กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณและคราบสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิด ไร้ซึ่งร่องรอยของกาลเวลาและแสงสว่าง
อิงฟ้าชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่า... คดีฆาตกรรมนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแค่ความแค้นส่วนตัวเสียแล้ว แต่เบาะแสชิ้นสุดท้ายที่เพิ่งค้นพบจากห้องสมุดใต้ดิน กลับเชื่อมโยงไปถึงพิธีกรรมต้องห้ามที่ถูกกวาดล้างไปเมื่อหลายสิบปีก่อน
ภายในห้องนอนพักส่วนตัวของหอพักนักศึกษา เงาสลัวจากหลอดไฟข้างเตียงสาดกระทบใบหน้าของศิลาที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น เด็กหนุ่มนอนกระสับกระส่าย เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า ลมหายใจหอบกระชั้นถี่กระ sátราวกับกำลังวิ่งหนีบางสิ่งในความฝัน
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงจากภายนอกห้องพัก แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากห้วงลึกของจิตใต้สำนึก ศิลารู้สึกตัวว่าเขากำลังยืนอยู่, หรืออาจจะกำลังจมดิ่ง, อยู่ในห้องโถงกว้างที่พื้นผิวทำจากกระจกเงาสีดำสนิท สะท้อนภาพเงาของตัวเขาเองนับร้อยนับพันที่กำลังจ้องมองกลับมาด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
"นั่น... ใครกัน" ศิลาเปล่งเสียงถามออกไป แต่มีเพียงความเงียบและเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ตอบกลับมา
*‘แก... แย่งชิง... มันมา’*
เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นยะเยือก ราวกับถูกส่งผ่านมาจากก้นบึ้งของมหาสมุทร ทันใดนั้น เงาสะท้อนทุกร่างบนพื้นกระจกก็พร้อมใจกันเอื้อมมือเรียวยาวสีดำสนิททะลุขึ้นมาคว้าข้อเท้าของเด็กหนุ่ม ความเย็นเยียบราวน้ำแข็งแล่นพล่านขึ้นมาจากปลายนิ้วสู่กระดูกสันหลัง ทำให้ศิลารู้สึกราวกับถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความตาย
ในโลกความเป็นจริง เปลือกตาของศิลาสะดุ้งเฮือก เขาลุกขึ้นนั่งพรวดพร้อมกับหอบหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาคู่โตเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก แสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาผ่านม่านหน้าต่าง เผยให้เห็นรอยมือสีดำจางๆ ที่ปรากฏขึ้นบนข้อเท้าซ้ายของเขา—ร่องรอยที่ไม่ได้เกิดจากจินตนาการ
"ฝันร้ายงั้นเหรอ... หรือว่านี่คือคำเตือน" ศิลาสั่นเทาเล็กน้อยขณะใช้มือปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก สัมผัสที่หกของเขากำลังส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง พลังงานรอบตัวแปรปรวนจนไพ่ทาโรต์สำรับประจำตัวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเกิดสั่นไหวขึ้นมาเองเบาๆ
เขารู้ดีว่าความฝันเมื่อครู่ไม่ใช่ความฝันธรรมดา แต่เป็น 'การรบกวนทางจิต' จากวิญญาณที่มีความอาฆาตพยาบาทระดับสูง ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับสัญลักษณ์ลึกลับที่พบในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมล่าสุด
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ศิลาชะงัก หัวใจที่สงบลงเมื่อครู่กลับมากระหน่ำรัวอีกครั้ง ใครกันที่จะมาเคาะห้องของเขาในเวลาตีสองเช่นนี้? หรือว่าอาจจะเป็นอิงฟ้า? แต่บรรยากาศของพลังงานลี้ลับที่แผ่ซ่านอยู่หลังบานประตูกลับไม่ใช่ไออุ่นจากอาจารย์สาวผู้คุ้นเคย หากแต่เป็นกลิ่นอายของความตายและความเย็นชาที่คุ้นเคยจากในความฝัน
เด็กหนุ่มค่อยๆ ก้าวลงจากเตียง ย่างเท้าอย่างเงียบเชียบที่สุดไปยังประตูห้อง มือข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะลูกบิดโลหะที่เย็นเฉียบ ขณะที่อีกมือหนึ่งชักไพ่ทาโรต์ใบแรก 'The Fool' ขึ้นมาถือไว้เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
เมื่อเขาบิดลูกบิดและแง้มประตูออกช้าๆ สายตาก็ต้องปะทะกับความว่างเปล่าของทางเดินมืดสนิท ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น... มีเพียงไพ่ทาโรต์ใบหนึ่งที่เปื้อนคราบเลือดสดๆ วางอยู่บนพื้นหน้าห้องของเขา และเมื่อศิลาก้มลงมองสัญลักษณ์บนหน้าไพ่ ดวงตาของเขาก็ต้องหดแคบลงด้วยความตกตะลึง
มันคือไพ่ 'The Death' ที่ถูกกรีดด้วยรอยแผลลึก และที่มุมกระดาษมีข้อความเขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคย—ข้อความจากผู้ที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามวันก่อน!
"ตื่นเสียที... เด็กน้อย ผู้เล่นในกระดานนี้ ไม่ได้มีแค่พวกเธอหรอกนะ" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นข้างหู พร้อมกับความเย็นยะเยือกที่เป่ารดต้นคอ ก่อนที่เงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทจะก้าวออกมาจากความมืดมิดของมุมทางเดินตรงหน้า!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับศิลาและอาจารย์อิงฟ้านะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ไพ่ทาโรต์พยากรณ์คดีกับอาจารย์สาวจอมเวท•ตอนที่ 10
เสียงกระซิบยามค่ำคืน
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์พยากรณ์คดีกับอาจารย์สาวจอมเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!