"บอกแล้วไงว่าแผนผังหน้างานตรงจุดนี้มันมีปัญหา ถ้าคุณยังดึงดันจะวางบูธขวางทางหนีไฟแบบนี้ ต่อให้สำนักงานเขตไม่มาตรวจ ทีมรื้อถอนของผมก็จะเป็นคนยกออกเองครับคุณผู้จัดการ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดของภาคินดังแทรกเสียงสายฝนที่เริ่มกระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่งภายนอก อาคารพาณิชย์เก่าแก่ย่านตลาดน้อยที่กำลังจะถูกรีโนเวตเป็นคอมมูนิตี้สเปซแห่งใหม่ กลายเป็นจุดอับทึบ ท่ามกลางแสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากความชื้น
ณิชารีย์สะบัดแฟ้มเอกสารในมือปิดฉับ เสียงกระดาษกระทบกันดังสนั่นแข่งกับเสียงฟ้าคำราม เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่สูงกว่าเกือบหนึ่งคืบ ดวงตากลมโตฉายแววพยศอย่างไม่ยอมแพ้ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่มสวย
"แล้วใครใช้ให้คุณสถาปนิกผู้แสนจะ ‘สมบูรณ์แบบ’ เดินตรวจงานโดยไม่พกร่มล่ะคะ? หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณคำนวณโครงสร้างได้ทุกอย่าง ยกเว้นพยากรณ์อากาศ?" ณิชารีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย้าแหย่แต่เจือด้วยความถือดี "อีกอย่าง บูธตรงนั้นคือจุดรับแขก ถ้าขยับตามที่คุณว่า พื้นที่จัดอีเวนต์วันเปิดตัวจะหายไปสิบเปอร์เซ็นต์ ฉันไม่ยอมให้งานกร่อยเพราะความจุกจิกเกินเหตุของคุณแน่"
ภาคินแค่น "หึ" ในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่ถอดออกเพราะละอองฝน) จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ระคนเอือมระอา
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้มีสวิตช์เปิดโหมดเถียงคำไม่ตกฟากตลอดเวลาหรืออย่างไร? ปากก็เก่ง สีหน้าก็ท้าทาย แต่ถ้ารู้จักสังเกตสักนิดก็จะเห็นว่า ไหล่บางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวเริ่มสั่นน้อยๆ จากความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้ามาผ่านผนังปูนเก่าคร่ำคร่า
"ดื้อด้าน" ภาคินพึมพำเบาๆ แต่ณิชารีย์หูดีเกินคาด
"ฉันได้ยินนะคะ!"
"ได้ยินแล้วจะทำไมครับ? ฝนตกหนักขนาดนี้ ต่อให้คุณเก่งมาจากไหนก็บินออกไปไม่ได้ รถก็ติดอยู่ปากซอย สภาพแบบนี้เราคงต้องติดแหง็กอยู่กันสองคนจนกว่าน้ำจะลดนั่นแหละครับ" สถาปนิกหนุ่มพูดพลางเดินเลี่ยงไปสำรวจมุมห้อง ปล่อยให้ร่างบางยืนฮึดฮัดอยู่ลำพัง
บรรยากาศภายในตึกเก่าร้างผู้คน มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่ซัดสาดกระทบหลังคาสังกะสีดังสนั่นหวั่นไหว ความมืดสลัวจากท้องฟ้าที่ถูกเมฆฝนปกคลุมทำให้ห้องโถงกว้างดูแคบลงถนัดตา ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงโดยปริยายเมื่อกระแสลมแรงพัดตีละอองน้ำฝนสาดเข้ามาทางหน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดไม่สนิท
ณิชารีย์กอดอกแน่น เธอยกมือขึ้นูแขนตัวเองเมื่อความหนาวเริ่มกัดกินผิวเนื้อ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางเริ่มชื้นแฉะแนบไปกับแผ่นหลังและเรียวไหล่ แม้เธอจะพยายามทำเป็นใจแข็งไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้คนปากร้ายเห็น แต่ริมฝีปากที่เริ่มซีดเซียวก็ทรยศความรู้สึกจนหมดสิ้น
ภาคินที่ยืนหันหลังให้อยู่เงียบๆ กลับชำเลืองมองผ่านเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่าง เขาถอนหายใจยาวพรืดออกมาอย่างจำยอม—*ให้ตายสิ ผู้หญิงคนนี้นี่นะ*
