มือหนาของลู่เฉิงที่กุมข้อมือเรียวไว้แน่นสั่นระริกเล็กน้อย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายชาติทหารแผ่ซ่านเข้ามาจนเหมยหลันสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำภายใต้อกเสื้อสีเขียวขี้ม้าทหาร เธอเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่มักจะมองทุกคนด้วยความเย็นชาและระแวดระวัง แต่บัดนี้ในแววตานั้นกลับฉายชัดเพียงความห่วงใยระคนหวาดกลัว—กลัวว่าภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งฟื้นไข้จะหายลับไปจากอ้อมกอดนี้อีก
"ผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ครับพี่ลู่เฉิง..." เหมยหลันระบายยิ้มอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มนวลถูกเอื้อนเอ่ยออกมาเพื่อคลายความตึงเครียด แม้ว่าในใจของเธอตอนนี้จะกำลังตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดโลดเต้นอยู่แล้วก็ตามที
เมื่อครู่ ตอนที่เธอนึกถึงแปลงผักสมุนไพรและคลังเสบียงอัจฉริยะในยุคปัจจุบัน จู่ๆ ห้วงมิติในจิตวิญญาณก็สั่นไหว ร่างกายของเธอราวกับถูกดูดกลืนลงไปในความเวิ้งว้างสีขาวโพลนชั่วพริบตา ก่อนจะพบว่าเธอยืนอยู่หน้าพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ที่มีดินสีดำสนิทราวกับโคลนชั้นดี น้ำพุใสบริสุทธิ์ส่งกลิ่นไอเย็นสดชื่น และที่สำคัญที่สุด... เมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวและพริกหยวกที่เธอพกติดตัวมาในกระเป๋าเดินทางถูกย้ายเข้ามาอยู่ในนี้ พร้อมกับป้ายแสดงผลผลิตที่ระบุอัตราการเติบโตแบบเร่งรัด—หนึ่งชั่วยามในโลกภายนอก เท่ากับหนึ่งปีในมิติลับ!
นี่มันคือสุดยอดปาฏิหาริย์ที่สวรรค์เมตตาเชฟมือทองอย่างเธอชัดๆ ในยุคขาดแคลนเช่นนี้ มิติลับเกษตรกรรมนี้คือขุมทรัพย์ที่สามารถเนรมิตให้ครอบครัวของเธอหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างรวดเร็ว
"มือคุณเย็นเฉียบ..." ลู่เฉิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมสำรวจใบเนียนละเอียดของภรรยาอย่างละเอียดลออ ราวกับจะตรวจหาบาดแผล เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นดินกระท่อมเก่าๆ มือหนายกขึ้นมาอังหน้าผากมนเพื่อวัดไข้ด้วยความคุ้นชิน "ยังตัวรุมๆ อยู่เลย นอนพักผ่อนต่อเถอะครับ เรื่องงานบ้านและฟืนไฟปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง"
เหมยหลันมองสามีหนุ่มผู้เคร่งขรึมแต่กลับอ่อนโยนกับเธอจนน่าใจหาย หัวใจดวงน้อยพลانกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ในความทรงจำของร่างเดิม ลู่เฉิงมักจะเป็นคนพูดน้อย ตะวันตกดินถึงจะกลับเข้าบ้าน และมักจะแบกรับภาระความกดดันจากตระกูลใหญ่ไว้คนเดียว แต่สำหรับเหมยหลันที่ทะลุมิติมา เธอกลับมองเห็นความจริงใจอันบริสุทธิ์จากแววตาสีเข้มคู่นั้น ชายหนุ่มคนนี้ไม่เคยรังเกียจภรรยาที่อ่อนแอ แม้ว่าป้าสะใภ้ใหญ่จางจะคอยเป่าหูอยู่เป็นนิจว่าเธอเป็นตัวถ่วงก็ตาม
"พี่ลู่เฉิงครับ..." เหมยหลันขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอเอื้อมมือเรียวไปสัมผัสบ่ากว้างที่มีกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เสื้อผ้าเนื้อหยาบ "ผมหายดีแล้วจริงๆ ครับ และ... ผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาเรื่องที่เราจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ด้วย"
ลู่เฉิงชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาพยักหน้าช้าๆ "ว่ามาสิครับ อยากได้อะไร หรือใครมาหาเรื่องคุณอีก บอกผมได้หมด" น้ำเสียงของเขาทรงพลังและเต็มไปด้วยความปกป้อง จนเหมยหลันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอุ่นวาบไปถึงขั้วหัวใจ
