กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับความเงียบสงบอันน่าประหลาดของห้องอาหารชั้นดาดฟ้าโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ใจกลางมหานครที่ในยามนี้ถูกปิดทึบเป็นพื้นที่ส่วนตัวโดยสมบูรณ์ ไม่มีเสียงจอแจของแขกผู้เหยียดหยาม ไม่มีสายตาสอดรู้สอดเห็นของพวกไฮโซตระกูลเก่าที่จ้องจะเหยียดวิศวกรสาวอย่างเธอ มีเพียงแสงไฟนีออนระยิบระยับจากตึกสูงระฟ้าเบื้องล่างที่ทอประกายราวกกับดวงดาวบนพื้นดิน
รินรดากวาดสายตามองโต๊ะอาหารยาวที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต เทียนไขเล่มยาวในเชิงทองเหลืองส่งแสงวับแวมสะท้อนกับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววระแวดระวัง เธอไม่ได้แต่งชุดราตรีหรูหราอลังการตามคำสั่งของพวกนางมารร้ายอย่างเมธาวี หากแต่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเรียบร้อยคู่กับกางเกงสแลคเข้ารูปที่พร้อมลุยงานไซต์งานได้ทุกเมื่อ—ชุดที่คิรากรเคยบอกว่า *'ดูเป็นเธอที่สุด และน่ามองที่สุด'*
"มองผมแบบนั้น... กลัวว่าอาหารมื้อนี้จะใส่ยาพิษ หรือกลัวว่าหัวใจตัวเองจะต้านทานบรรยากาศไม่ไหวกันแน่ครับ... อ๊ะ!"
คิรากรชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำลงท้ายตามความคุ้นชิน แต่รินรดากลับไม่ได้ถือสา เธอแค่น `ฮึ` ออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเคยตัว
"ประธานคิรากรคะ เล่นเหมาทั้งชั้นดาดฟ้าแบบนี้ ไม่กลัวว่าหุ้นของบริษัทจะร่วงเพราะท่านประธานเอาเงินบริษัทมาละลายเล่นกับวิศวกรจนๆ อย่างฉันหรือไงคะ?" รินรดากอดอก สายตาคมกริบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างรู้ทัน
"ถ้าเงินจำนวนนี้แลกกับการได้เห็นวิศวกรปากเก่งยอมนั่งกินมื้อค่ำกับผมโดยไม่มีเสียงโทรศัพท์จากไซต์งานมารบกวน... ผมว่ามันคุ้มยิ่งกว่ากำไรจากการประมูลโครงการพันล้านเสียอีกค่ะ" คิรากรตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลทอดมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดบัง—ความรู้สึกที่เขาเองก็เพิ่งตระหนักว่า มันกำลังกัดเซาะความเย็นชาที่เขาใช้ห่อหุ้มตัวตนมานานหลายปีทีละน้อย
รินรดาเบือนหน้าหนีไปทางกระจกใสเพื่อซ่อนร่องรอยความไหววูบในอก ใจเธอกำลังเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป... เขาทั้งร่ำรวย อำนาจล้นมือ และที่สำคัญที่สุดคือ เขารู้จักวิธีพังทลายกำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองทีละชั้นอย่างแนบเนียน
อาหารมื้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางบทสนทนาที่เต็มไปด้วยการหยิกแกมหยอกตามประสาคู่กัด รินรดาพบว่าภายใต้ภาพลักษณ์ซีอีโอผู้เย็นชาและไร้ความปรานี คิรากรกลับเป็นผู้ชายที่มีรายละเอียดรอบคอบอย่างเหลือเชื่อ เขาสั่งอาหารที่เธอชอบโดยไม่ต้องถาม และจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอเคยบ่นให้ฟังเมื่อตอนไปตรวจไซต์งานด้วยกันได้ทั้งหมด—มันไม่ใช่แค่ความใส่ใจแบบสุภาพบุรุษทั่วไป แต่มันคือความใส่ใจที่สะว่าตัวตนของเธอมีความหมายต่อเขามากแค่ไหน
ทว่า... ความสุขสงบมักอยู่กับคนเราได้ไม่นาน
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมบทสนทนาอันคุ้นเคยที่ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดหนีไฟฝั่ง V.I.P. ทำให้บรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา
"ฉันบอกแล้วไงคะคุณแม่ว่าพี่คิราต้องอยู่แถวนี้! ยัยวิศวกรจนๆ นั่นไม่มีปัญญาพามาที่นี่หรอกค่ะ นี่มันที่สำหรับคนระดับเราเท่านั้น!" เสียงแหลมสูงของเมธาวีดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวออกมาด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ โดยมีคุณหญิงมารศรีมารดาของคิรากรเดินตามมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง
รินรดาวางช้อนในมือลงช้าๆ นัยน์ตาคู่สวยเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีด เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอกกลับอะไร คิรากรก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
"ใครอนุญาตให้พวกคุณขึ้นมาบนนี้?" เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นยะเยือกของคิรากรเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความเกรงใจแม้แต่น้อย
"พี่คิราคะ! ทำไมต้องทำเสียงดุกับเมด้วยล่ะคะ เมแค่เป็นห่วงกลัวว่าพี่จะโดนผู้หญิงหากินพวกนี้หลอกเอาเงินอีก!" เมธาวีรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนคิรากรทันที พร้อมกับชำเลืองมองรินรดาด้วยหางตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คุณแม่คะ ดูสิคะมันยังด้านหน้าทนนั่งกินข้าวกับพี่คิราอยู่อีก ทั้งที่ฐานะต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้!"
คุณหญิงมารศรีเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี สายตากวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "ผู้หญิงสมัยนี้นี่นะ ไร้ยางอายจริงๆ คิดจะเกาะลูกชายฉันรวย ทางที่ดีเธอควรจะไสหัวออกไปจากชีวิตลูกชายฉันซะ ก่อนที่ฉันจะใช้เส้นสายทำให้เธอไม่มีแผ่นดินจะยืนในวงการวิศวกรรมอีกต่อไป!"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือลนลานแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... แววตาของเธอกลับเปล่งประกายความมั่นใจและเย่อหยิ่งชนิดที่ทำให้คนมองต้องสะท้าน
"คุณหญิงคะ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำ "การที่ดิฉันจะยืนอยู่ในวงการไหน มันขึ้นอยู่กับมันสมองและสองมือของดิฉันค่ะ ไม่เหมือนใครบางคนที่ต้องคอยเกาะบุญเก่าและใช้เงินพ่อแม่ข่มคนอื่นไปวันๆ... น่าสมเพชนะคะว่าไหมคะ?"
"กรี๊ด! นังสารเลว กล้าดียังไงมาว่าฉัน!" เมธาวีหน้าดำคร่ำเครียด เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้ารินรดาด้วยความบันดาลโทสะ
แต่ทว่า... มือเรียวบางของเมธาวีกลับถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศด้วยมือหนาของคิรากร แรงบีบที่ข้อมือทำเอาไฮโซสาวหน้าเหเกด้วยความเจ็บปวด
"ถ้าคุณยังไม่อยากให้ตระกูลของคุณล้มละลายภายในสามนาทีนี้..." คิรากรสะบัดมือเมธาวีออกอย่างไร้เยื่อใย นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะช่วงเวลาสำคัญ "ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!"
คุณหญิงมารศรีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นลูกชายแสดงท่าทีแข็งกร้าวถึงเพียงนี้ "คิรา! แกกล้าไล่แม่กับน้องเพื่ออีผู้หญิงชั้นต่ำนี่เหรอ!"
"ผู้หญิงชั้นต่ำที่คุณแม่ว่า... คือคนที่ผมเลือกจะใช้ชีวิตด้วยครับ" คิรากรหันกลับมามองรินรดา สายตาที่มองเธอบ่งบอกถึงความรู้สึกบางอย่างที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ก่อนที่เขาจะกดโทรศัพท์มือถือสั่งการด้วยเสียงเฉียบขาด "รบกวนฝ่ายรักษาความปลอดภัย... เชิญแขกไม่ได้รับเชิญลงไปข้างล่างด้วยครับ แล้วสั่งห้ามไม่ให้เหยียบเข้ามาในเครือโรงแรมนี้อีกตลอดชีวิต"
ท่ามกลางความช็อกตาค้างของเมธาวีและคุณหญิงมารศรี เสียงสัญญาณเตือนจากลิฟต์ส่วนตัวก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายชุดสูทนับสิบคนที่ก้าวออกมาล้อมรอบพวกเธอไว้
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก หัวใจที่เคยตั้งกำแพงปิดตาย ค่อยๆ ถูกความอบอุ่นจากมือหนาที่เอื้อมมาจับมือเธอไว้แน่นทะลวงผ่านเข้าไปทีละน้อย
ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเธอก็สั่นขึ้น หน้าจอปรากฏภาพเอกสารลับจากระบบมหาเศรษฐีของคิรากร—เอกสารที่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของครอบครัวเธอ... และหนี้สินพันล้านที่เชื่อมโยงกับตระกูลของคิรากรโดยตรง!
ด้วยรักจากใจ... ไอศกรีมมินต์ช็อกค่ะ
ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด•ตอนที่ 17
หัวใจที่เริ่มอ่อนไหว
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!