"ถ้าคุณเดินเร็วกว่านี้อีกแค่ก้าวเดียว หน้าผากของคุณคงได้โขกเข้ากับเสาปูนโบราณยุคอาณานิคมนี่พอดี... หรือว่าสมองส่วนการกะระยะของคุณมันเสื่อมสภาพไปตามอายุขัยแล้วครับ คุณผู้จัดการ?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ณิชารีย์ก้าวเท้าพลาดสะดุดรอยแตกบนพื้นปูนขัดมันของตึกเก่าคลังสินค้าศุลกากรริมน้ำ
ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้แสดงอาการตกใจให้เสียฟอร์มแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียวเชิดขึ้น ดวงตากลมโตตวัดกลับไปมองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงผนังอิฐมอญเปลือยด้วยท่าทางเหนือกว่าอย่างหมั่นไส้
"ขอบคุณความกรุณาและความปากเสียของคุณภาคินมากนะคะ... เอ้ย! หมายถึง... ขอบคุณที่เป็นห่วงเป็นใยในความปลอดภัยของทีมงานอีเวนต์ตาดำๆ อย่างฉัน" ณิชาแก้คำพูดเกือบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิดจังหวะ เธอยกมือขึ้นปัดฝุ่นตามแขนเสื้อเบาๆ ก่อนจะเชิดหน้าใส่ "แต่บอกไว้ก่อนนะว่าตาฉันไม่ได้ฝ้าฟาง และสมองก็ยังประมวลผลเร็วกว่าคุณที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำกับแปลนตึกพวกนี้เยอะ"
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาว ชุดสูทเบลเซอร์สีครีมกับกางเกงสแลคเข้ารูปที่ดูทะมัดทะแมงสำหรับเดินตรวจงาน กลับถูกเจ้าตัวบ่นกระปอดกระแปดมาตลอดทางตั้งแต่ชั้นใต้ดินยันชั้นสาม เพียงเพราะรองเท้าผ้าใบแฟชั่นคู่โปรดเริ่มกัดส้นเท้า
"ปากดีไม่เปลี่ยน... สมแล้วที่เป็นมือหนึ่งด้านการจัดการอีเวนต์ แต่หวังว่าฝีปากย่อยยับนี่จะช่วยกลบเกลื่อนความไร้รสนิยมในการเลือกสถานที่จัดงานได้นะ" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกอณู "ตึกเก่าอายุเกือบร้อยปี มีคานเหล็กริเวทโบราณ มีร่องรอยประวัติศาสตร์ทรงคุณค่า แต่คุณกลับเสนอจะเอาไฟส่องสว่างสีม่วงอมชมพูแบบผับบาร์มาสาดใส่ผนังปูนเปลือยเนี่ยนะ? คุณใช้ส่วนไหนคิดครับ เอาหัวแม่เท้าเหยียบแปลนหรือไง"
ณิชาสูดลมหายใจเข้าลึก, สติที่พยายามประคับประคองมาตลอดทางเริ่มสั่นคลอน เธอป้องปากทำท่าตกใจ
"อุ๊ย! ขอโทษด้วยนะคะที่รสนิยมชาวบ้านของฉันมันดันไปขัดหูขัดตา 'ท่านสถาปนิกเทวดา' ผู้สูงส่ง ที่มองเห็นทุกตารางเมตรเป็นงานศิลปะชั้นครูจนลืมไปว่า... มนุษย์เดินดินเขาต้องการแสงไฟสว่างๆ เพื่อเดินไม่ให้สะดุดขาตัวเองตาย!" เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาดุดันจ้องตรงเข้าไปในดวงตาคมของเขา "ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่เอาแปลนไปนอนกอดที่บ้านแล้วจัดงานคนเดียวล่ะคะ จะจ้างพวกเรามาเหนื่อยทำไม หรือว่า... จริงๆ แล้วเหงา ไม่มีใครคบ เลยหาเรื่องมาเดินเถียงกับฉันแก้เซ็ง?"
คำพูดที่จี้ใจดำและรอยยิ้มเยาะกวนประสาทนั้นทำให้ภาคินชะงักไปชั่ววินาที กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นเหงื่อจากการเดินขึ้นบันไดวนโบราณหลายชั้นลอยเข้าจมูก ปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนเก่าๆ รอบตัว ร่างสูงก้มมองหญิงสาวที่เตี้ยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงหัว ไหล่บางที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้นั้นกลับสั่นน้อยๆ จากความเหนื่อยล้าที่เธอพยายามซ่อนไว้
สายตาของสถาปนิกหนุ่มอ่อนลงชั่วพริบตาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"ผมไม่ได้เหงา... และผมไม่ได้ว่างพอจะมาเดินทะเลาะกับคนปากจัด" ภาคินเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างบานเกล็ดไม้สักโบราณที่เปิดรับลมแม่น้ำเจ้าพระยา "ผมแค่ทำหน้าที่ควบคุมงานไม่ให้โปรเจกต์นี้พังเพราะความมักง่ายของคุณต่างหาก พื้นที่ตรงนี้คือโถงกลางจัดแสดง งานศิลปะต้องการแสงธรรมชาติและแสงไฟสีวอร์มไวท์เพื่อขับเน้นมิติของอิฐ ไม่ใช่ไฟดิสโก้เธคที่คุณอยากได้เพื่อเอาใจสปอนเซอร์หัวโบราณพวกนั้น"
"สปอนเซอร์เขาจ่ายเงินหลักล้านนะคุณ! เขาไม่ได้จ่ายมาเพื่อให้คนมาเดินชมงานแล้วนึกว่ามางานศพ!" ณิชายังคงเถียงเสียงแข็ง แม้ลึกๆ จะรู้ว่ารสนิยมการจัดแสงของเธอกับงานสถาปัตยกรรมของเขามันช่างสวนทางกันเหมือนฟ้ากับเหว "ถ้าคุณเข้าใจหลักการตลาดและการคืนทุนสักครึ่งหนึ่งของอีโก้ตัวเอง คุณจะรู้ว่าเราต้องประนีประนอมระหว่าง 'ศิลปะ' กับ 'พาณิชย์' ไม่ใช่เอาแต่กอดเสาตึกแล้วบอกว่าแตะต้องไม่ได้!"