"เปล่ามีใครมาหาเรื่องหรอกครับ แต่เราจะอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้" เหมยหลันกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านดินเก่าๆ ที่มีรอยร้าวตามผนัง หน้าต่างไม้ผุพังที่แทบกันลมหนาวไม่ได้ และเสบียงในครัวที่มีเพียงแป้งข้าวโพดขึ้นรากับผักกาดเหี่ยวๆ อีกไม่กี่หัว "ข้าวสารในถังของเราเหลือไม่ถึงครึ่งชั่งแล้ว แถมหน้าหนาวกำลังจะมาเยือน ถ้าเรายังรอแค่เบี้ยเลี้ยงทหารอย่างเดียว มีหวังคงได้อดตายกันพอดี"
ลู่เฉิงถอนหายใจเบาๆ แววตาฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าสถานการณ์การเงินของครอบครัวย่ำแย่เพียงใด เงินเดือนทหารของเขาถูกส่งกลับไปให้ทางบ้านใหญ่เกือบทั้งหมดตามธรรมเนียมความกตัญญูจอมปลอมที่แม่สามีและป้าสะใภ้ใหญ่คอยกดดัน หากไม่ใช่เพราะเขาแอบเก็บไว้ส่วนหนึ่งสำหรับซื้อยาให้เหมยหลัน ป่านนี้คงไม่เหลือแม้แต่เศษสตางค์
"ผมกำลังหาทางอยู่ครับ อีกไม่กี่วันผมจะเข้าป่าไปล่าสัตว์ อาจจะพอเอาเนื้อไปขายในตลาดมืดแลกเงินมาได้บ้าง..." ลู่เฉิงเอ่ยเสียงเครือ เขารู้สึกละอายใจที่ยังดูแลภรรยาได้ไม่ดีพอ
"ไม่ต้องถึงมือพี่หรอกครับ เข้าป่าหน้าหนาวอันตรายเกินไป" เหมยหลันขัดขึ้นอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เธอเดินเข้าไปใกล้สามีจนกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของหญิงสาวลอยเข้าจมูกของนายทหารหนุ่ม ลู่เฉิงพลانตัวเกร็งขึ้นมาโดยอัตโนมัติด้วยความประหม่า เหมยหลันอมยิ้มบางๆ ก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย "แต่ผมมีวิธีที่ดีกว่านั้น... วิธีที่จะทำให้เรามีผักสดกิน และมีเงินก้อนโตเข้ากระเป๋าโดยไม่ต้องเสี่ยงอันตราย"
ยังไม่ทันที่ลู่เฉิงจะได้เอ่ยถามอะไร เหมยหลันก็หลับตาลงและส่งจิตนารมณ์เข้าไปในมิติลับทันที ในพริบตาเดียว บนโต๊ะไม้เก่าๆ กลางห้องครัวก็ปรากฏ "ผักกาดขาวอวบอ้วน" สีเขียวสดใสขนาดใหญ่ยักษ์สามหัว น้ำหนักรวมกันไม่ต่ำกว่าสิบชั่ง วางเรียงรายอยู่ราวกับมีเวทมนตร์! ผิวใบของผักกาดเปล่งประกายความชุ่มฉ่ำ ราวกับเพิ่งเด็ดออกจากแปลงสดๆ เมื่อวินาทีที่แล้ว แถมยังมีกลิ่นหอมหวานของผักธรรมชาติที่ออบอวลไปทั่วห้องอับๆ จนน่าประหลาดใจ
ลู่เฉิงผุกรุกถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา เขาจ้องมองผักกาดขาวยักษ์บนโต๊ะสลับกับใบหน้าของภรรยาด้วยความตะลึงงัน "นี่... นี่มันอะไรกัน? เหมยหลัน... คุณเอามาจากไหน? เมื่อกี้ในครัวนี้ไม่มีอะไรเลยนะ!"
เหมยหลันยิ้มกริ่ม แววตาฉายประกายความเจ้าเล่ห์และมั่นใจเต็มเปี่ยม เธอรู้ดีว่าในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ผักสดๆ ที่สมบูรณ์ขนาดนี้คือสิ่งล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำ
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจ้องมองผักวิเศษด้วยความตื่นเต้นอยู่นั้น เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าสะออนของป้าสะใภ้ใหญ่จางที่ตะโกนแหบแห้งเข้ามา
"เหมยหลัน! นังตัวขี้เกียจ! ลู่เฉิง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซุกซ่อนอะไรไว้ข้างใน ทำไมกลิ่นมันถึงหอมฟุ้งออกมาถึงหน้าบ้านแบบนี้? ส่งของกินมาให้บ้านใหญ่เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ลู่เฉิงหน้าตึงขึ้นมาทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างหนาราวกับเตรียมจะพุ่งไปพัดกระชากประตูออก แต่เหมยหลันกลับคว้าแขนเขาไว้เสียก่อน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ผุดขึ้นที่มุมปาก
"ใจเย็นๆ ครับพี่ลู่เฉิง..." เหมยหลันกระซิบเสียงหวานข้างหูสามี "ในเมื่อป้าสะใภ้ใหญ่ขยันมาหาเรื่องถึงที่... เราก็มาต้อนรับความโลภของเขากันสักตั้งดีกว่าครับ"
ฟาร์มเมอร์สุขใจขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้นะครับ
เซียนครัวชนบทกับสามีทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 2
มิติลับหลังบ้านและแปลงผักวิเศษ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวชนบทกับสามีทหารผู้คลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!