กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่เคยคุ้นจมูก... กลิ่นที่ปลุกเร้าความทรงจำสีเทาให้ตื่นขึ้นอย่างไม่ได้รับเชิญ ลอยวนอยู่กลางห้องชุดหรูหราที่ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผมในยามนี้
ธามก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เคยใช้หว่าنล้อมให้ผมยอมตกลงคบหากันเมื่อปีก่อน ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงเพราะความเจ้าชู้เงียบของเจ้าตัว ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบไม่ใช่การปรากฏตัวของอดีตแฟนเก่า หากแต่เป็นสถานะล่าสุดที่เพิ่งถูกเฉลยออก It’s a bad joke. ธามเป็นลูกพี่ลูกน้องสายตรงของคินน์ ผู้ชายมาดนิ่งผู้กุมชะตากรรมทางการเงินและสัญญาบ้าๆ ฉบับนั้นไว้ในมือ
"ตกใจอะไรขนาดนั้นล่ะเรน หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว" ธามเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม จงใจทิ้งระยะห่างระหว่างเราให้สั้นลงอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนสัตว์ล่าเนื้อที่กำลังประเมินเหยื่อในอาณาเขต
"นายเข้ามาได้ยังไง ธาม" ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมสติไม่ให้สั่นไหวต่อหน้าคนที่ไม่อยากแม้แต่จะชายตาแล "แล้วนี่มันหมายความว่ายังไง ที่นายบอกว่าเป็น... ลูกพี่ลูกน้องกับคินน์"
"ก็หมายความตามที่ได้ยินนั่นแหละครับคนสวย" ธามไหวไหล่เบาๆ เดินลอยชายเข้ามาใกล้โซฟาที่ผมยืนอยู่ "พี่คินน์เป็นพวกบ้างานและไม่ค่อยสนใจเรื่องหยุมหยิมพวกนี้หรอก ฉันก็แค่... มีคีย์การ์ดสำรอง และบังเอิญรู้ว่าพี่ชายสุดเนี้ยบคนนี้เพิ่งเซ็นสัญญาจ้าง 'ใครบางคน' เข้ามาดูแลห้องนี้"
สายตาแพรวพราวที่มองมาทำให้ผมรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาว ไม่ใช่เพราะพิศวาส แต่เป็นความขยะแขยงที่ถูกปะปนด้วยความหงุดหงิด ผมถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับความแข็งแกร่งของแผงอกใครบางคนเข้าอย่างจัง
กลิ่นเบอร์กามอตผสมไม้ซีดาร์... กลิ่นกายสะอาดสะอ้านที่ทรงพลังและเย็นชาแบบนี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
"ออกจากห้องของฉันซะ ธาม"
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนเกือบเป็นคำรามดังขึ้นเหนือศีรษะของผม คินน์ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปแผ่รังสีความกดดันออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา ดวงตาคมกราบกริบของนักธุรกิจหนุ่มมองผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องด้วยแววตาดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
ธามชะงักไปนิด รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่คินน์แผ่ออกมา "โห พี่คินน์... ดุเป็นหมาหวงก้างไปได้ ผมก็แค่มาระยะสั้นๆ ในฐานะน้องชายที่ไม่ได้เจอกันนานเท่านั้นเอง นึกไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าคนโปรไฟล์ดีอย่างพี่จะลดตัวมาเลี้ยงเด็กกะโปโลคนนี้"
"คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก..." ผมทนฟังต่อไปไม่ไหว หมุนตัวกลับแล้วเงยหน้าสบตากับคินน์ที่ก้มลงมองพอดี ระยะห่างระหว่างเราใกล้เสียจนผมได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ ของเขา "ปล่อยผมนะ จะยืนเป็นเสาหินให้อีกนานไหม ถอยไปเลย"
ผมดันอกแกร่งของคินน์เบาๆ เพื่อให้เขาถอยห่าง แต่คนตัวโตกว่ากลับนิ่งสนิท ราวกับว่าแรงผลักของผมเป็นเพียงมดคันไฟ ไหล่กว้างยังคงบล็อกทางไม่ให้ผมขยับไปไหน ขณะที่สายตาคมกริบของเขากวาดมองสำรวจผมด้วยความไม่พอใจชัดเจน
"ใครอนุญาตให้เธอเรียกชื่อคนอื่นในห้องนี้เสียงดัง?" คินน์กระซิบถามเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างขมับผมจนขนลุกซู่ "และที่สำคัญ... หน้าที่ของเธอตอนนี้ ไม่ใช่การยืนต่อปากต่อคำกับแขกไม่ได้รับเชิญ"
"อ้าว นี่ผมกลายเป็นแขกไม่ได้รับเชิญไปซะแล้วเหรอครับเนี่ย" ธามหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระ สายตาคมกวาดมองความชิดใกล้ระหว่างผมกับคินน์ด้วยรอยยิ้มรู้ทัน "ดูท่าทางพี่ชายผมจะเอาจริงแฮะ งั้นผมไม่กวนเวลา 'เจ้านาย' กับ 'ลูกจ้าง' ดีกว่า... ไว้เราค่อยคุยกันนะเรน"
