สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 4

ไม่เอาโครงสร้างตามใจฝัน ถ้าใช้งานจริงไม่ได้

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กดัง "ปั้ง!" ลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้ม ทำเอาแก้วกาแฟเซรามิกที่ตั้งอยู่ใกล้กันถึงกับสั่นสะเทือน กาแฟสีดำสนิทกระฉอกออกมาเล็กน้อย เปื้อนขอบกระดาษโน้ตสีเหลือง ภาคินเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน เขาปรายตามองผู้บุกรุกที่ยืนเท้าสะเอวหายใจฮึดฮัดอยู่ตรงหน้า "ถ้าคุณจะกรุณา ช่วยใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิดก่อนจะพังข้าวของในออฟฟิศผม ประตูห้องก็มี ทำไมไม่เคาะครับ คุณณิชารีย์" น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะทะ ณิชารีย์แค่น ˈหึ ˈ ออกมาจากลำคอ ดวงตากลมโตที่มักจะส่องประกายความมั่นใจยามคุมหน้างาน ตอนนี้กลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เธอจิ้มปลายนิ้วเรียวลงบนแบบแปลนสถาปัตยกรรมสามมิติที่กางอยู่บนหน้าจอ "ฉันไม่เคาะเพราะถ้าเคาะ คุณก็คงถ่วงเวลาด้วยการทำเป็นหูทวนลมเหมือนทุกทีน่ะสิครับ สถาปัตย์หน้านิ่ง! นี่มันอะไรกันคะ... เอ่อ หมายถึง นี่มันอะไรครับคุณสถาปนิก!" ณิชารีย์เกือบหลุดสำนวนติดปาก แต่ด้วยความที่ไม่อยากเสียฟอร์มต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ เธอจึงเลือกใช้เสียงเข้มกดดันแทน "แบบแปลนโซนจัดบูธแสดงสินค้าหลักที่คุณแก้มาใหม่เนี่ย คุณเอาสมองส่วนไหนคิดวะคะ... เอ๊ย เอาสมองส่วนไหนคิดครับ!" ภาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง กอดอกมองหญิงสาวที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงด้วยท่าทีสบายๆ ชวนโมโห "สมองส่วนที่จบปริญญาโทจากสถาบันระดับโลก และสมองส่วนที่ใช้คำนวณโครงสร้างความปลอดภัยไม่ให้พังลงมาทับหัวคนตายในงานอีเวนต์ของคุณไงครับ" "อย่ามาเล่นลิ้นนะภาคิน!" ณิชารีย์ตบโต๊ะซ้ำอีกครั้ง คราวนี้เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ "เสาต้นเบ้อเริ่มที่คุณดีไซน์ไว้อยู่กลางลานจัดแสดงหลักเนี่ยนะ? คุณบอกว่ามันคือ 'สุนทรียศาสตร์แห่งความดิบเปลือย' หรือ Brutalism บ้าบออะไรนั่น แต่คุณรู้ไหมว่ามันบังบูธสปอนเซอร์หลักของฉันไปครึ่งหนึ่ง! ลูกค้าจ่ายเงินเจ็ดหลักเพื่อจะให้คนเห็นโลโก้เด่นเป็นสง่า ไม่ได้จ่ายมาเพื่อให้คนยืนกอดเสาโอบกอดความอินดี้ของคุณ!" ภาคินไม่หลบสายตา รัศมีคุกคามจากหญิงสาวไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือด้วยความโกรธ กลับทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเขาผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่ภายนอก... สถาปนิกหนุ่มยังคงรักษามาดนิ่งสนิทได้อย่างแนบเนียน "ความสวยงามกับฟังก์ชันต้องมาคู่กันครับ คุณณิชารีย์" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความดื้อรั้น "เสานั่นไม่ใช่แค่เรื่องสุนทรียะ แต่มันเป็นคานรับน้ำหนักหลักของโครงสร้างชั่วคราว ถ้าย้ายมันออกตามที่คุณต้องการ แรงลมจากด้านนอกโดมจะตีเข้าโครงสร้างจนพังครืนลงมาในสามนาที... หรือคุณอยากให้งานอีเวนต์ของคุณกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งเรื่อง 'โดมจัดงานถล่มทับผู้ร่วมงาน' ล่ะครับ ถึงตอนนั้น ค่อยเอาโลโก้สปอนเซอร์ไปแปะบนพวงหรีดดีไหม?" "คุณ!" ณิชารีย์กัดฟันกรอด ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู เธอยอมรับว่าเขาพูดมีเหตุผลในแง่ของวิศวกรรม แต่ในฐานะผู้จัดการอีเวนต์ที่ต้องรับหน้าเสื่อกับลูกค้าผู้ทรงอิทธิพล แบบแปลนนี้คือฝันร้ายดีๆ นี่เอง "มันต้องมีวิธีอื่นสิครับ... หมายถึง มีวิธีอื่นสคริปต์โครงสร้างใหม่ได้นี่นา! ทำไมไม่ใช้โครงสร้างเหล็กถักทับสแปนกว้างล่ะคะ งบก็เหลือตั้งเยอะ!" "งบเหลือ แต่เวลาเหลือน้อยไหมครับ?" ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาทำให้ณิชารีย์ต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ "โครงสร้างเหล็กถักต้องใช้เวลาประกอบสามวัน แต่งานเริ่มอีกสัปดาห์เดียว ทีมงานของคุณจะเอาเวลาไหนไปเซ็ตอัพบูธ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณมัวแต่ทะเลาะกับซัพพลายเออร์เรื่องเก้าอี้จัดงานจนงานล่าช้าเองตั้งแต่แรก" "อ้าว! กลายเป็นความผิดฉันซะงั้น?" ณิชารีย์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตถลึงใส่เขาอย่างเอาเรื่อง "ถ้าซัพพลายเออร์ไม่ส่งของเกรดต่ำมาให้ มีหรือที่ฉันจะวุ่นวายจนไม่มีเวลามาตรวจแบบแปลนทุเรศๆ ของคุณ!" "คำก็ทุเรศ สองคำก็กินไม่ได้..." ภาคินก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกก้าวโดยไม่รู้ตัว จนณิชารีย์ต้องถอยหลังสะโพกชนขอบโต๊ะทำงานของเขาโดยปริยาย "ถ้าคุณใจเย็นแล้วฟังผมอธิบายตั้งแต่แรก เราคงไม่ต้องมาเถียงกันจนคอแตกแบบนี้หรอกครับ" "ฉันไม่ได้คอแตก ฉันกำลังใช้เหตุผลคุยกับคนไร้หัวใจต่างหากเล่า!" "คนไร้หัวใจคนนี้แหละครับ ที่กำลังนั่งปวดหัวแก้แบบจนตีสามตีสี่เพื่อให้งานของคุณมันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด" ภาคินเผลอหลุดปากพูดความจริงออกไปด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นประกายตาไหววับของหญิงสาวที่หยุดชะงักการต่อปากต่อคำ ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เคียงคู่ไปกับเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ยืนประชิดกันจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจ ณิชารีย์กะพริบตาปริบๆ ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลคำพูดของเขา "นี่คุณ... อยู่ดึกเพื่อแก้งานให้ฉันเหรอคะ?" ภาคินเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที ใบหูข้างที่หันเข้าหาแสงไฟขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ปากร้ายๆ รีบหาข้อแก้ตัวกลบเกลื่อนความเขินอายที่ดันหลุดปากสารภาพความจริงออกไป "เปล่าซะหน่อย! ผมแค่นอนไม่หลับเพราะเสียงแมวแถวนี้มันร้องน่ารำคาญต่างหากล่ะครับ... แล้วก็ถอยออกไปได้แล้ว คุณกำลังยืนทับเอกสารสำคัญของผมอยู่" ณิชารีย์แอบอมยิ้มบางๆ เมื่อเห็นท่าทางซึนเดะแบบฉบับของสถาปนิกหนุ่ม ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก เธอแกล้งทำเป็นโน้มตัวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนปลายจมูกเกือบชนกัน "แมวตัวไหนเหรอครับคุณภาคิน... ตัวอวบๆ ปากจัดๆ แบบฉันรึเปล่า ถึงได้ทำให้คุณนอนไม่หลับจนต้องลุกมาแก้งานให้ทั้งคืนเนี่ย" ภาคินหันขวับกลับมามอง ขมวดคิ้วมุ่นเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านในอกเมื่อใบหน้าของเธอลอยอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมหวานจางๆ จากเส้นผมของหญิงสาวรบกวนสติสัมปชัญญะของเขาจนหมดสิ้น "คุณนี่มัน... หน้าไม่อายเอาซะเลยนะครับ" ภาคินเอ็ดเสียงเขียว แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ซ่อนไว้ไม่มิด ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุมนั้นเอง... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยปราศจากการรอคอยคำอนุญาต "พี่คิน! พี่นิชา! แย่แล้วล่ะสิคะ! แบบแปลนโซนวีไอพีที่ส่งไปให้ทางท่านประธานตรวจเมื่อกี้... โดนตีกลับมาหมดเลยค่ะ!" พิมพ์ชนก ลูกพี่ลูกน้องและดีไซเนอร์สาวร่วมโปรเจกต์ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่แสดงข้อความอีเมลสีแดงฉานจากผู้บริหารระดับสูง —————— ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%