สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 2

เจอกันอีกแล้ว ยัยปากเก่ง

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานสถาปัตยกรรม "A&P Design Studio" ทำงานเงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนนับสิบชีวิต แต่บรรยากาศภายในกลับอึดอัดเสียยิ่งกว่าห้องอบซาวน่า ภาคินยืนกอดอกนิ่งอยู่หัวโต๊ะประชุม ร่างสูงโปรแกรมในชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นไหล่กว้างและทรวดทรงอันสมบูรณ์แบบตามฉบับชายหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองผู้มาเยือนจากบริษัทออกาไนเซอร์ชื่อดังด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่ากลับสร้างแรงกดดันให้ทุกคนในห้องต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ ผมธนวินท์ เป็นสถาปนิกและผู้บริหารร่วมของที่นี่" ธนวินท์ส่งยิ้มกว้างเป็นมิตรเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ ก่อนจะผายมือไปยังชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกระดานไวท์บอร์ด "ส่วนนี่คือ ภาคิน หัวหน้าทีมสถาปนิกหลักผู้รับผิดชอบโปรเจกต์รีโนเวตย่านเมืองเก่าทั้งหมดครับ" ณิชารีย์ที่เพิ่งดึงสติกลับมาจากอาการช็อกค้าง เผลอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มร่างสูงคนนั้น *ให้ตายสิ... โลกกลมยิ่งกว่าลูกบอลพลาสติกในสวนสนุกซะอีก!* นี่น่ะหรือ... หัวหน้าสถาปนิกปากคอเราะร้ายที่เพิ่งสั่งสอนเธอเรื่องมารยาทกลางร้านกาแฟเมื่อไม่ถึงสองชั่วโมงก่อน? แถมรอยกาแฟสีน้ำตาลเข้มบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขายังคงจางๆ อยู่ตรงอกเสื้อด้านซ้าย เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเหตุการณ์เมื่อเช้าไม่ได้เป็นเพียงความฝัน "สวัสดีครับ" ภาคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิท ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ดวงตาคมกริบเหลือบมองรอยเปื้อนจางๆ บนเสื้อตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากลมโตของณิชารีย์ มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นนิดคล้ายรอยยิ้มเยาะ "หวังว่าการประชุมโปรเจกต์สำคัญระดับนี้ ทางคุณผู้จัดการอีเวนต์คงไม่ได้ใช้ 'ความซุ่มซ่าม' มาเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนองานหรอกนะครับ" คำพูดเจือความเย้ยหยันนั้นส่งตรงมาที่เธอคนเดียวเต็มๆ ทีมงานฝ่ายอีเวนต์ของณิชารีย์ถึงกับหันขวับมามองหัวหน้าสาวด้วยความตกใจ ขณะที่พิมพ์ชนก ลูกพี่ลูกน้องของภาคินซึ่งนั่งอยู่มุมโต๊ะแอบยกมือขึ้นป้องปากกลั้นยิ้ม เพราะรู้ดีว่าพี่ชายสายซึนของตนกำลังเปิดศึกใส่เหยื่อรายใหม่อย่างสนุกสนาน ณิชารีย์สูดหายใจเข้าลึกระงับโทสะที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เธอเป็นมืออาชีพพอที่จะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน แต่ถ้าอีกฝ่ายเปิดฉากเปิดทางมาแบบนี้ เธอก็พร้อมจะตบเกียร์เดินหน้าชนเช่นกัน หญิงสาวคลายมือที่กำแน่นบนตัก ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มทางการค้าถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างสมบูรณ์แบบ "คุณภาคินไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ!" ณิชารีย์เกือบหลุดคำลงท้ายตามความคุ้นเคย แต่แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว "ทางเราแยกแยะระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้ดีเสมอ ไม่เหมือนใครบางคนที่ดูเหมือนจะชอบเอาอคติส่วนตัวมาปะปนกับงานประชุมระดับชาติแบบนี้นะคะ... เอ๊ย! ครับ!" การหลุดปากแก้คำลงท้ายไปมาทำให้บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นอีกระดับ ธนวินท์แอบเอามือปิดหน้ากลั้นขำ ส่วนภาคินถึงกับหรี่ตาลง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม "ปากเก่งไม่เบานี่" ภาคินพึมพำลอดไรฟัน เสียงทุ้มต่ำนั้นได้ยินกันแค่สองคน แต่แววตาที่มองมากลับวาวโรจน์ด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "หวังว่าฝีมือการทำงานจะเฉียบคมเท่ากับฝีปากที่คุณใช้เถียงผมนะ คุณณิชารีย์" "ระดับฉัน ไม่เคยทำให้ลูกค้าผิดหวังอยู่แล้วครับ... อ๊ะ!" ณิชารีย์เกือบหลุดปากอีกรอบจนต้องเม้มปากแน่นด้วยความหงุดหงิด เธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "เชิญทางสถาปนิกนำเสนอบนเวทีได้เลยครับ! เราจะได้รู้เสียทีว่างานออกแบบจะดีสมกับความปากดีของผู้พูดหรือเปล่า!" