แสงสีส้มอมแดงจากหน้าจอแล็ปท็อปส่องกระทบใบหน้าตึงเครียดของณิชารีย์ นาฬิกาดิจิทัลมุมขวาล่างปรากฏตัวเลข 02:14 น. ความเงียบสงบยามวิกาลปกคลุมทั่วห้องพักขนาดกะทัดรัด มีเพียงเสียงคลิกเมาส์และเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นระยะ
บนหน้าจอคือไฟล์นำเสนอแผนงานอีเวนต์เปิดตัวโครงการ "The Urban Sanctuary" ฉบับปรับปรุงครั้งที่ห้า ซึ่งเธอกัดฟันแก้ใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้สอดรับกับข้อเสนอแนะเรื่องโครงสร้างพื้นที่ที่เพิ่งได้รับมาช่วงค่ำ
นิ้วเรียวเล็กกดคลิกปุ่ม "Send" พร้อมแนบข้อความสั้นๆ ไปยังอีเมลของทีมสถาปัตยกรรม
*“แผนงานปรับแก้ตามคอมเมนต์ล่าสุดเรียบร้อยแล้วค่ะ หวังว่าจะไม่มีข้อท้วงติงเรื่องฟังก์ชันการใช้งานอีกนะฃ”*
ณิชารีย์พิงแผ่นหลังลงกับพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า เปลือกตาหนักอึ้งจนแทบจะปิดลง เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการไมเกรณ์ที่เริ่มเล่นงาน ทว่าในจังหวะที่กำลังจะพับฝาแล็ปท็อปเพื่อเตรียมตัวล้มตัวลงนอน เสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากโปรแกรมสนทนางานบนหน้าจอกลับดังขึ้นแหลมคมท่ามกลางความเงียบ
ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง
*“Architect: Pakin”*
หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน ตีสองกว่าแล้ว... ผู้ชายบ้างานคนนั้นยังไม่นอนอีกหรือ แถมยังโทรมาหาเธอในยามวิกาลแบบนี้อีก มีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรืออย่างไร
ณิชารีย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ กดรับสายแล้วแนบโทรศัพท์แนบหู น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยถูกส่งออกไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายเอ่ยทัก
"นี่คุณภาคิน รู้ไหมคะว่าตอนนี้กี่โมงกยามแล้ว? คนอื่นเขาต้องนอนเอาแรงนะคะ ไม่ใช่ว่างงานมานั่งเฝ้าหน้าจอรอจับผิดงานคนอื่นตอนตีสอง!"
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงกระดาษพลิกผ่านไมโครโฟน ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์จะเอ่ยขึ้นด้วยความนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ผมยังไม่ได้นอน เพราะมัวแต่รอแก้ปัญหาที่คนเก่งอย่างคุณทำพลาดไว้ตั้งแต่รอบที่แล้วต่างหากครับคุณณิชารีย์"
ภาคินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงด้วยความเย้าหยวนและท้าทายในคราวเดียวกัน ชายหนุ่มกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังในห้องทำงานที่บ้านพัก โคมไฟตั้งโต๊ะส่องสว่างเพียงมุมเดียว ขับให้ใบหน้าคมคายดูโดดเด่นและเคร่งขรึม
"ฉันไม่ได้ทำพลาดนะคะ!" ณิชารีย์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตลุกวาวด้วยความไม่พอใจ "แผนงานรอบที่แล้วมันสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้แล้วต่างหาก แต่เป็นคุณนั่นแหละที่เรื่องมาก เปลี่ยนโจทย์ไปมาจนทีมอีเวนต์ของฉันแทบจะกระอักเลือดตายอยู่แล้ว!"