ร่างสูงก้าวกลับมาหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวอย่างกะทันหัน จนณิชารีย์ต้องผถลอยถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าสถาปนิกหนุ่มกำลังปลดกระดุมเสื้อแจ็กเกตหนังสีดำสนิทตัวนอกออก
"คุณ... จะทำอะไร?" ณิชารีย์เอ่ยเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งด้วยความระแวง
ภาคินไม่ตอบ เขาถอดเสื้อแจ็กเกตเนื้อหนาออก เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำแนบเนื้อที่ขับเน้นสัดส่วนแผงอกกว้างและไหล่หนาตามแบบฉบับชายหนุ่มสุขภาพดี ก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวอย่างไร้ช่องว่าง แล้วคลุมเสื้อแจ็กเกตอุ่นๆ นั้นลงบนไหล่บางของเธอโดยไม่ทันให้ตั้งตัว
กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นฝนและน้ำหอมจางๆ อบอวลเข้าจมูกทันทีที่เนื้อผ้าสัมผัสผิว ณิชารีย์นิ่งค้างไป สมองประมวลผลไม่ทันกับความอบอุ่นที่โอบล้อมร่างกายในเสี้ยววินาที
"ไม่ต้องมองผมด้วยสายตาแบบนั้นหรอกครับ" ภาคินเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมหลุบมองลงมาที่ใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้แค่คืบ "ผมแค่วะ... รำคาญเสียงฟันกระทบกันของคุณต่างหาก ถ้าคุณป่วยขึ้นมา งานอีเวนต์ที่ผมอุตส่าห์เถียงกับคุณเมื่อกี้ก็ล่มพอดี ผมไม่อยากเหนื่อยแก้แบบแปลนรอบสองหรอกนะ"
คำพูดปากร้ายสวนทางกับการกระทำอย่างสิ้นเชิง เพราะมือหนาของเขากลับช่วยจัดปกเสื้อแจ็กเกตให้เข้าที่อย่างเบามืออย่างไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเผลอแตะโดนผิวแก้มเนียนใสโดยบังเอิญ ร้อนจนณิชารีย์ต้องสะดุ้งเฮือก รีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนร่องรอยความเร่าร้อนที่เห่อขึ้นบนพวงแก้ม
"ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาทำดีด้วยสักหน่อย..." ณิชารีย์พึมพำเสียงเบาหวิว ความแข็งกร้าวเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความสั่นไหวแปลกๆ ในอกที่เธอไม่รู้จะจัดการอย่างไรดี
ภาคินชะงักมือที่กำลังจะผละออก ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างลืมตัว ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก โลกทั้งใบราวกับหดแคบลงเหลือเพียงคนสองคนในมุมอับของตึกเก่า
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะน่า..." เสียงกระซิบของภาคินแหบพร่าลงเล็กน้อย แววตาที่มองมาไม่ได้มีความรำคาญหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงประกายความอบอุ่นลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนเดะ
ณิชารีย์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มือเรียวกำชายเสื้อแจ็กเกตหนังของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุหวานจนแทบจะละลาย ทันใดนั้นเอง...
*แอ๊ด... โครม!*
เสียงประตูเหล็กม้วนด้านหน้าตึกถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ตามด้วยเสียงตะโกนโهاกฮากของบุคคลที่ไม่คาดฝัน
"ไอ้คิน! ไอ้นิชา! พวกเอ็งยังอยู่ในนี้—เฮ้ย! ทำอะไรกันวะนั่น!"
เสียงของธนวินท์ดังลั่นทะลุสายฝน พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี ทำให้ภาคินและณิชารีย์ต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต
— *จอมยุทธ์เสื้อแพร* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความป่วนชวนใจเต้นของคินกับณิชานะครับ เจอกันตอนหน้าครับ!
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 7
ฝนตกทางแคบและเสื้อแจ็กเกตตัวเดียว
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!