ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด•ตอนที่ 3

เมื่อเงินตราสยบความวุ่นวาย

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กดังสนั่นลั่นห้องประชุมใหญ่ จนพนักงานฝ่ายจัดซื้อสะดุ้งโหยง รินรดาแทบจะกลอกตาเป็นเลขแปดใส่ท่าทีวางอำนาจของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะ แฟนตาซีสีชมพูเรื่องการทำงานร่วมกันอย่างสันติสุขถูกฉีกทิ้งตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเห็นชื่อโปรเจกต์ปรับปรุงโครงสร้างตึกระฟ้ามูลค่าหมื่นล้านนี้พ่วงชื่อเขาเข้าไปด้วย "แปลกใจมากหรือคะ คุณรินรดา? หรือว่าวิศวกรมือหนึ่งอย่างคุณ จะเก่งแต่ปากเวลาอยู่หน้าไซต์งาน แต่พอเจอโปรเจกต์ระดับชาติเข้าจริงๆ ถึงกับขาอ่อนแรงจนรับไม่ไหว" คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากอย่างจงใจ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองร่างบางที่ยืนกอดอกนิ่งสนิท เธอไม่ได้ดูสะท้านสะเทือนต่อแรงกดดันจากมหาเศรษฐีหนุ่มเลยแม้แต่น้อย กลับกัน รินรดายกยิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่ทำให้คนมองอยากจะลุกขึ้นมาเขย่าตัวเธอให้หายหมั่นไส้ "ถ้าคำว่า 'ทำงานร่วมกัน' ของคุณคิรากร หมายถึงการเอาเอกสารขยะพวกนี้มาป1ัดฝุ่นแล้วบังคับให้ฉันเซ็นอนุมัติโครงสร้างที่เสี่ยงต่อการถล่มเพื่อแลกกับเงินใต้โต๊ะล่ะก็... เชิญหาคนอื่นเถอะค่ะ ฉันไม่อยากเอาใบประกอบวิชาชีพของตัวเองไปแลกกับเศษเงินของคนที่ไม่รู้จักแยกแยะ" คำพูดสวนกลับแบบไม่ไว้หน้าทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงทันที บรรดาผู้บริหารต่างพากันกลืนน้ำลายเอื้อมมือเช็ดเหงื่อซึมตามขมับ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะรู้ดีว่าคิรากรเกลียดที่สุดคือคนที่กล้าต่อปากต่อคำ และยิ่งเป็นผู้หญิงที่เขาจงใจใช้สัญญาผูกมัดให้อยู่ใต้อำนาจด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีใครกล้าคาดเดาจุดจบของเธอด้านมืด แต่คิรากรกลับไม่โกรธอย่างที่ทุกคนคิด นัยน์ตาคมเข้มกลับพินิจพิจารณาใบหน้าเรียบเฉยที่เชิดขึ้นอย่างถือดีนั้น ความดื้อรั้นและแววตาดุดั่งแมวป่าตัวน้อยๆ นี่ต่างหากที่ทำให้เขาต้องยอมทุ่มงบมหาศาลเพื่อดึงเธอมาอยู่ในกรงทองแห่งนี้ "ปากเก่งดีนี่คะ..." คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรดปรานในสูทตัดเข้ารูปเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้รินรดาเรื่อยๆ จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความกดดันแผ่ซ่านรอบตัว "แต่ระวังไว้เถอะค่ะ ปากดีๆ แบบนี้... อาจจะต้องมานั่งคุกเข่าขอร้องฉันทีหลัง เมื่อโปรเจกต์นี้ถูกยกเลิกแล้วบริษัทของคุณกลายเป็นบุคคลล้มละลายในชั่วข้ามคืน" รินรดาขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแรงกดดันจากร่างสูงพุ่งเข้าหา แต่มือเรียวบางยังคงกำแน่น เธอเชิดหน้าสู้สายตา ไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อย "คุณคิดว่าใช้อำนาจเงินซื้อได้ทุกอย่างสินะคะ คุณคิรากร? เสียดายจันทน์กะพ้ออย่างคุณคงไม่เข้าใจหรอกว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์น่ะ มันแพงกว่าเงินในบัญชีของคุณหลายร้อยเท่า!" เพล้ง! เสียงเปิดประตูห้องประชุมเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท ทำลายความตึงเครียดเมื่อครู่ลง เมธาวีในชุดสูทแบรนด์เนมสีแดงเพลิงก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาคู่คมจ้องมองรินรดาด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง "นี่เธอยังกล้าลอยหน้าลอยตาอยู่ในบริษัทของพี่กรอยู่อีกเหรอ รินรดา! อย่าคิดนะว่าใช้วิธีมารยาตื้อขอทำงานร่วมกับเขาแล้วจะไต่เต้าขึ้นมาเทียบชั้นฉันได้ ฝันไปเถอะค่ะ!" เมธาวีแผדเสียงแหลมสูงจนน่ารำคาญ พลางผลักอกรินรดาเต็มแรงหวังให้เธอเสียหลัก แต่มีหรือที่วิศวกรสาวสายฟาดจะยืนรอรับแรงกระแทกเฉยๆ รินรดาเพียงแค่เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยด้วยความไว พร้อมกับยื่นมือไปปัดกระเป๋าถือแบรนด์หรูของเมธาวีร่วงลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี เสียงเครื่องสำอางราคาแพงกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด "อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีมือมันลื่นไปหน่อย... ว่าแต่คุณเมธาวีว่างมากเหรอคะ ถึงได้วิ่งโร่มาเห่าหอนถึงในตึกนี้ หรือว่ากลัวตำแหน่งคู่หมั้นในอนาคตจะสั่นคลอนจนต้องมาคอยเช็คเรตติ้งคะเนี่ย?" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้มสวนกลับทันควัน ชนิดที่เรียกว่าตบหน้ากลางอากาศโดยไม่ต้องใช้มือ เมธาวีหน้าชาดิก กรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด "แก! นังสารเลว!" "พอได้แล้วค่ะ, เมธาวี!" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ คิรากรตวาดกร้าวด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาเย็นเยียบมองคู่หมั้นสาวที่ทำตัวไร้มารยาทในอาณาจักรของเขา "ถ้ายังไม่เลิกทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ เชิญออกไปจากตึกของผมเดี๋ยวนี้!" เมธาวีช็อกตาค้าง เธอหันขวับไปมองคิรากรด้วยความไม่เชื่อสายตา ผู้ชายที่เธอพยายามเกาะแกะมาตลอดกลับไล่เธอเพื่อปกป้องผู้หญิงชั้นต่ำคนนี้เนี่ยนะ? รินรดาแอบอมยิ้มสะใจเล็กๆ กับภาพตรงหน้า ก่อนจะหันมาคว้าแฟ้มเอกสารของตัวเองเตรียมเดินออกจากห้องประชุม เพราะเธอหมดอารมณ์จะเล่นเกมประสาทตบะแตกกับคนพวกนี้แล้ว "จะรีบไปไหนล่ะคะ คุณรินรดา?" เสียงทุ้มเอ่ยรั้งไว้ พร้อมกับที่คิรากรก้าวเข้าไปขวางทางประตูเอาไว้ ร่างสูงก้มลงกระซิบเบาๆ ริมหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ "เซ็นสัญญานั่นซะ... ไม่อย่างนั้น ฉันจะทำให้บริษัทรับเหมาของคุณไม่มีแผ่นดินจะอยู่ภายในสามวินาทีนี้" รินรดาตวัดสายตาดุดันมองหน้าซีอีโอหนุ่มผู้เอาแต่ใจ เธอรู้ว่าเขาทำได้จริง และเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้ในเกมของเขา แต่ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากปฏิเสธหรือตกลง เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างของชายชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนที่เดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ และตรงกลางกลุ่มนั้น... คือชายสูงวัยผู้ทรงอิทธิพลที่คิรากรต้องยอมก้มหัวให้ทุกครั้งที่พบเจอ พ่อของคิรากรก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าทั้งคู่ รอยยิ้มเย็นชาประดับอยู่บนใบหน้าทรงอำนาจ ก่อนที่ท่านจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหยุดหายใจ "ไม่ต้องเซ็นอะไรทั้งนั้นแหละ... รินรดา เพราะโปรเจกต์นี้ถูกโอนสิทธิ์ทั้งหมดให้เป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียวแล้ว ตามคำสั่งของฉันเอง!" ติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมฟาดฟันความอยุติธรรมไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%