"ถ้าคุณเรียกว่าการพยายามยัดเยียดบูธจัดแสดงสินค้าเข้าไปกีดขวางทางหนีไฟว่าเป็น 'ความสมบูรณ์แบบ' ผมว่าคุณควรพิจารณาตัวเองใหม่นะว่าควรไปสอบใบอนุญาตผู้จัดงานอีเวนต์ใหม่อีกรอบดีไหม" ภาคินสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความปรานี "อีเมลที่คุณเพิ่งส่งมา... เปิดหน้าสามสิบห้าดูสิครับ"
ณิชารีย์กัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ มือข้างหนึ่งรีบเลื่อนเมาส์เปิดไฟล์ที่เพิ่งส่งไปเมื่อครู่ไปยังหน้าที่ชายหนุ่มระบุ ดวงตาคู่สวยกราดมองตัวเลขและข้อความบนหน้าจออย่างรวดเร็ว
"หน้าสามสิบห้าทำไมคะ? ตรงนั้นฉันจัดสรรพื้นที่ทางเดินกว้างสามเมตรตามมาตรฐานความปลอดภัยเป๊ะๆ ไม่มีอะไรผิดพลาดสักนิด"
"คุณมั่นใจเกินไปหรือเปล่าครับ" เสียงทุ้มรอดไรฟันออกมาด้วยความระอา "ลองซูมอินดูตรงมุมขวาล่างของแปลนสิครับ คุณวางตำแหน่งจุดลงทะเบียนล้ำเข้ามาในแนวเสาโครงสร้างรับน้ำหนักหลัก ซึ่งถ้ามีคนมารวมตัวกันตรงนั้นเกินห้าสิบคน แรงกดทับจะส่งผลต่อการคำนวณพื้นที่จัดวางด้านบนทันที คุณอยากให้งานเปิดตัวโปรเจกต์ของผมพังไม่เป็นท่าตั้งแต่วันแรกหรือไง"
คำพูดของสถาปนิกหนุ่มทำเอาณิชารีย์ชะงักค้าง เธอก้มมองหน้าจอแล้วรีบขยายภาพตามที่เขาบอก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าตัวเองมองข้ามรายละเอียดจุดเล็กๆ นี้ไปจริงๆ ความจริงที่ว่าเขาตาไวและเก็บรายละเอียดได้เนียบกริบในเวลาวิกาลแบบนี้ ทำให้เธอเถียงไม่ออกไปชั่วขณะ
ทว่า... ศักดิ์ศรีของผู้จัดการอีเวนต์มือทองค้ำคออยู่ มีหรือที่เธอจะยอมก้มหัวให้เขาง่ายๆ
"อ๋อเหรอคะ? ขอบคุณมากนะคะที่กรุณาตาไวสังเกตเห็นจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ นี้ จนต้องโทรมาบريฟยาวเหยียดตอนตีสองสิบห้า นึกว่าคุณเหงาไม่มีใครคุยด้วยซะอีกค่ะคุณสถาปนิก" ณิชารีย์ประชดกลับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเข่นเขี้ยว "ถ้าใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยขนาดนี้ ทำไมไม่วาดแปลนมาให้เสร็จตั้งแต่แรกเลยล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมานั่งแก้ไปแก้มาจนฉันไม่ได้หลับไม่ได้นอนแบบนี้!"
ปลายสายถอนหายใจยาว พลایشขยับตัวเปลี่ยนอิริยาบถ ภาคินยกมือขึ้นนวดสันจมูกเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่เขาก็ไม่อยากยอมรับกับตัวเองว่า... มันคือความสุขเล็กๆ ที่ได้ยินเสียงเถียงฉอดๆ ของผู้หญิงคนนี้
"ถ้าผมทำงานแทนคุณทุกอย่าง แล้วผมจะจ้างบริษัทอีเวนต์ราคาแพงของคุณมาทำไมล่ะครับ?" ภาคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "อีกอย่าง... ผมไม่ได้โทรมาเพื่อให้คุณมาต่อปากต่อคำกับผมตอนตีสองครึ่งนะครับ แต่ผมโทรมาบอกว่า พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า เรามีนัดประชุมเคลียร์รายละเอียดหน้างานจริง ถ้าคุณยังเถียงผมฉอดๆ แบบนี้รับรองว่าพรุ่งนี้คุณได้ตื่นสายจนโดนผมหักเงินเดือนแน่"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาหักเงินเดือนฉันนะคะ!" ณิชารีย์แทบจะกรีดร้องใส่โทรศัพท์ "แล้วอี Co-working space ที่คุณสั่งแก้เมื่อกี้ ฉันจะจัดการเคลียร์ให้เสร็จก่อนเก้าโมงเช้าแน่นอน ไม่ต้องมาห่วงหรอกค่ะ!"
