ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด•ตอนที่ 19

การเผชิญหน้ากับความจริง

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
"คุณคิดว่าเงินสามสิบล้านที่แม่ฉันยัดใส่มือคุณ เพื่อให้ไสหัวไปจากชีวิตเขา มันคุ้มค่าพอที่จะแลกกับความรู้สึกของฉันไหมล่ะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากของคิรากร ไม่ได้เจือด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่เคยเป็น หากแต่มันเต็มไปด้วยรอยร้าวลึกที่ยากจะประสาน ประโยคนั้นบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกคิรากร กรุ๊ป แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากตึกระฟ้าภายนอกสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่มักจะเยชาใส่คนทั้งโลก แต่ในวินาทีนี้... สายตากูคู่นั้นกลับกำลังสั่นไหวอย่างน่าใจหาย รินรดาชะงักมือที่กำลังถือแท็บเล็ตตรวจแปลนโครงสร้างตึกระฟ้า เธอนิ่งค้างไปสามวินาทีเต็ม สมองที่เคยฉับไวและเต็มไปด้วยคำพูดเชือดเฉือนเพื่อตบหน้าพวกเหยียดเพศ กลับตื้อมึนไปชั่วขณะ วิศวกรสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างเธอ หรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น แม้ในใจจะตื่นตระหนกกับสารพัดข้อมูลลับที่เพิ่งถูกเปิดเผย แต่ท่าทีของเธอกลับยังคงความเย่อหยิ่งและนิ่งสงบเอาไว้ได้เป็นอย่างดี "แล้วคุณมาเล่าเรื่องน่าสมเพชนี้ให้ฉันฟังทำไมล่ะคะ ท่านซีอีโอ" รินรดาลดแท็บเล็ตลง วางมันกระทบโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น ดวงตากลมโตจ้องตรงไปยังร่างสูงที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่ "คิดว่าฉันจะร้องไห้สงสารคุณ หรือจะวิ่งเข้าไปกอดปลอบประโลมคุณเหมือนนางเอกละครหลังข่าวหรือไงคะ? ฝันไปเถอะค่ะ!" คำพูดที่พ่นออกมาด้วยความฉุนเฉียวและทิฐิไม่ได้ทำให้คิรากรโกรธเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ฝืนจนน่าเวทนา รอยยิ้มของคนที่เบื้องหลังอาณาจักรหมื่นล้าน ไม่เคยเหลือใครอยู่เคียงข้างจริงๆ เลยสักคน "นั่นสินะ... คุณมันคือรินรดา วิศวกรสาวปากร้ายผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพง เอนหลังพิงพนักพร้อมกับหลับตาลงช้าๆ "แต่คุณรู้ไหมรินรดา... ตั้งแต่วันที่พ่อกับแม่ฉันหย่ากัน แม่ทิ้งฉันไว้กับกองเงินกองทองและบอดี้การ์ดสิบกว่าชีวิตในบ้านหลังใหญ่โตมโหฬาร แต่ไม่มีแม้กระทั่งอ้อมกอดอุ่นๆ สักครั้งในชีวิต... คุณเกลียดคนรวยที่ชอบดูถูกคนอื่นใช่ไหมล่ะ? แต่คุณรู้ไหม ว่าคนที่ถูกเลี้ยงมาด้วยเงินทองและความโดดเดี่ยว มันน่าสมเพชขนาดไหน" ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องอีกครั้งอย่างน่าอึดอัด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำพูดของเมธาวี ไฮโซสาวปากดีที่เคยตามราวีเธอเมื่อวันก่อนผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับคำสบประมาทสารพัดว่าเธอเป็นแค่ดอกไม้ริมทางที่ไม่คู่ควรกับตระกูลใหญ่โตของเขา แต่เธอกลับไม่เคยรู้เลยว่า... เบื้องหลังอำนาจเงินตรามหาศาลที่ใครๆ ต่างพากันแย่งชิง คิรากรต้องแลกมาด้วยความว่างเปล่าทางจิตใจที่แสนสาหัสขนาดนี้ รินรดาก้าวเท้าเดินช้าๆ เข้าไปใกล้โซฟาที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ ส้นรองเท้าคัทชูสีดำกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ เธอยืนมองร่างสูงที่ดูราวกับแบกรับภาระของคนทั้งโลกไว้บนบ่า แม้ปากจะบอกว่าเกลียดนักพวกซีอีโอสายเปย์ที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง แต่หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอกลับเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด "แล้วทำไม..." เสียงของรินรดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "ถึงต้องเป็นฉันล่ะคะ?" คิรากรลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบสะท้อนภาพใบหน้าหวานที่กำลังฉายแววสับสน เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องผถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "เพราะคุณคือคนเดียว... ที่ไม่เคยสนใจเงินในบัญชีของฉันเลยสักบาทเดียวไงล่ะรินรดา" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกับเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วใส "เงินสามสิบล้านที่แม่ฉันให้คุณไป... คุณเฉดหัวมันกลับใส่หน้าท่านโดยไม่ลังเลด้วยซ้ำ ผู้หญิงแบบนี้แหละที่ฉันตามหามาทั้งชีวิต" หัวใจของวิศวกรสาวกระตุกวูบ เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "คุณ... คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง!" "ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ รินรดา..." คิรากรกระซิบเสียงพร่า แววตาเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มร้ายกาจแบบที่เธอคุ้นเคย "และเพราะว่าคุณกล้าปฏิเสธเงินของแม่ฉัน... วันนี้ฉันเลยจะใช้สิทธิ์ของคู่หมั้น ยึดตัวคุณไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของฉันแต่เพียงผู้เดียว" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากด่าทอหรือใช้กำปั้นฟาดลงบนอกแกร่ง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียด คิรากรขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ เขาควักโทรศัพท์ออกมาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนที่รอยยิ้มเย็นเยียบจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้า... "คุณหญิงมณีรัตน์" (มารดาของคิรากรที่เพิ่งพยายามเอาเงินฟาดหัวรินรดาเมื่อวานนี้เอง) คิรากรไม่ได้กดรับทันที เขากดตัดสายทิ้งต่อหน้ารินรดาอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะโยนโทรศัพท์เครื่องหรูลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น พร้อมกับหันมาจ้องมองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ปล่อยฉันนะคะคุณคิรากร! ฉันบอกแล้วไงว่าเราไม่ได้..." ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างระหงของเมธาวี ไฮโซสาวคู่ปรับคนสำคัญก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคู่สวยกวาดมองทั้งสองคนที่ยืนประชิดกันด้วยความเกรี้ยวกราด "คิรากรคะ! คุณทำแบบนี้กับคุณป้าได้ยังไงคะ! รู้ไหมว่าท่านโกรธมากแค่ไหนที่..." เมธาวีแผดเสียงแหลมสูงพุ่งเข้ามา แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค คิรากรก็เอื้อมมือไปคว้าเอวบางของรินรดาเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างของเธอแนบชิดติดกับแผงอกแกร่ง รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ พยายามจะขัดขืนแต่ก็ถูกวงแขนแข็งแรงรวบไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ชายหนุ่มก้มลงกระซิบข้างใบหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้เธอขนลุกซู่ "อยู่เฉยๆ... ถ้าไม่อยากให้ฉันจูบโชว์ผู้หญิงคนนี้ตรงนี้" แล้วคิรากรก็เงยหน้าขึ้น หันไปสบตากับเมธาวีด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่ทรงพลังที่สุดในรอบปี เสียงทุ้มกังวานประกาศกร้าวออกไปอย่างไม่เกรงใจใคร "บอกแม่เธอด้วยนะเมธาวี... ว่าต่อให้ท่านเอาเงินมาเทกองให้ฉันร้อยล้านพันล้าน ฉันก็ไม่มีวันปล่อยผู้หญิงคนนี้ไปไหนเด็ดขาด เพราะรินรดาคือคนเดียวที่ถือบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินของฉัน... และเป็นว่าที่ภรรยาเพียงคนเดียวของคิรากรคนนี้!" ด้วยรักจากใจ... ไอศกรีมมินต์ช็อกค่ะ
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%