ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ•ตอนที่ 18

ทริปที่ต้องไปร่วมกัน

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"ว่ายังไงนะ... คุณพ่ออาการทรุดหนักงั้นเหรอ?!" เสียงของเรนตวัดสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือที่กำลังถือเอกสารสำคัญสั่นน้อยๆ จนกระดาษในมือแทบหล่นลงพื้น ข่าวสารกะทันหันจากปลายสายทำลายความสุขุมทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาตลอดสัปดาห์พังทลายลงในพริบตาเดียว คินน์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ปรายตามองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของคนตรงหน้า ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีชาคูลสท์ขยับตัวเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งแต่แววตากลับไหววูบลงอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของเรน เขาวางปากกาในมือลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ดึงสติให้ห้องทำงานเงียบกริบลงทันที "เกิดอะไรขึ้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม เรียบ นิ่ง แต่แฝงไปด้วยอำนาจการกดดันที่ปฏิเสธไม่ได้ "คุณพ่อ... ท่านหัวใจวายเฉียบพลัน ตอนนี้อยู่ห้องไอซียูที่เชียงใหม่ครับ" เรนตอบเสียงสั่น น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวและมีชั้นเชิงในการต่อปากต่อคำหายวับไปกับตา เหลือเพียงเด็กหนุ่มที่กำลังเคว้งคว้างและเปราะบางที่สุดคนหนึ่ง คินน์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเรนในเวลาไม่ถึงสามวินาที มือหนาคว้าข้อแขนเรียวไว้มั่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะฉุดให้เรนหลุดจากภวังค์ความตกใจ "ตั้งสติก่อน เรน" คินน์เอ่ยเสียงเข้ม แววตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาที่เริ่มมีหยาดน้ำใสคลอเบ้า "เครื่องบินส่วนตัวของผมเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เราจะบินไปเชียงใหม่เดี๋ยวนี้" "แต่ว่าสัญญาโครงการ..." "เรื่องงานช่างหัวมันก่อน" คินน์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาคมดุฉายแววเด็ดขาดที่ขัดแย้งกับความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "พ่อเธอนอนรออยู่โรงพยาบาล นายคิดว่าสมองฉันจะประมวลผลเรื่องธุรกิจออกเหรอในเวลาแบบนี้" เรนเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจเต้นระรัวด้วยความกลัวและความกังวลจนแทบหายใจไม่ออก การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่ทริปพักผ่อน ไม่ใช่การเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์ตามที่ใครคาดคิด แต่มันคือการเดินทางที่พาทั้งคู่ไปเผชิญหน้ากับความเป็นความตายของบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิตของเรน ภายในห้องโดยสารส่วนตัวของเครื่องบินเจ็ตหรู บรรยากาศอึมครึมปกคลุมหนาแน่นราวกับมีก้อนเมฆฝนลอยวนอยู่รอบตัว เรนเอาแต่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่สะท้อนภาพใบหน้าซีดเซียวของตัวเอง แสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความมืดมิดของท้องนิตrยยามค่ำคืน ความเงียบงันดำเนินไปเนิ่นนาน จนกระทั่งสัมผัสอุ่นจัดที่ทาบทับลงบนหลังมือทำให้เรนสะดุ้งเล็กน้อย คินน์เลื่อนเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แก้วกาแฟอุ่นถูกวางไว้ตรงหน้า พร้อมกับมือหนาที่ยังคงกอบกุมมือของเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ไอความอบอุ่นจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านเข้ามาบรรเทาความหนาวเหน็บในใจของเรนได้อย่างน่าประหลาด "ดื่มอะไรร้อนๆ หน่อย นายไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เที่ยงแล้วนะ" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติหลายส่วน ความดุดحที่เป็นเอกลักษณ์ถูกแทนที่ด้วยความนุ่มนวลที่หาดูได้ยากยิ่ง เรนก้มมองมือตัวเองที่ถูกกุมไว้ เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่เก็บกดไว้เริ่มทะลักล้น "ผมกลัว... คินน์ ถ้าเกิดว่าพ่อเป็นอะไรไป ผมไม่รู้ว่าจะอยู่ยังไง" นี่เป็นครั้งแรกที่เรนยอมแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ไร้ซึ่งเกราะกำบัง ไร้ซึ่งคำพูดประชดประชัน คินน์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บีบรัดในอก ผู้ชายที่เคยต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่ยอมคน บัดนี้กลับทรุดฮวบลงพิงซบลงกับไหล่กว้างของเขาอย่างหมดแรง คินน์ไม่ได้พูดคำปลอบโยนเลี่ยนๆ ที่ไร้สาระ เขาเพียงแต่ยกแขนขึ้นโอบรอบไหล่บางของเรน ดึงร่างที่กำลังสั่นเทานั้นเข้ามาชิดอกแกร่ง ปล่อยให้ศีรษะทุยซบลงกับลาดไหล่ของตนเอง มืออีกข้างลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ อย่างปลอบประโลม จังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอของคินน์ค่อยๆ ถ่ายทอดความมั่นคงและปลอดภัยมาสู่เรนทีละน้อย กลิ่นกายสะอาดผสมกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงของคินน์ กลายเป็นพื้นที่หลบภัยเดียวที่เรนโหยหาในวินาทีนี้ "ท่านจะปลอดภัย... ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" คินน์กระซิบแผ่วเบาชิดขมับนุ่ม ริมฝีปากหยักได้รูปกดจูบลงบนเส้นผมอย่างเผลอตัว ความรู้สึกรักและอยากปกป้องพรั่งพรูขึ้นมาจนล้นปรี่ เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาได้มากมายขนาดนี้ จากคู่กัดที่คอยแต่จะหาเรื่องเชือดเฉือนกัน กลายเป็นคนที่เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้หยุดร้องไห้ เวลาผ่านไปเนิ่นนานท่ามกลางความเงียบและความใกล้ชิดที่แนบแน่น เรนค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลงได้ ลลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดลาดไหล่ของคินน์จนรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย แต่คินน์กลับไม่คิดจะขยับหนี เขายังคงนั่งนิ่งเป็นที่พักพิงให้เรนได้ซบพัก จนกระทั่งเครื่องบินลดระดับลงเตรียมลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่ แรงกระแทกเบาๆ ทำให้เรนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากไหล่ของคินน์ ใบหน้าหวานเปื้อนคราบน้ำจางๆ ดวงตากลมโตบวมช้ำเล็กน้อยแต่มันกลับดูน่าทะนุถนอมในสายตาของคินน์อย่างบอกไม่ถูก เรนรีบผละออก นั่งตัวตรงพร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดใบหน้าลวกๆ ด้วยความเก้อเขิน "เอ่อ... ขอบคุณครับ" คินน์มองท่าทีเขินอายที่เจือความเศร้าสร้อยนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาบางๆ เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกลงมาบังหน้าผากของเรนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาหัวใจของเรนเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด "ไม่ต้องขอบคุณหريك หน้าที่ของแฟน... เอ๊ย หมายถึง หน้าที่ของฉัน คือการดูแลนายอยู่แล้ว" คินน์หลุดปากเกือบพูดคำว่าแฟนออกไปเต็มเสียง แต่ก็รีบแก้เกี้ยวด้วยการทำเป็นมองไปทางอื่น ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดนั้นฟ้องความจริงเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ เรนชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดเกือบหลุดปากนั้น ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวอย่างห้ามไม่อยู่ แม้สถานการณ์จะกำลังวิกฤต แต่เคมีและความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ยังคงทำงานร่วมกันอย่างเงียบเชียบในพื้นที่จำกัดนี้ รถยนต์หรูคันงามมารับพวกเขาทั้งคู่ถึงลานจอดเครื่องบินส่วนตัว มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางเมืองเชียงใหม่ทันทีด้วยความเร็วสูง ตลอดทางไม่มีบทสนทนาใดๆ นอกจากการกุมมือกันไว้แน่นของคนทั้งคู่ ราวกับว่าการสัมผัสนี้คือพลังเดียวที่จะพาพวกเขาผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าอาคารฉุกเฉิน เรนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าทั้งหมดที่มีก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ คินน์ก้าวตามลงมาติดๆ มือหนาเอื้อมมาโอบไหล่บางไว้มั่นเพื่อส่งผ่านความมั่นใจ เรนก้าวเดินเข้าไปในตัวอาคารด้วยหัวใจที่เต้นระทึก ภาพเบื้องหน้าคือห้องไอซียูที่มีคุณอาและญาติคนอื่นๆ ยืนออกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ก่อนที่เรนจะก้าวเข้าไปถึงตัวญาติ เสียงฝีเท้าหนักๆ และน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากด้านหลังก็หยุดฝีเท้าของเขาทั้งคู่ไว้เสียก่อน "อ้าว เรน... ลูกมาถึงเร็วจัง แล้วนี่..." เรนหันกลับไปมองตามเสียง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเขาก็แทบสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้าของบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่ชัดเจน ไม่ใช่แค่ญาติฝั่งคุณพ่อ... แต่เป็น 'คุณหญิงแม่' ของคินน์ ที่ยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เรนจำได้แม่นว่าคือคู่หมั้นหมายที่ครอบครัวของคินน์จัดเตรียมไว้ให้! คินน์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อไปทันทีเมื่อสบตากับมารดาของตนเองที่ส่งสายตาดุส่งตรงมายังเขากับเรนที่ยังคงยืนเคียงข้างกันในระยะประชิด "คินน์... ลูกมาทำอะไรที่เชียงใหม่กับเด็กนี่? แล้วหนูรินล่ะ รู้เรื่องนี้หรือยัง!" ดรากอนไรเดอร์ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก้าวผ่านบททดสอบครั้งใหญ่ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%