"ผมไม่ได้ห่วงคุณสักหน่อย" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงซึนเดะขั้นสุดถูกงัดออกมาใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างในใจ "ผมแค่ห่วงว่างานของผมจะพังเพราะรสนิยมแย่ๆ ของคุณต่างหาก... นอนซะณิชารีย์ หน้าตาคุณตอนนี้คงเหมือนแพนด้าไม่มีผิด"
"นี่คุณ...!"
*ติ๊ด!*
สายถูกตัดตัดไปดื้อๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือกลับมาแสดงผลหน้าจอหลักอย่างไร้เยื่อใย ณิชารีย์อ้าปากค้าง เธอมองหน้าจอด้วยความคับแค้นใจ อยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งลงพื้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด ผู้ชายอะไรทั้งปากจัด เย่อหยิ่ง และกวนประสาทที่สุดในสามโลก!
"ฝากไว้ก่อนเถอะคุณภาคิน พรุ่งนี้เช้าฉันจะเถียงคุณให้สำลักกาแฟตายไปข้างหนึ่งเลยคอยดู!"
เธอบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบกดบันทึกไฟล์งานแล้วปิดแล็ปท็อปลงอย่างแรง ทว่าในความมืดสลัวของห้องนอน มุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว หัวใจที่เคยเหนื่อยล้ากลับเต้นระรัวแปลกๆ กับประโยคสุดท้ายของสถาปนิกปากร้ายคนนั้น
บรรยากาศยามดึกที่ควรจะเงียบงัน กลับเต็มไปด้วยเสียงสะท้อนของความทรงจำและจังหวะหัวใจที่เต้นผิดเพี้ยน
ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนที่ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงใกล้รุ่งสว่าง เสียงเตือนข้อความเข้าจากแอปพลิเคชันเดิมดังขึ้นอีกครั้ง ณิชารีย์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความระแวง คิดว่าคงเป็นคำสั่งงานเพิ่มเติมจากเจ้าพ่อความสมบูรณ์แบบคนเดิม
ทว่าข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอกลับไม่ใช่เรื่องงาน...
*“ตู้เย็นที่ออฟฟิศมีกาแฟกระป๋องลดคาเฟอินที่คุณชอบแช่ไว้อยู่ พรุ่งนี้เช้าอย่าลืมดื่มก่อนเข้าประชุมล่ะ... ขี้เกียจมานั่งฟังคุณบ่นว่าปวดหัวระหว่างพรีเซนต์งาน”*
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น หัวใจที่สงบลงไปแล้วกลับมากระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับมีไอร้อนจากเตาผิงมาโอบกอดท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ
ณิชารีย์ยังไม่ทันได้เรียบเรียงความคิดในหัว จู่ๆ เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากระเบียงห้องพักชั้นสามก็ดังขึ้นแทรกความเงียบ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง ในยามวิกาลตีสองครึ่งเช่นนี้ ใครกันที่จะมาเคาะประตูระเบียงห้องของเธอที่ตั้งอยู่สูงขนาดนี้ได้!
ณิชารีย์ค่อยๆ หันขวابไปมองทางระเบียงอย่างช้าๆ ผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวที่ปลิวไสวตามแรงลมยามดึก และเงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาที่ยืนนิ่งอยู่หลังกระจกใส... พร้อมกับถุงกระดาษร้านสะดวกซื้อในมือ
—--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับเคมีปากแข็งของทั้งคู่ เจอกันตอนหน้าครับ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 10
รายงานด่วนกลางดึก
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!