“ถ้าคุณคิดว่าการเอาเงินฟาดหัวคนอื่นจะช่วยลบปมในใจที่เน่าเฟะของคุณได้ละก็… คิรากร คุณคิดผิดถนัด!”
เสียงของรินรดาดังสะท้อนก้องในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางเกินความจำเป็น แฟ้มเอกสารคดีความบริษัทในเครือตระกูลวรโชติเมธีถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพงจนเกิดเสียงดังปัง หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มวิศวกรที่ดูมอมแมมจากการตรวจหน้างาน แต่สายตากลับคมกริบดุจมีดโกน เธอกำลังจ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นคู่หมั้นที่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานประหนึ่งรูปปั้นน้ำแข็ง
คิรากรเหลือบตาขึ้นมอง นัยน์ตาสีเข้มของเขาไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามสัญชาตญาณของการเป็นนักล่า เขาไม่ได้โกรธเคืองที่ถูกหญิงสาวตรงหน้าตวาดใส่ แต่กลับคลี่ยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
“ปมงั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะ “รินรดา คุณเป็นแค่วิศวกร อย่าเอาตรรกะความรักสวยหรูมาตัดสินเกมธุรกิจที่เต็มไปด้วยเลือดเลยนะ”
“มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ!” รินรดาก้าวเข้าไปหาเขา กดมือลงบนโต๊ะจนนิ้วขาวซีด “ฉันเห็นเอกสารชุดนี้แล้ว... การโอนหุ้นลับๆ ให้กับมูลนิธิที่ไม่ได้จดทะเบียน การเบิกเงินสดจากบัญชีสำรองนับร้อยล้านเพื่อปิดปากพยาน... คุณกำลังพยายามทำลายพ่อตัวเอง หรือกำลังพยายามลบตัวตนที่เคยอ่อนแอของคุณทิ้งกันแน่!”
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตา คิรากรขยับตัวลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาทำให้รินรดาดูตัวเล็กลงไปถนัดตา แต่เธอก็ไม่ถอย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกับใบหน้าของเธอ มือหนาของเขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตา
“คุณเก่งเรื่องโครงสร้างเหล็กนะ แต่คุณไม่มีทางเข้าใจโครงสร้างของความเกลียดชังในครอบครัวเศรษฐีหรอก” เขากระซิบเสียงพร่า “พวกเขาไม่ได้มองผมเป็นลูกชาย... เขามองผมเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกวาดล้างศัตรูให้เขา หากผมไม่เหี้ยมพอ ผมก็คือเหยื่อ”
“แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่คุณต้องกลายเป็นสัตว์ร้ายเหมือนที่พวกเขาเป็น!” รินรดาปัดมือเขาออก “คุณบอกว่าเมธาวีเป็นยัยนางมารที่ร้ายกาจ แต่สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้... คุณกำลังใช้ความรวยเป็นเครื่องมือปิดตายหัวใจตัวเองจนเกือบจะเหมือนเธอเข้าไปทุกทีแล้วนะ!”
คิรากรนิ่งไป คำพูดของเธอเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงทะลุเกราะกำบังอันแข็งแกร่งของเขามานานนับสิบปี เมธาวี... ผู้หญิงที่ครอบครัวเขาจัดหามาให้ เธอมีทุกอย่างที่ตระกูลต้องการ ทั้งชื่อเสียง ความร่ำรวย และความหน้าไหว้หลังหลอกที่เข้ากับตระกูลเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดของเกมอำนาจ รินรดากลับเป็นคนเดียวที่กล้าหยิบยื่น 'ความจริง' ที่เขาพยายามหนีมาตลอด
"คุณรู้ไหม..." คิรากรถอยหลังไปพิงโต๊ะ พลางถอดเนกไทราคาแพงออกอย่างลวกๆ "ตอนผมอายุสิบขวบ พ่อขังผมไว้ในห้องใต้ดินสามวัน เพียงเพราะผมทำผลการเรียนสอบตกวิชาบริหารธุรกิจ ท่านบอกว่า 'ความเมตตาคือจุดอ่อนที่ทำให้ตระกูลเราล่มจม' ตั้งแต่วันนั้น ผมสาบานว่าจะไม่มีวันเป็นเด็กอ่อนแอคนนั้นอีก"
รินรดานิ่งงัน ความเย็นชาที่เธอเคยเห็นในตัวเขามันมีที่มาที่ไปแบบนี้นี่เอง เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามปรับอารมณ์ให้คงที่ ในฐานะวิศวกร เธอรู้ดีว่าฐานรากที่วางไว้ผิดพลาด ต้องได้รับการซ่อมแซม ไม่ใช่การรื้อทิ้ง
"งั้นเรามาเปลี่ยนโครงสร้างกันใหม่ไหมล่ะ?" เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เพื่อโต้เถียง แต่เพื่อสื่อสารด้วยสายตาที่จริงใจที่สุด "ถ้าคุณเลิกเป็นเหยื่อของอดีต และเลิกใช้เงินทำลายคนอื่น... ฉันจะช่วยคุณสร้างตระกูลขึ้นมาใหม่ ด้วยมือของฉันเอง ไม่ใช่ด้วยอำนาจเงิน แต่ด้วยความสามารถที่เราสองคนมี"
คิรากรหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความเย้ยหยัน แต่แฝงด้วยความประหลาดใจ "คุณกำลังจะบอกว่าจะช่วยผมล้มตระกูลวรโชติเมธีงั้นเหรอ?"