ภาคินหันขวับกลับมามองเธอเต็มตา ความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เช้าพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงขีดสุด
"คุณนี่มัน... ดื้อด้าน หัวรั้น และไม่เคยฟังใครเลยจริงๆ สินะ!"
"แล้วคุณล่ะ? ทั้งหยิ่ง ทั้งปากร้าย เย็นชา ยโสโอหัง คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในสามโลก!" ณิชาตอกกลับเสียงดังไม่ยอมแพ้ นิ้วเรียวชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ "ถ้าเราไม่ได้ร่วมงานกันเพราะสัญญาบดบังตา ฉันไม่มีวันเอาหน้ามาทนฟังคุณแซะฉันแบบนี้หรอกนะ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าและเสียงเรือนหางยาววิ่งตัดกระแสน้ำในแม่น้ำเบื้องล่าง ทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่เพียงเอื้อมมือ ไอร้อนจากความโกรธและบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้นแผ่ซ่านอยู่ในบรรยากาศแคบๆ ของมุมห้องโถงชั้นสอง
ภาคินมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อนนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในอก คำพูดปฏิเสธและข้ออ้างร้อยแปดพันประการอัดแน่นอยู่ในลำคอ แต่สิ่งที่เขาอยากทำจริงๆ กลับเป็นการใช้ฝ่ามือหนาปิดริมฝีปากช่างเจรจานั่นเสีย เพื่อให้ความเงียบสงบกลับคืนมา... หรือไม่ก็... เพื่อทำอย่างอื่นที่อันตรายต่อหัวใจตัวเองมากกว่านั้น
"ถ้าคิดว่าผมปากร้ายนัก..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่น ภาคินก้าวเท้าเข้าไปหาอีกหนึ่งก้าว จนณิชาต้องเอนตัวถอยหลังไปชนกับเสาปูนเปลือยโดยอัตโนมัติ "ทำไมคุณไม่ลองหาวิธีปิดปากผมดู ล่ะครับ... เผื่อมันจะทำให้คุณสบายใจขึ้น"
ณิชาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของสถาปนิกหนุ่ม มันไม่ใช่แววตาของการเยาะเย้ยหรือความหงุดหงิดอีกต่อไป แต่มันคือประกายความลึกซึ้งบางอย่างที่ร้อนแรงและสั่นคลอนหัวใจเธออย่างรุนแรง
ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดทำให้ทั้งคู่ลืมการโต้เถียงไปชั่วขณะ ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือริมฝีปากของหญิงสาว หัวใจของณิชารีย์เต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก เธอจ้องมองริมฝีปากของเขาที่ขยับเข้าใกล้เรื่อยๆ อย่างไร้ทางหลบหนี
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คิน! ณิชา! อยู่แถวนี้ไหมวะ? ชั้นล่างมีเรื่องด่วน! ลูกค้าฝ่ายสปอนเซอร์โผล่มาตรวจงานกะทันหันเว้ย รีบลงมาด่วนเลย!"
เสียงตะโกนลั่นของธนวินท์ที่ดังขึ้นจากบันไดชั้นล่าง ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังคุกรุ่นจนแตกกระเจิงในเสี้ยววินาที
ภาคินผละถอยหลังกลับไปตั้งหลักแทบไม่ทัน ใบหน้าคมคายแสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน ขณะที่ณิชายกมือขึ้นลูบแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเองอย่างลนลาน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแล้วถอยกรูดออกห่างจากเสาต้นนั้นทันที
ดวงตาคู่คมของสถาปนิกหนุ่มตวัดกลับมามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่ซ่อนความเสียดายไว้ไม่มิด ก่อนที่เขาจะกระิบด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน
"เรายังคุยกันไม่จบเรื่องไฟส่องสว่าง... และเรื่องที่คุณว่าผมปากร้ายด้วย"
พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวลงบันไดไปทิ้งให้ณิชายืนนิ่งค้างอยู่ลำพัง หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะพร้อมกับใบหน้าที่ร้อนฉ่าราวกับถูกไฟลวก
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความป่วนชวนใจเต้นของคินกับณิชานะครับ เจอกันตอนหน้าครับ! — **จอมยุทธ์เสื้อแพร**
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 6
เดินจนขาขวิดแต่ปากยังไม่หยุดแซะ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับผู้จัดการอีเวนต์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!