ประโยคที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศเมื่อครู่ ยังทิ้งแรงกระเพื่อมไว้ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด เสียงฝีเท้าของบุคคลที่สามที่เพิ่งถอยร่นออกไปพร้อมกับเสียงประตูปิดลงเบาๆ เปรียบเสมือนเส้นคั่นบางๆ ที่ดึงเขากลับมาจากขอบเหวลึกแห่งความจริงอันตราย
เรนสะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ ร่างบางรีบดีดตัวถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนเข้ากับพนักโซฟา leather สีเข้ม พื้นที่ว่างระหว่างเขากับคินน์ถูกขยายออกในเสี้ยววินาที แต่ทว่า... อุณหภูมิรอบกายกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย มันยังคงร้อนระอุและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความใกล้ชิดที่ยังหลงเหลือ
"เอ่อ... คือว่า..." เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตากลอกกลิ้งไปมาอย่างไร้ทิศทางเพื่อหลบเลี่ยงดวงตาสีดำสนิทที่กำลังจ้องเขม็งราวกับสัตว์ป่ากำลังจดจ้องเหยื่อ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองที่เคยแล่นฉิวตลอดเวลาตอนนี้กลับขาวโพลน คิดหาคำพูดแก้ตัวไม่ถูก
ให้ตายเถอะ! เมื่อกี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ? เขากำลังจะปล่อยให้ผู้ชายคนนี้โน้มน้าวความรู้สึกได้ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?
ทางด้านคินน์ เจ้าของร่างสูงสง่าที่ยังคงค้างอยู่ในท่าโน้มตัวลงมาทาบทับ ยืดตัวกลับขึ้นช้าๆ อย่างเสียดาย ทว่าแววตาคู่คมกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคุกคามและ... ความจริงจังที่น่ากลัวกว่าเดิม
"เสียดายจังนะครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงนั้นเจือความเสียดายอย่างไม่ปิดบัง "เกือบจะได้ฟังประโยคที่ผมรอฟังอยู่แล้วเชียว"
"รอฟังอะไรของคุณเล่า!" เรนสวนกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่กำลังตีรวนขึ้นมาจุกอก ใบเนียนร้อนผ่าวลามเลียไปจนถึงใบหู "ผมไม่ได้จะพูดอะไรสักหน่อย คุณนั่นแหละเพ้อเจ้ออะไรอยู่ได้ ถอยไปเลยนะ อึดอัด!"
"อึดอัดเหรอครับ?" คินน์ทวนคำเสียง The tone ขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมอีกนิดอย่างจงใจ ทำให้เรนต้องเอนตัวหนีจนแทบจะราบไปกับพนักโซฟา "แต่เมื่อกี้ตอนที่ผมมองตาคุณ... ผมไม่ได้ยินคำว่าอึดอัดจากสายตาคู่นั้นเลยนะครับ เรน"
"คุณคินน์!" เรนตวัดสายตาดุๆ ใส่เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก มือเรียวผลักเข้าที่แผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดเรียบกริบอย่างแรง "อย่ามาทำเป็นพูดจาตลบตะแลงน่า... หลบไปเลยนะ ผมจะออกไปสูดอากาศข้างนอก หายใจไม่อย่..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อมือหนาคว้าข้อมือของเขาไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงดึงที่ไม่มากไม่น้อยเกินไปทำให้เรนเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่งอีกรอบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งซ้ำเติมความปั่นป่วนในท้องให้รุนแรงยิ่งขึ้น
คินน์ไม่ได้ปล่อยเขาไปทันทีอย่างที่เคยเป็น มืออีกข้างยกขึ้นไล้กรอบหน้าเนียนแผ่วเบาราวกับลืมตัว ปลายนิ้วกร้านสัมผัสกับผิวแก้มร้อนผ่าว ทำเอาเรนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
"ปล่อย..." เสียงที่เปล่งออกมาเบาราวกับเสียงกระซิบ ความดุด่าที่เตรียมไว้ปลิวหายไปไหนหมดก็ไม่รู้
ดวงตาสองคู่ประสานกันอีกครั้ง ในระยะประชิดที่ใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่บนผิวแก้ม คินน์มองลึกเข้าไปในดวงตาของคนปากแข็ง แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี บัดนี้กลับฉายความอ่อนโยนและความปรารถนาอันลึกซึ้งออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"เรน..." คินน์เอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันนุ่มนวล ทุ้มลึก และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด "ที่ผมพูดไปทั้งหมดเมื่อกี้... ผมไม่ได้ล้อเล่น"
หัวใจของเรนกระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น สมองประมวลผลคำพูดและสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว นี่เขา... กำลังจะตหลุมพรางของผู้ชายคนนี้จริงๆ งั้นเหรอ? บ้าชัดๆ! เขามีสัญญาทาสค้ำคออยู่ แถมหมอนี่ยังชอบแกล้งเขาให้หัวปั่นตลอดเวลาอีกต่างหาก แต่ทำไม... ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสมองเลยสักนิด
"คุณ... คุณหมายความว่า..." เรนเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก ความลังเลฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวย
คินน์ระบายยิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม "ผมหมายความว่า..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะทันควัน พร้อมกับเสียงเปิดประตูแง้มเข้ามาโดยไม่รอให้อญาติตอบรับ
"คุณคินน์ครับ เอกสารด่วนจากสำนักงานใหญ่ส่งมา..."
เสียงของเลขาหนุ่มที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมกองเอกสารในมือต้องชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจน—ท่านประธานหนุ่มผู้แสนเยือกเย็นกำลังโน้มตัวคร่อมร่างของพาร์ทเนอร์หนุ่มปากเก่ง บนโซฟาตัวยาวในระยะที่เรียกว่า... แนบชิดจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน
คินน์ผละตัวออกช้าๆ อย่างขัดใจ ใบหน้าหล่อเหลาตึงขึ้นเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในวินาทีชีวิต เขากวาดสายตาคมกริบตวัดมองลูกน้องตัวดีที่เข้ามาผิดจังหวะเวลาเสียเหลือเกิน จนเลขาหนุ่มกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีออกไปจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้
เรนอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลวกๆ เพื่อซ่อนความรวนเรในแววตา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมาก่อนจะหันไปสบตากับคินน์ที่มองตามมาด้วยแววตาตื้อมึน
"ดูท่าทางคุณจะมีงานด่วนนะฃรับ... ท่านประธาน" เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงความกวนประสาทกลับมาให้มากที่สุด แม้หัวใจจะยังเต้นไม่เป็นส่ำก็ตาม "งั้นผมขอตัวไปจัดการเรื่องเอกสารของผมต่อข้างนอกก่อนดีกว่า... เชิญเคลียร์งานตามสบายเลยนะครับ"
พูดจบร่างบางก็หมุนตัวเดินจ้วงอารมณ์ฉับๆ ตรงไปยังประตูทันที โดยไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ ทั้งสิ้น
แต่ทว่า... ในขณะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูเพื่อหนีให้พ้นจากสถานการณ์อันตรายนี้ เสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความดื้อรั้นก็ดังไล่หลังขึ้นมา ทำเอาเรนต้องชะงักเท้าก้าวไม่ออก
"คืนนี้... เรายังเคลียร์กันไม่จบนะครับ เรน"
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" เสมอมานะครับ!**
ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ•ตอนที่ 14
คำสารภาพที่พูดไม่จบ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!