เสียงอุทานเบาๆ ของ "กรณ์" ที่ดังลอดริมฝีปากออกมาในจังหวะที่บานประตูห้องทำงานเปิดกว้างอย่างไร้การเคาะเตือน คือชนวนเหตุที่ทำให้โลกทั้งใบของเรนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ร่างเพรียวบางผละออกจากอ้อมแขนกว้างของคินน์ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านผ่านผิวสัมผัส ใบหน้าที่เคยขาวเนียนบัดนี้แดงก่ำลามลึกไปจนถึงใบหู ความร้อนผ่าวแผ่ซ่านจนแทบจะระเหิดเป็นไอน้ำ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือไม้เกะกะไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนจนเผลอปัดโดนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานจนเกือบจะร่วงหล่น
ในขณะที่คินน์... นักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความตื่นตระหนกต่อหน้าผู้ใด กลับยืนนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยความเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก แต่หากมองลึกลงไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น จะพบประกายความหงุดหงิดระAยับที่ถูกจุดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ผม... ผมขอโทษครับท่านประธาน! ผมไม่ได้ตั้งใจจะ..." กรณ์ละล่ำละลักละลานตา รีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันทีราวกับเห็นผีสางเทวดา ทั้งที่ความจริงสิ่งที่เขาเห็นเป็นเพียงภาพเจ้านายหนุ่มมาดขรึมกับคู่สัญญาจำเป็นยืนใกล้ชิดกันเกินความจำเป็นเท่านั้น "พอดีมีเอกสารด่วนจากฝ่ายกฎหมายที่ต้องให้เซ็นอนุมัติ... ผมวางไว้บนโต๊ะนี้นะครับ! เชิญ... เชิญพวกคุณตามสบาย เอ๊ย! หมายถึง เชิญท่านประธานตรวจสอบตามอัธยาศัยครับ!"
พรึบ!
สิ้นเสียงละล่ำละลัก กรณ์ก็จัดการหมุนตัวกลับหลังหันอย่างรวดเร็วราวกับฝึกทหารมาแรมปี พร้อมกับดึงบานประตูห้องปิดล็อกให้สนิทอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยอณูความอึดอัดกลับมาปกคลุมพื้นที่กว้างในห้องทำงานหรูอีกครั้ง
เรนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกอับอายและกระดากอายตีรวนกันจนปั่นป่วนไปหมด เขาหันขวับไปถลึงใส่ต้นเหตุของเรื่องทันที
"เพราะคุณคนเดียวเลยคินน์!" เรนเอ็ดเสียงกระซิบลอดไรฟัน นัยน์ตาส่อแววคาดโทษ "บอกให้ปล่อยก็ไม่ยอมปล่อย! ทีนี้คนอื่นเขาจะเอาไปนินทากันสนุกปากแค่ไหนล่ะว่าท่านประธานกับลูกจ้างจำเป็นกำลังทำมิดีมิร้ายกันในเวลางาน!"
คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่รู้สึกรู้สา ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเรนอีกครั้งด้วยท่าทีคุกคามแบบเนิบนาบ แต่มั่นคงจนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน
"กลัวคนอื่นเข้าใจผิด หรือว่ากลัวใจตัวเองกันแน่ครับ... เรน"
เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกดให้ต่ำลงกระซิบอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ตรงซอกคอทำเอาขนลุกชันไปทั่วร่าง เรนกัดริมฝีปากแน่น พยายามผลักอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าอ้อมแขนของอีกฝ่ายกลับเหนี่ยวรั้งเอวบางเอาไว้ราวกับคีมเหล็กที่ไม่มีวันหลุด
"พูดจาเหลาะแหละอะไรของคุณ ถอยไปเลยนะ!" เรนเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจเกินไปนี้ "สัญญาบ้าๆ ระหว่างเราเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแล้วนะคินน์ อย่าลืมล่ะว่าเราเป็นอะไรกัน"
คำว่า *'เราเป็นอะไรกัน'* พ่นออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบราวกับจะตอกย้ำสถานะ แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประโยคดังกล่าวกลับสร้างรอยร้าวเล็กๆ ในความรู้สึกของคินน์อย่างประหลาด
นิ้วแกร่งยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนของเรนแผ่วเบา สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนจนเจ้าตัวยังต้องชะงัก คินน์จ้องลึกลงไปในดวงตาของคนตรงหน้าอย่างมีความหมาย ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความสับสนระคนเว้าวอนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งขรึม
"นั่นสินะครับ..." คินน์ทวนคำเสียงแผ่วเบa รอยยิ้มหยันที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ทำเอาเรนถึงกับหายใจสะดุด "เราเป็นอะไรกัน... เป็นคู่สัญญา? เป็นเจ้าหนี้กับลูกหนี้? หรือว่าเป็นแค่คนแปลกหน้าที่โชคชะตาเล่นตลกให้มาติดบ่วงด้วยกัน?"
เรนชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นประกายความไหววูบในดวงตาสีนิลคู่นั้น ปกติแล้วคินน์จะเป็นผู้ชายที่เฉียบขาด เย็นชา และพร้อมจะฟาดฟันทุกคนด้วยคำพูดเชือดเฉือน แต่วินาทีนี้... ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขากลับดูเหมือนคนที่กำลังสูญเสียการควบคุมตัวเอง และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ... เรนรู้ดีว่าต้นเหตุของความสูญเสียการควบคุมนั้นมาจากใคร
"คินน์..." เรนครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบa ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกต่อคลื่นอารมณ์ที่กำลังซัดสาดเข้ามาในอก
"ผมพยายามแล้วนะเรน..." คินน์ขยับเข้าใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือ พื้นที่ระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกัน "ผมพยายามทำตามกฎ พยายามตีตัวออกห่าง พยายามทำเป็นไม่สนใจเวลาที่คุณทำตัวดื้อรั้นใส่..."
มือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองข้างแก้มเนียนอย่างลืมตัว นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ผ่านโหนกแก้มแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย เรนตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลน สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมดเมื่อปลายนิ้วนั้นลากผ่านริมฝีปาก
"แต่ทุกครั้งที่คุณทำท่าทางแบบนั้น... ทุกครั้งที่คุณเถียงผม ตาเป็นประกายใส่ผม หรือแม้แต่ตอนที่คุณดื้อดึงไม่ยอมก้มหัวให้ใคร..." คินน์หยุดพูดไปชั่วขณะ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่เหนือริมฝีปากของเรน "คุณรู้ไหมว่ามันทำให้ผมคลั่งแค่ไหน..."
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของเรนจนแหลละเอียด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ปลายสมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่ได้ยิน คินน์... ผู้ชายที่ปากคอเราะร้ายและชอบออกคำสั่งคนนั้นเนี่ยนะกำลังบอกว่า...
"คุณ... คุณพูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย" เรนเสียงสั่นระริก หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่คุ้นเคยกำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มันไม่ใช่ความเกลียดชัง ไม่ใช่ความรำคาญ... แต่มันคือความหวามไหวที่อันตรายที่สุดในชีวิต
"ผมไม่ได้บ้าครับเรน..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "และผมก็เพิ่งยอมรับกับตัวเองได้ไม่นานนี้เองว่า... ผมไม่ได้เกลียดคุณเลยสักนิด"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาอย่างจริงจัง ทรงพลัง และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน ทำให้เรนรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงลงไปถนัดตา ปลายนิ้วของคินน์ยังคงลูบไล้อยู่ที่ข้างแก้ม ส่งผ่านกระแสความร้อนที่แผดเผาทุกเหตุผลในหัวของเขาให้มอดไหม้
ในห้องทำงานที่เงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงรบกวนใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดจนแคบลงเหลือเพียงแค่คนสองคน เรนหลบสายตาไม่ได้ หนีไปไหนก็ไม่ได้ ราวกับถูกพันธนาการไว้ด้วยเสน่หาที่เจ้าตัวเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน และริมฝีปากของคินน์กำลังเคลื่อนเข้าไปใกล้เพื่อปิดระยะห่างที่เหลืออยู่...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง และเอกสารกองโตในมือ
"ท่านประธานครับ! เรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่คุยไว้กับทางพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ มีปัญหาด่วน..."
เรนสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกผีอำ รีบผลักอกคินน์ออกอย่างแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อหันไปสบตากับ "ธน าร" รองประธานหนุ่มเพื่อนสนิทของคินน์ ที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงหน้าประตู พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือที่แทบจะร่วงหล่นลงพื้น
ธนาร์กระพริบตาปริบๆ มองหน้าเพื่อนสนิทสลับกับเด็กฝึกงานหน้าหวานที่ยืนหอบหายใจโยนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะค่อยๆ หุบยิ้มแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"โอ๊ะ... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะครับ งั้น... ผมขอตัวออกไปรอข้างนอกก่อนดีกว่า ดูท่าทางพวกคุณน่าจะกำลัง... เคลียร์ปัญหาส่วนตัวกันอยู่"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เติมพลังใจให้นะครับ!
ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ•ตอนที่ 13
ความรู้สึกที่ห้ามไม่อยู่
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!