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ แต่แววตากลับมีความระริกไหวแปลกประหลาดที่เจ้าตัวก็ไม่อาจนิยามได้ ชายหนุ่มหมุนตัวเดินไปหยิบรีโมทพรีเซนเทชันบนโต๊ะ ก่อนจะเริ่มเปิดสไลด์งานออกแบบโครงสร้างตึกเก่าในย่านประวัติศาสตร์ขึ้นจอโปรเจกเตอร์ ตลอดการนำเสนอร่วมชั่วโมง ภาคินแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพขั้นสุด น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังและเต็มไปด้วยความรู้ลึกซึ้งในด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานความร่วมสมัย เขาตอบคำถามทุกข้อด้วยความมั่นใจและเหตุผลที่หักล้างไม่ได้ จนทีมงานฝั่งอีเวนต์เริ่มพยักหน้ายอมรับ ทว่า ณิชารีย์กลับไม่ได้โฟกัสที่ตัวสไลด์งานทั้งหมด สายตาของเธอลอบมองเสี้ยวหน้าคมสันของชายหนุ่มยามที่เขาขยับตัวชี้รายละเอียดบนจอ แสงไฟจากโปรเจกเตอร์ตกกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและแนวคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันยามอธิบายจุดสำคัญ ยอมรับตามตรงว่าในมุมมองของการทำงาน... ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียว *ชิส์ หล่อเป็นบ้าแต่ปากเสียเป็นที่สุด!* เธอบ่นในใจ พลางยกแท็บเล็ตขึ้นมาจดบันทึกประเด็นสำคัญ "ทั้งหมดนี้คือคอนเซปต์ 'The Echo of Time' ที่เราจะเชื่อมโยงวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่เข้ากับรากเหง้าดั้งเดิมของย่านนี้" ภาคินสรุปประโยคสุดท้าย ก่อนจะกวาดสายตากลับมามองผู้จัดการอีเวนต์สาวที่นั่งไขว่ห้างทำหน้าตาย "มีตรงไหนที่คุณณิชารีย์จะติเตar... เอ๊ย... จะเสนอแนะเพิ่มเติมไหมครับ หรือว่ากำลังมัวแต่ทึ่งกับผลงานจนคิดคำพูดไม่ออก?" ณิชารีย์สะดุ้งเล็กน้อยที่ถูกจับโป๊ะได้ เธอรีบวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง แววตาสดใสเป็นประกายด้วยความมั่นใจ "ไอเดียน่ะดีค่ะ... ครับ!" ณิชารีย์กัดฟันกรอดเมื่อเผลออีกแล้ว "แต่ในมุมมองของอีเวนต์ พื้นที่ตรงลานกิจกรรมกลางแจ้งที่คุณออกแบบให้เปิดโล่งรับแดดบ่าย มันใช้งานจริงไม่ได้หรอกนะคะ! แดดเมืองไทยร้อนตับแล่บแบบนั้น ต่อให้สถาปัตยกรรมจะสวยงามแค่ไหน แต่ถ้าแขกเหรื่อเป็นลมแดดตายคางาน คุณจะรับผิดชอบยังไงไหวล่ะครับ!" ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง ทีมงานทุกคนต่างกลั้นหายใจ เพราะไม่มีใครกล้าท้วงติงงานออกแบบของภาคินตรงๆ แบบนี้มาก่อน ภาคินนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจแกแกมทึ่ง นี่ไม่ใช่แค่การเถียงเพื่อเอาชนะ แต่เธอมองเห็นจุดบอดในแง่ของการใช้งานจริงที่เขาเองก็มองข้ามไปจริงๆ ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินยาวๆ ออกจากหัวโต๊ะ ตรงเข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนจังก้าท้าทายเขาอยู่ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว จนณิชารีย์ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ รังสีความกดดันและกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุรุษจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนเธอเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว "คุณ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโต "กล้ามากนะที่กล้าท้วงผมแบบนี้" "ฉันพูดความจริงค่ะ... ครับ!" ณิชารีย์หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น มือบางเผลอยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง "ถอยไปเลยนะ คุณสถาปนิกจอมหยิ่ง" "ถ้าคิดว่าผมออกแบบแย่ขนาดนั้น..." ภาคินกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความท้าทายบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก "เย็นนี้... เราไปลงพื้นที่หน้างานด้วยกันสองคน คุณจะได้อธิบายให้ผมฟังชัดๆ ว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง" ณิชารีย์อ้าปากค้างกำลังจะปฏิเสธ แต่ก่อนที่เสียงเถียงจะหลุดออกจากริมฝีปากอิบอิ่ม ประชาสัมพันธ์สาวหน้าห้องก็ผลักประตูเปิดพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณภาคินคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ตัวแทนจากกรมศิลปากรและกลุ่มอนุรักษ์ตึกเก่ามาถึงที่สตูดิโอแล้วค่ะ พวกเขาบอกว่า... แบบแปลนเฟสแรกของเรามีปัญหาใหญ่หลวงที่ต้องเคลียร์เดี๋ยวนี้เลยค่ะ!" —————————————— *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมยุทธ์เสื้อแพร" เสมอมานะครับ)*
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%