เปรี้ยง!
เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดผ่าลงมายังโครงสร้างเหล็กกล้าด้านนอก เขย่าขวัญผู้คนที่ติดอยู่ภายในไซต์งานก่อสร้างตึกระฟ้ามูลค่าหลายพันล้านบาทให้สะดุ้งสุดตัว แรงสั่นสะเทือนนั้นรุนแรงพอจะทำให้แก้วกาแฟบนโต๊ะทำงานชั่วคราวสั่นกระเซ็น แต่สิ่งที่สั่นไหวและรุนแรงยิ่งกว่า กลับเป็นบรรยากาศระอุระหว่างคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ในห้องกระจกทึบ
"ยินดีต้อนรับสู่เกมรอบใหม่ค่ะคุณวิศวกร... และคุณซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่ หวังว่าฐานรากตึกพันล้านนี้ จะแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของ 'ความจริง' ที่กำลังจะถล่มลงมานะคะ"
เสียงก้องกังวานจากข้อความเสียงที่เพิ่งถูกตัดขาดไปพร้อมกับสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตที่ดับวูบลงในพริบตา ทิ้งให้ห้องทำงานเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวับแวมสลัว สะท้อนเงาร่างของรินรดาและคิรากรที่ถูกกักขังไว้ด้วยพายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอก
รินรดาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นเส้นนูน ดวงตาคู่สวยคมกริบกวาดมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ขึ้นสัญลักษณ์กากบาทอย่างไร้สัญญาณ เธอก้าวเท้าฉับๆ ไปที่ประตูอลูมิเนียมแล้วกระชากเปิดอย่างแรง แต่พบเพียงความมืดมิดและสายฝนที่สาดซัดเข้ามาดั่งพายุเฮอร์ริเคน ทางออกถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงจากระบบล็อกอัตโนมัติที่ช็อตเพราะฟ้าผ่า
"ให้ตายสิ เมธาวี... เธอเล่นสกปรกเกินไปแล้วนะ" รินรดาพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย มือเรียวเสยผมยาวที่ชื้นเหงื่อขึ้นลวกๆ พลางเดินวนไปวนมาด้วยความหงุดหงิด
"ใจเย็นก่อนค่ะคุณวิศวกร การเดินวนไปวนมาไม่ได้ช่วยให้ระบบไฟฟ้ากลับมาทำงานได้หรอกนะคะ"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นจากมุมห้อง คิรากรยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง แม้สถานการณ์รอบตัวจะวิกฤตและไร้สัญญาณติดต่อโลกภายนอก แต่ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับฉายแววสนุกสนานราวกับกำลังนั่งชมภาพยนตร์ระทึกขวัญรอบปฐมทัศน์ ร่างสูงใหญ่ถอดสูทเนื้อดีออกพาดไว้ที่พนักพิง เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวกๆ ยิ่งขับเน้นเสน่ห์เย้ายวนแบบอันตรายออกมาอย่างเต็มพิกัด
รินรดาหันขวับกลับมามองค้อนควับ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหมั่นไส้ "ฉันจะใจเย็นได้อย่างไรคะ ในเมื่อเราติดอยู่กับตาแก่... เอ๊ย กับซีอีโอจอมเผด็จการอย่างคุณในที่แบบนี้ แถมข้างนอกนั่นยังมีพวกไม่หวังดีคอยจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้โปรเจกต์พันล้านของเราอยู่!"
คิรากรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา "ตาแก่เลยเหรอคะ? เมื่อครู่คุณเกือบหลุดคำว่าอะไรออกมานะ หืม?" เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ
รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ ด้านนอกมีสายฟ้าแลบแปลบปลาบตามด้วยเสียงฟาดเปรี้ยงใหญ่ที่ทำให้ห้องสั่นสะเทือน เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง "ถอยไปเลยนะคะคิรากร อย่ามาฉวยโอกาสในยามวิกฤตแบบนี้เชียว ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมให้คุณรังแกง่ายๆ นะคะ"
"รังแก?" คิรากรทวนคำ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอช่างน่าหมั่นไส้ "ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด แต่ถ้าคุณอยากให้ทำ... ฉันก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ"
ดวงตาคมก้าวร้าวแต่แฝงความอ่อนโยนลึกซึ้งคู่นั้นก้มลงมองเรียวปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุด รินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของชายหนุ่มท่ามกลางความหนาวยะเยือกของพายุฝน ระยะห่างระหว่างกันแทบจะเรียกว่าเป็นศูนย์ หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายกลับเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าเสียอีก เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจที่ร่างกายไม่ยอมทำตามคำสั่งสมอง
"คนฉวยโอกาส..." เธอพึมพำเบาๆ เสียงอ่อนลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
คิรากรชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เจือความอ่อนล้าในตัวหญิงสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำให้รินรดาขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดวิศวกรสาวสายฟาด
"เหนื่อยมากไหมคะ..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างกะทันหัน ชนิดที่รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความประหลาดใจ "กับการต้องแบกรับอคติของผู้ชายงี่เง่าในวงการก่อสร้าง และการต้องพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลาแบบนี้"
คำถามนั้นราวกับกุญแจที่ไขเข้าสู่ห้องเก็บความรู้สึกที่ปิดตาย รินรดานิ่งงึดไป ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอไม่ใช่คนเจ้าน้ำตาและเกลียดการแสดงความอ่อนแอต่อหน้าใครที่สุด แต่ความกดดันทั้งหมดที่สะสมมาหลายเดือน รวมถึงวิกฤตในคืนนี้ กลับพรั่งพรูเข้ามาจุกอยู่ที่ลำคอ
"ฉันไม่ได้..." เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พยายามฝืนทำเสียงแข็ง "ฉันเป็นวิศวกรมืออาชีพค่ะ เรื่องแค่นี้... ฉันรับมือได้สบายมากอยู่แล้ว"
"แต่ตอนนี้คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะ" คิรากรขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม โอบวงแขนแข็งแรงรวบรัดเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ รินรดารู้สึกราวกับถูกห่อหุ้มด้วยเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก "จำไม่ได้เหรอคะว่าฉันเป็นใคร? ฉันคือซีอีโอผู้กุมอำนาจเงินตรา และฉันก็ซื้อ 'สิทธิ์' ที่จะดูแลคุณไว้หมดแล้ว"
คำพูดเผด็จการแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นนั้นทำให้รินรดาค้อนใส่เขาอีกครั้ง แม้ในใจจะแอบไหววูบอย่างรุนแรงก็ตาม เธอยกมือขึ้นตีไหล่กว้างเบาๆ "ใครไปยอมขายสิทธิ์ให้คุณกันคะ หหลงตัวเองชะมัด!"
"พิสูจน์สิคะ ว่าฉันหลงตัวเอง" คิรากรกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่ากระซิบเคล้ากับเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด และหัวใจของทั้งสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้แรงต้านทาน ทันใดนั้นเอง...
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะทำงานที่ควรจะตัดขาดจากโลกภายนอกและไร้สัญญาณ กลับดังสนั่นลั่นห้องขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายความเงียบและบรรยากาศอันน่าหลงใหลลงในพริบตา
คิรากรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ขณะที่รินรดารemปัดตัวออกจากอ้อมแขนของเขาด้วยความตกใจ หญิงสาวรีบสาวเท้าเข้าไปรับโทรศัพท์เครื่องนั้นด้วยความระแวง ก่อนจะยกหูขึ้นแนบหู
"ฮัลโหล..."
"สวัสดีค่ะคุณรรินรดา..." เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดังลอดเข้ามาจากปลายสาย พร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ทำให้เลือดในกายเดือดพล่าน "สนุกกับความมืดและคุณซีอีโอรูปหล่องrู่ไหมคะ? แต่อย่าเพิ่งรีบมีความสุขไปล่ะ เพราะตอนนี้... 'แขกรับเชิญพิเศษ' คนสุดท้ายกำลังจะก้าวเข้าไปหาพวกคุณที่ไซต์งานแล้วนะคะ เปิดประตูรับเขาด้วยล่ะ!"
สิ้นเสียงหัวเราะสะใจ ปลายสายก็ตัดตัดไปทันที
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากบอกคิรากร ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินมืดสนิทด้านนอก พร้อมกับเสียงทุบประตูห้องกระจกดังปึงปัง!
"เปิดประตูโว้ย! เจ้าหน้าที่ตำรวจและ ป.ป.ช. เข้าตรวจค้นพื้นที่ ต้องสงสัยคดีทุจริตงบประมาณพันล้าน!"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความแซ่บไปด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบตอนนี้ค่ะ!
ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด•ตอนที่ 5
คืนพายุถล่มหัวใจ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับวิศวกรสาวสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!