ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด•ตอนที่ 13

คำสารภาพที่ไม่มีใครเชื่อ

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
"ถ้าฉันจะบอกว่า... ทุกโปรเจกต์ที่เธอประมูลได้ด้วยตัวเอง มันไม่ใช่เพราะความบังเอิญ แต่เป็นเพราะฉันคอยกวาดขยะพวกนั้นให้พ้นทางตั้งนานแล้วล่ะ เธอจะว่ายังไง?" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความจริงจังเกินกว่าจะพูดเล่น ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคิรากร แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟดีไซน์โมเดิร์นส่องกระทบสันจมูกคมสันและดวงตาคู่นคมที่กำลังจ้องมองวิศวกรสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตา รินรดายังคงกอดอกพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานสีดำสนิท ใบหน้าสวยเฉี่ยวนิ่งสนิท แววตาคู่คมฉายแววเยาะหยันเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะขยับยوردยิ้มเย็นชา "หึ... ประธานคิรากรผู้ทรงอิทธิพล ว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ถึงขั้นมานั่งแต่งนิทานปรัมปราให้วิศวกรตาดำๆ ฟังหรือคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี "จำไว้นะคะคุณคิรากร รินรดาคนนี้ไม่เคยต้องพึ่งพาเศษทานบารมีของใคร ไซต์งานก่อสร้างตึกเอ็กซ์เพรสชันนัลนั่น ฉันใช้มันสมอง หยาดเหงื่อ และแรงงานของฉันเองล้วนๆ ไม่ได้เอาตัวเข้าแลก หรือรอให้ผู้ชายกระเป๋าหนักมาปูพรมแดงให้อย่างที่ไฮโซบางคนเข้าใจหรอกค่ะ!" คิรากรขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นท่าทีแข็งกระด้างที่พร้อมจะพยศใส่เขาได้ตลอดเวลา ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดร่างบางที่ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง รัศมีกดดันจากซีอีโอหนุ่มผู้กุมอำนาจการเงินมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง แต่รินรดากลับเชิดหน้าขึ้นสู้ ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "ดื้อด้าน..." คิรากรพึมพำลอดไรฟัน สายตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธ "ฉันพูดความจริง ทำไมเธอถึงไม่เคยเชื่อใจฉันเลยรินรดา? ทุกครั้งที่เมธาวีส่งคนมาปأسป่วนไซต์งาน หรือพยายามเล่นตุกติกเรื่องงบประมาณ ใครกันล่ะที่คอยเคลียร์กระดานให้เธอเดินหมากต่อได้สะดวก?" "แล้วใครใช้ให้คุณมาจุ้นจ้านล่ะคะ!" รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาววับด้วยความไม่พอใจ "ฉันบอกหลายครั้งแล้วว่าเราเป็นแค่คู่หมั้นกันตามสัญญาบ้าๆ ของผู้ใหญ่ ไม่ได้รักกัน! เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แล้วก็เลิกทำตัวเป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่ฉันไม่ได้ร้องขอสักที มันน่ารำคาญค่ะ!" คำว่า 'ไม่ได้รักกัน' พุ่งปักเข้ากลางใจของคิรากรราวกับมีดคมกริบ ความเจ็บแปลบแปลบปะปนกับความดื้อรั้นในอกทำให้มือหนาเผลอเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงให้หญิงสาวหยุดฝีปากที่กำลังพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่เขา รินรดาชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่ไหววับชั่วขณะ คิรากรในยามนี้ไม่ได้มีมาดของซีอีโอผู้เย็นชาไร้หัวใจอีกต่อไป แต่เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแบกรับความรู้สึกอัดอั้นตันใจไว้จนแทบจะระเบิด "รำคาญเหรอ..." เสียงทุ้มแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน "ที่ฉันทำทั้งหมด... ที่ฉันยืนอยู่ข้างเธอ คอยปกป้องเธอจากพวกหมาป่าในคราบไฮโซ เธอยังดูไม่ออกเลยใช่ไหมว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของคู่หมั้น... แต่มันคือความรู้สึกของฉันเอง" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดานิ่งงิ่งไป