"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันมือไม้อ่อนไปหน่อย ชุดราตรีหลักล้านของตระกูลดังถึงได้เปื้อนไวน์แดงจนหมดราคาแบบนี้... แต่ก็นะคะ ของราคาถูกต่อให้เอามาซักใหม่ ก็ยังดูเป็นของเกรดต่ำอยู่ดี"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเมธาวีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูม ไฮโซสาวเจ้าของเพชรเม็ดโตเท่าไข่ห่านจงใจเดินมาชนแก้วไวน์ในมือรินรดา จนของเหลวสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนชุดราตรีผ้าไหมอิตาลีราคาแพงลิบลิ่วที่คิรากรเพิ่งสั่งตัดพิเศษให้
สายตาดูถูกเหยียดหยามนับร้อยคู่ในงานสมาคมชั้นสูงต่างพากันจับจ้องมาที่วิศวกรสาว ทว่ารินรดากลับไม่มีทีท่าว่าจะตื่นตระหนกหรือร้องไห้ฟูมฟายเหมือนที่เมธาวีวาดฝันไว้เลยสักนิด
รินรดายกมุมปากขึ้นยิ้ม รอยยิ้มที่ทำให้คนที่มองอยู่รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด หล่อนค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวปาดหยดไวน์บนเนื้อผ้าออกอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับตัวฉกาจด้วยแววตานิ่งสงบแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"ชุดนี้ราคาแปดหลักค่ะคุณเมธาวี... แต่ก็น่าเสียดายนะคะ ที่ต่อให้คุณเอาเงินทั้งชีวิตมาประโคมใส่ตัว ก็ซื้อรสนิยมและความฉลาดให้เทียบเท่ากับคนที่คุณกำลังเหยียดหยามไม่ได้อยู่ดี"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างฉาดฉาน เล่นเอาเมธาวีหน้าชาหนึบ รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของไฮโซสาวแข็งค้างทันที
"เธо... นังวิศวกรปากจัด! กล้าดียังไงมาว่าฉัน!" เมธาวีแผדเสียงกรี๊ดกร๊าดด้วยความโกรธจัดที่ถูกตบหน้ากลางอากาศต่อหน้าแขกเหรื่อผู้ดีตีนผีทั้งหลาย
"ทำไมฉันจะพูดไม่ได้ล่ะคะ?" รินรดาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แรงกดดันจากรัศมีความมั่นใจทำให้เมธาวีต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "วิศวกรโยธาอย่างฉัน ใช้สมองคำนวณโครงสร้างตึกระฟ้าและสร้างรายได้เข้าประเทศนับพันล้าน ดีกว่าพวกเอาแต่เกาะกองมรดกไปวันๆ แล้วคอยเอาความอิจฉาริษยามาพ่นใส่คนอื่นไปวันๆ ตั้งเยอะนะคะ"
ความเงียบกริบปกคลุมห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง ทุกคำพูดของรินรดาทิ่มแทงใจดำคนฟังจนแทบกระอักเลือด ความฉลาดและวาจาเชือดเฉือนทำให้พวกที่เคยตั้งท่ารังเกียจเธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
ในวินาทีนั้นเอง ประตูบานคู่แกะสลักทองคำสไตล์ยุโรปก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าของคิรากร ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลปรากฏขึ้นในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป แววตาคมกริบกวาดมองบรรยากาศตึงเครียดภายในงานด้วยความเยียบเย็น รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขากดดันให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ
ชายหนุ่มสาวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินรดาอย่างปกป้อง มือหนาเอื้อมโอบเอวบางไว้หลวมๆ ก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจก้องกังวาน
"เมื่อครู่นี้... ใครบอกว่าภรรยาของผมใส่ของราคาถูกและไม่มีรสนิยมนะครับ?"
เมธาวีหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นสายตาพิฆาตของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมชะตากรรมทางธุรกิจครึ่งประเทศ
"ค... คุณคิรากรคะ คือว่า..." เมธาวีละล่ำละลักเสียงสั่น
คิรากรไม่สนใจฟังคำแก้ตัวแม้แต่น้อย เขากดสปีกเกอร์โฟนบนหน้าจอโทรศัพท์ทันที เสียงทุ้มเข้มของเลขาคนสนิทดังลอดออกมาจากปลายสายท่ามกลางความเงียบงัน
"ท่านประธานครับ จัดการซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลเมธาวีเรียบร้อยแล้วครับ เริ่มดำเนินการถอนทุนและฟ้องล้มละลายได้ทันทีตามคำสั่งครับ"
สิ้นเสียงรายงานสถานการณ์ เมธาวีเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหน้างานเต้นรำทันที ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่รินรดายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มสะใจ
ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตะลึงงันกับความเด็ดขาดของซีอีโอหนุ่ม ไฟในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด... พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบที่เดินเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเขาจากทุกทิศทาง พร้อมข้อความปริศนาบนจอยักษ์ที่สว่างวาบขึ้นมาว่า: *"เกมล่าทายาทพันล้าน... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น"*
ด้วยรักจากใจ... ไอศกรีมมินต์ช็อกค่ะ
ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด•ตอนที่ 12
ตบหน้ากลางงานเต้นรำ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!