“เอาเอกสารสัญญาฉบับใหม่มาให้ฉันเซ็น เดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงเย็นเยียบของคิรากรดังก้องไปทั่วห้องทำงานชั้นบนสุด รินรดานั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวหรูด้วยท่าทีสบายอารมณ์ เธอวางเรียวขาเรียวสวยไขว่ห้างพลางหมุนปากกาในมือเล่น ราวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่—การประกาศไล่พาร์ทเนอร์คนเก่าออกกลางที่ประชุม—เป็นเพียงแค่การจิบกาแฟยามบ่าย
“คุณรินรดาคะ นี่มันเรื่องตลกหรือเปล่าคะ?” เมธาวีที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางห้องเค้นเสียงออกมาแทบไม่ออก “คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนคุณคิรากรเพียงลำพังแบบนี้!”
“ไม่มีสิทธิ์?” รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบประหนึ่งวิศวกรที่กำลังตรวจพบรอยร้าวในโครงสร้างอาคาร “เมธาวีคะ กฎของบริษัทนี้น่ะเหรอ? โทษทีนะพอดีฉันเพิ่งซื้อกรรมสิทธิ์ตึกนี้ทั้งหมดไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วด้วยเงินสด และในฐานะ ‘เจ้าของตึก’ ฉันมีสิทธิ์ขาดที่จะอนุญาตให้ใคร ‘อยู่’ หรือ ‘ออก’ จากพื้นที่ของฉัน... เข้าใจตรงกันนะคะ?”
คิรากรที่ยืนพิงผนังห้องอยู่ไม่ไกล ยกยิ้มมุมปากอย่างถูกใจ เขาชอบท่าทีจองหองที่มาพร้อมกับสมองอันปราดเปรื่องของเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่ออดอ้อน แต่คือการเป็น ‘คู่ชีวิต’ ที่พร้อมจะฟาดฟันศัตรูไปพร้อมกับเขา
“ตามนั้นครับคุณเมธาวี” คิรากรเอ่ยขึ้น เสียงของเขาต่ำลึกและทรงอำนาจ “ผมว่าคุณควรเก็บข้าวของออกไปก่อนที่เจ้าของตึกคนใหม่เขาจะเปลี่ยนใจสั่งรื้อถอนห้องทำงานของคุณทิ้งเสียก่อน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างขวาง เมธาวีถอยกรูดออกไปจากห้องด้วยความแค้นที่ฝังลึก แต่รินรดากลับไม่ได้สนใจ เธอวางปากกาลงแล้วหันไปหาคิรากรที่เดินเข้ามาใกล้จนแทบจะไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน
“คุณทำให้พนักงานทั้งบริษัทเอาเราไปซุบซิบกันสนุกปากแล้วนะคะ” รินรดาเอ่ยพลางเอื้อมมือไปจัดเนคไทให้เขาอย่างถือวิสาสะ
“ซุบซิบเรื่องอะไร? ว่าเรามีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม หรือว่าผมแพ้ทางผู้หญิงที่กล้าไล่หุ้นส่วนตัวเองออกเพียงเพราะเขาปากเสียใส่คุณ?” คิรากรก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รินรดาทำได้เพียงจ้องกลับด้วยแววตาที่สั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที
“เขาว่าคุณเป็นซีอีโอที่ลุ่มหลงจนเสียงานเสียการ”
“งั้นผมคงต้องทำให้เห็นแล้วล่ะครับ ว่าผม ‘เสียการงาน’ ไปมากแค่ไหน”
คิรากรคว้าข้อมือของรินรดาไว้ก่อนจะโน้มตัวลงกดจูบที่ข้างขมับของเธออย่างอุกอาจ ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบที่ดังรอดเข้ามาจากบานประตูห้องทำงานที่ปิดไม่สนิท พนักงานหลายคนหยุดยืนมองผ่านกระจกใสที่สะท้อนภาพทั้งคู่ในท่าทางที่ดูเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลลิบ
บรรยากาศในออฟฟิศวันนี้ร้อนระอุยิ่งกว่าไซต์งานก่อสร้างที่รินรดาเคยคุม รัศมีอำนาจของทั้งสองแผ่ขยายจนไม่มีใครกล้าสบตา แต่ในความเงียบเชียบนั้น ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะก้าวข้ามเส้นที่กำหนดไว้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ รินรดาพยายามผลักเขาออกแต่แรงของเธอกลับไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย
“คิรากร... หยุดนะคะ คนเขามองกันทั้งบริษัทแล้ว!”
“ก็ให้มองไปครับ” เขาตอบเสียงเรียบก่อนจะเดินไปกดรีโมทคอนโทรลให้ม่านไฟฟ้าปิดลงจนมืดสนิท “เพราะต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครในบริษัทนี้กล้าตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ของเราอีก ถ้าพวกเขาไม่อยากตกงานเป็นรายต่อไป”
รินรดาใจเต้นรัวเกินกว่าจะควบคุม เธอรู้ดีว่าเกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือการประกาศศักดาว่า ‘ทายาทพันล้าน’ คนนี้ไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงข้างกายเขาต้องเผชิญหน้ากับความเหยียดหยามเพียงลำพังอีกต่อไป
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์ เสียงโทรศัพท์มือถือของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เป็นเบอร์แปลกที่โทรเข้ามาจากต่างประเทศ พร้อมกับข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาคิรากรถึงกับชะงัก สายตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด
ข้อความนั้นระบุชัดเจนว่า ‘ความลับที่ปิดตายในโครงสร้างตึกแห่งนี้กำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง’ และบุคคลที่ส่งข้อความนี้มาคือ ‘คนตาย’ ที่ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับรินรดานะคะ รอยืนยันความสะใจในตอนหน้าได้เลยค่ะ!
ด้วยรักจากใจ... ไอศกรีมมินต์ช็อกค่ะ
ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด•ตอนที่ 8
ข้ามเส้นที่กำหนดไว้
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!