อึดใจหนึ่งที่หัวใจเต้นผิดจังหวะจนแทบจะได้ยินเสียงสะท้อน แต่ความทิฐิและบาดแผลในอดีตก็ทำหน้าที่เกราะป้องกันตัวเธอไว้อย่างเหนียวแน่น หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติทั้งหมดแล้วกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น "เลิกเล่นละครน้ำเน่าเถอะค่ะคุณคิรากร คนอย่างคุณมีผู้หญิงเข้าหาเป็นร้อยเป็นพัน เหตุผลเดียวที่คุณทำแบบนี้ คงเพราะไม่ยอมเสียหน้าที่มีคู่หมั้นเป็นวิศวกรจนๆ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้คุณสินะคะ" รินรดาแกล้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทั้งที่ข้างในสั่นไหวอย่างรุนแรง "ปล่อยค่ะ ฉันมีงานต้องตรวจต่อที่ไซต์ ไม่ว่างมาฟังคำโกหกพกลมของคุณหรอกนะ" พูดจบ รินรดาก็สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง หันหลังเตรียมจะก้าวเดินหนีออกไปจากห้องทำงานนั้นให้พ้นๆ เพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมถึงลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูก็ถูกเปิดผางเข้ามาเสียก่อน พร้อมกับร่างชดช้อยของเมธาวีที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาสมเพชระคนสะใจ "อุ๊ย... ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?" เมธาวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริต ปรายตามองรินรดาหัวจรดเท้า "แหม... นึกว่าใคร ที่แท้ก็วิศวกรตกอับที่ต้องมาคอยอ้อนวอนขอเศษความเมตตาจากคุณคิรากรนี่เอง น่าสมเพชจริงๆ นะคะ เก่งนักไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้แบบนั้นล่ะจ๊ะ?" รินรดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างเพรียวทันที ความโกรธที่ถูกสะสมไว้พุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุด เธอกำหมัดแน่นพร้อมที่จะฟาดกลับให้หงายเงิบ แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับโต้ตอบ เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียดเสียก่อน ซีอีโอหนุ่มใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบตวัดมองเมธาวีด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเย็นชาในทันทีที่ได้ยินเสียงปลายสาย "ว่าไง..." คิรากรเอ่ยเสียงห้วน (ท่านประธานคิรากรครับ! แย่แล้วครับ!) เสียงเลขาส่วนตัวดังลั่นผ่านลำโพงด้วยความตื่นตระหนกจนเล็ดลอดออกมาให้ทุกคนในห้องได้ยิน (ตอนนี้หุ้นของตระกูลเมธาวีร่วงลงอย่างดิ่งเหิรภายในสามนาทีเนื่องจากบัญชีลับถูกอายัด และ... และมีคำสั่งซื้อหุ้นบริษัทของพวกเขาทั้งหมดจากกองทุนลึกลับ มูลค่าพันล้านถูกกวาดซื้อเรียบในพริบตาเดียวครับ!) เมธาวีที่กำลังยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าแข็งค้างในทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด หญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดดูหน้าจอที่แสดงกราฟหุ้นดิ่งนรกและข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารด้วยมือที่สั่นเทา "มะ... เป็นไปไม่ได้! ใครทำอะไรบ้านฉัน!" เมธาวีหวีดร้องเสียงหลง ใบซีดเผือดไร้สีเลือด หันขวับไปมองหน้าคิรากรด้วยความหวาดกลัว คิรากรค่อยๆ ลดโทรศัพท์ลง สายตาเย็นชาคู่นั้นไม่ได้มองเมธาวีแม้แต่น้อย แต่กลับทอดมองมาที่รินรดานิ่งๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ก่อนที่เขาจะกดปุ่มสปีกเกอร์โฟนให้เสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติของธนาคารระดับโลกดังขึ้นก้องห้องทำงาน *(ยืนยันคำสั่งซื้อสำเร็จ... โอนกรรมสิทธิ์บริษัททั้งหมดภายใต้ชื่อตระกูลเมธาวี สู่บัญชีมหาเศรษฐีของ...)* ด้วยรักจากใจ... ไอศกรีมมินต์ช็อกค่ะ
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%