ประโยคสุดท้าย ธามจงใจเน้นเสียงและส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ผม ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูกระทบวงกบดังปัง ทิ้งความอึดอัดและระอุไว้เบื้องหลัง
พับผ่าสิ! วันแรกของการรับกรรมก็เจอเรื่องน่าปวดหัวซะแล้ว
"มองอะไรเล่า!" ผมหันไปแหวใส่คนที่ยังคงยืนซ้อนหลังอยู่ คินน์ไม่ได้ขยับหนีแถมยังก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน
"มองคนปากเก่งที่ทำท่าทางอวดดีใส่ฉันเมื่อกี้" คินน์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววพินิจพิเคราะห์ "ดูเหมือนว่าโลกกลมๆ ใบนี้จะเหวี่ยงคนในอดีตของเธอมาเจอในพื้นที่ที่ฉันควบคุมสินะ... ธามเป็นแฟนเก่าเธอใช่ไหม?"
คำถามตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อมทำเอาผมสะดุดกัก ทว่าความถือดีทำให้ผมเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา "แล้วมันธุระอะไรของนายล่ะครับ คุณคินน์? ในสัญญาระบุไว้แค่เรื่องงานบ้านและการเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ไม่ได้ครอบคลุมถึงเรื่องส่วน ะ...อุ๊บ!"
ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ ประโยคทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไปเมื่อมือหนาของคินน์คว้าเข้าที่เอวบางของผมแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดติดกับอกแกร่ง ความตกใจทำให้ผมเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจะต่อว่า แต่คินน์กลับใช้จังหวะนั้นโน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นเสียงโวยวายด้วยริมฝีปากหยักลึกที่ไม่ได้ล่วงเกินรุนแรง แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้สมองผมขาวโพลนไปชั่วขณะ!
สัมผัสอุ่นร้อนที่กดแนบลงมาเต็มไปด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ มันเป็นจูบที่ไม่ได้มีความอ่อนหวานโรแมนติก แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ร่างกายของผมแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ก่อนที่เขาจะผละออกช้าๆ ปล่อยให้ผมหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู
"จำไว้..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปากของผม น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าสั่นประสาทจนผมเขאר่าสั่น "นี่คือการเตือนครั้งแรก"
ผมเม้มริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยด้วยความคับAใจ ปัดมือเขาออกแล้วถอยรูดก้นไปติดขอบโต๊ะทำงานเพื่อสร้างระยะห่าง "คุณมัน... เผด็จการ! จูบพร่ำเพรื่อแบบนี้มันละเมิดสิทธิ์ชัดๆ!"
"ละเมิดสิทธิ์?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากผมด้วยความพึงพอใจ "ในฐานะเจ้าหนี้และเจ้าของห้องนี้ ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวเธอ... รวมทั้งกฎสามข้อที่เธอต้องจดจำให้ขึ้นใจ เริ่มจากข้อแรก..."
เขาก้าวเข้ามาประชิดอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มผมออกแผ่วเบา สัมผัสนั้นแฝงความอ่อนโยนขัดกับแววตาดุดัน
"ห้ามเข้าใกล้ธาม... ห้ามพูดด้วย... และห้ามแม้แต่จะชายตาสองสายให้มันเด็ดขาด"
ผมจ้องหน้าผู้ชายตรงด้วยความรู้สึกที่ตีรวน ทั้งโกรธ ทั้งหมั่นไส้ และแปลกประหลาดที่หัวใจดันเต้นผิดจังหวะกับคำสั่งเผด็จการนั้น "แล้วถ้าผมไม่ทำตามล่ะ?"
คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบทำให้ผมหนสันหลังวาบ
"ถ้าเธอฝ่าฝืนข้อแรก... บทลงโทษในข้อต่อไป จะทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะเดินออกไปเจอหน้ามันอีกเลย... เรน"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ประสานกัน ท่ามกลางสายตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างกดดันจนผมแทบหยุดหายใจ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความแซ่บในตอนนี้นะครับ
ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ต้องทำตาม
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้ายนายตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!