"ฉันบอกว่าจะช่วยคุณสร้าง 'ตัวตน' ใหม่ ไม่ใช่ล้มตระกูล" รินรดาขยิบตาอย่างซุกซน "แต่ถ้าตระกูลไหนขวางทางเรา... ฉันก็พร้อมจะรื้อฐานรากทิ้งให้พังครืนลงมาเหมือนกัน"
เสียงโทรศัพท์ของคิรากรดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความตึงเครียด เขาเหลือบมองหน้าจอแล้วชะงักไป ดวงตาที่เคยอ่อนแสงลงเมื่อครู่กลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งอีกครั้ง
"ว่าไง..." คิรากรรับสาย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและทรงอำนาจ
"คุณคิรากรคะ เมธาวีอยู่ที่หน้าบริษัทค่ะ" เสียงเลขาฯ รายงานผ่านสาย "เธอมาพร้อมกับทนายส่วนตัว และดูเหมือน... เธอจะถือเอกสารสิทธิ์ในการยึดคืนที่ดินโปรเจกต์ใหม่ที่คุณกำลังดูแลอยู่ด้วยค่ะ เธอขู่ว่าจะแจ้งความเรื่องที่คุณแอบโอนเงินเข้ามูลนิธิลับ..."
คิรากรวางสาย สายตาเขากลับมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง "ดูเหมือนความเมตตาของคุณจะใช้ไม่ได้ผลกับหมาบ้าตัวนี้แล้ว"
รินรดายกยิ้มมุมปาก ความมั่นใจที่เปี่ยมล้นฉายชัดบนใบหน้าสวย "ดีเลยค่ะ เพราะฉันกำลังเบื่อพอดี... ไปดูกันหน่อยไหมคะ ว่าทนายของยัยไฮโซนั่นจะรับมือกับวิศวกรที่ขุดรากถอนโคนทุกความลับของนางยังไง"
ยังไม่ทันที่คิรากรจะก้าวออกจากห้อง เสียงโครมครามจากด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยร่างระหงของเมธาวีที่เดินนวยนาดเข้ามาด้วยท่าทางเหนือกว่า
"คิรากร! เตรียมเซ็นชื่อลาออกจากตำแหน่งซีอีโอได้แล้ว เพราะหลักฐานที่คุณทำผิดกฎบริษัทตอนนี้อยู่ในมือฉัน... อ้อ และแม่วิศวกรหน้าเงินคนนี้ เตรียมตัวตกงานได้เลยค่ะ เพราะโครงการที่คุณทำอยู่กำลังจะถูกระงับถาวร!"
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ แล้วกางออกมาตรงหน้าเมธาวีช้าๆ "มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอคะคุณเมธาวี? ลองอ่านหน้าสุดท้ายดูก่อนสิ ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของสิทธิ์ที่ดินผืนนี้จริงๆ... เพราะเอกสารที่คุณถืออยู่ มันก็แค่กระดาษเปล่าที่ฉันจงใจปล่อยข่าวให้คุณหลงกลมาติดกับเท่านั้นเอง!"
เมธาวีหน้าถอดสี มือที่ถือเอกสารสั่นระริก ทันใดนั้น ไฟในห้องก็ดับพรึบลงเหลือเพียงแสงจากหน้าต่างที่ส่องกระทบใบหน้าของคิรากรที่ค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามาหาเมธาวี พร้อมกับเสียงกดกริ่งสัญญาณแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยที่ดังลั่นไปทั่วทั้งอาคาร บ่งบอกว่าเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวกำลังจอดรออยู่บนดาดฟ้า เพื่อพาพวกเขาออกไปจากความวุ่นวายนี้... หรือเพื่อเตรียมปิดฉากบางอย่างที่คาดไม่ถึง!
ด้วยรักจากใจ... ไอศกรีมมินต์ช็อกค่ะ
ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด•ตอนที่ 18
ความลับใต้เงาตระกูล
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!