระบบมากกว่างั้นเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหิมะฝีปากบาง น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่กลับแหบพร่าและทรงพลังจนทำให้เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ฉ...ฉัน..." เรนอึกอัก สมองที่เคยแล่นฉิวดันมาสะดุดกึกกับระยะประชิดที่อันตรายต่อหัวใจเกินไป ดวงตาคู่สวยกวาดมองริมฝีปากที่ขยับพูดก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา "ปล่อยนะ... ถอยไปห่างๆ เลยคุณคินน์"
"ถ้าไม่ถอยล่ะ คุณจะทำไม?" คินน์ท้าทาย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เรนเกลียดนักหนาเพราะมันทำให้เขาใจเต้นแรงทุกที
เรนเม้มปากแน่น สมองพยายามประมวลผลหาทางหนีทีไล่ ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทันอ้าปากเถียงกลับ ประตูห้องที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างไร้การเคาะเตือน พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยของเพื่อนสนิทตัวดีที่ดังแทรกขึ้นมากลางคัน
"ไอ้เรน! กูซื้อกาแฟมาฝาก... เฮ้ย! กูเข้ามาผิดจังหวะอีกแล้วใช่ไหมวะเนี่ย!"
คินน์และเรนสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต เรนหน้าแดงแจ๋ด้วยความอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ขณะที่คินน์กัดกรามกรอดด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเป็นครั้งที่สองในรอบสิบนาที
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่เรนจะหันไปจัดการกับเพื่อนสนิทตัวแสบ คินน์กลับโน้มตัวมากระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทิ้งท้ายความระทึกไว้บนเส้นด้าย
"เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่... เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดีก็แล้วกัน ตัวแสบ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์พูดคุยกันตอนนี้นะครับ!
ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ•ตอนที่ 6
ดีลลับฉบับปวดประสาท
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!