กลิ่นอายของควันสีดำที่พุ่งเข้าใส่หน้าอกเมื่อครู่ไม่ได้ทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดไว้ หากแต่เป็นความเย็นยะเยือกราวกับมีเข็มน้ำแข็งนับพันเล่มกำลังแล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทุกอณูผิวของศิลาร้อนผ่าวสลับหนาวเหน็บ ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างขึ้นสะท้อนภาพประกายไฟสีเลือดจากเทียนเล่มสุดท้ายที่กำลังจะมอดดับลงในห้องลับใต้ดิน
"อย่าขยับ!"
เสียงหวานกังวานแต่เฉียบขาดของอิงฟ้าดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาด อาจารย์สาวในชุดคลุมโบราณสะบัดมือขวาเบาๆ ไพ่ทาโรต์สำรับโบราณสีทองอร่ามพุ่งแหวกอากาศออกไปปักลงบนพื้นไม้รอบตัวศิลาเป็นวงกลม อาคมอักขระโบราณเปล่งแสงสีฟ้าเรืองรองขึ้นทันทีเพื่อกัก
ขังพลังงานแปลกปลอมที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างของเด็กหนุ่ม
ศิลากัดฟันแน่น มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมหน้าอกเสื้อที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อเย็น เขาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในห้วงจิตสำนึก ไพ่ *The Fool* ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อเกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับมีชีวิต ชีพจรของเขาเต้นรัวเร็วจนแทบหลุดออกมาจากอก แต่สมองส่วนหน้ายังคงทำงานด้วยความรวดเร็วและเยือกเย็นตามสัญชาตญาณของนักอ่านไสยเวท
"ผม... ผมไม่เป็นไรครับ... เอ๊ย... ผมไม่เป็นไรค่ะ" ศิลาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชินเก่า รีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้เหมาะสมอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่จ้องมองมา "พลังงานเมื่อครู่ไม่ใช่การโจมตีเพื่อปลิดชีพ... แต่มันคือตราประทับ มันกำลังเชื่อมโยงมิติบางอย่างเข้ามาในจิตใต้สำนึกของผม"
อิงฟ้าหรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ประกายความทึ่งฉายชัดในแววตาคู่สวยของอาจารย์สาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นถึงขีดสุด แต่เด็กหนุ่มวัยรุ่นคนนี้กลับไม่มีอาการตื่นตระหนกจนลนลาน ร่างกายอาจสั่นเทาด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณ ทว่าสติสัมปชัญญะกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีด
"เจ้าฉลาดมากที่มองออกในทันที" อิงฟ้าลดมือลงเล็กน้อย แต่อาคมรอบตัวศิลายังคงทำงานอยู่ "นั่นคือ 'สัญญาแห่งความมืด' ที่ถูกส่งผ่านเงาอวตาร มันไม่ใช่คำสาปฆ่าแกง แต่เป็นเงื่อนไขที่ถูกบังคับให้เจ้าต้องเลือก... ระหว่างการยอมเป็นเบี้ยในกระดานของมัน หรือการลุกขึ้นมาเดิมพันด้วยวิญญาณของตัวเอง"
ศิลาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้เรียวขาจะยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงปะทะเมื่อครู่ ดวงตาสสีนิลมองสบกับอาจารย์สาวอย่างมั่นคง ไม่มีแววตาแห่งความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายความอยากรู้อยากเห็นและวิญญาณนักสืบที่กำลังลุกโชน
"ถ้าอย่างนั้น... อาจารย์คงมีวิธีแก้สินะคะ ถึงได้ไม่รีบเร็งทำลายตราประทับนี้ทิ้งทันที" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย
อิงฟ้าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางสง่างามแต่น่าเกรงขาม "เจ้าเด็กนี่... กล้าต่อรองกับข้าผู้เป็นอาจารย์ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มบทเรียนอย่างเป็นทางการเลยงั้นหรือ? แต่เอาเถอะ ในเมื่อพวกเราถูกดึงเข้ามาพัวพันกับคดี 'ฆาตกรรมเงาโลหิต' นี้ร่วมกันแล้ว ข้าก็มีความจำเป็นต้องสร้าง 'ข้อตกลง' บางอย่างให้ชัดเจนเสียก่อน"
อาจารย์สาวเดินเข้าไปใกล้ศิลาอีกก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณและหมึกพิมพ์กระดาษเก่าลอยมาแตะจมูก ขัดแย้งกับบรรยากาศน่ากลัวรอบตัวอย่างสิ้นเชิง นางยื่นมือเรียวบางออกไปตรงหน้า นิ้วเรียวยาวสะบัดเบาๆ ปรากฏไพ่ทาโรต์สามใบพุ่งออกมาจากความว่างเปล่าและลอยค้างอยู่กลางอากาศ
"หากเจ้าอยากรอดชีวิต และอยากไขปริศนาเบื้องหลังคดีฆาตกรรมลี้ลับนี้ เจ้าต้องปฏิบัติตามกฎสามข้อของข้าอย่างไร้เงื่อนไข" อิงฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไพ่ทั้งสามใบเริ่มพลิกหงายทีละใบ เผยให้เห็นภาพวาดโบราณที่ส่องแสงเรืองรอง
ศิลากวาดสายตามองไพ่ทั้งสามใบบนอากาศอย่างพินิจพิจารณา สมองส่วนตรรกะและญาณทิพย์ประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็ว
ใบแรกคือไพ่ *The High Priestess* ลอยเด่นอยู่ซ้ายสุด เป็นสัญลักษณ์แห่งความลับ สัญชาตญาณ และการเก็บงำข้อมูล
ใบที่สองคือไพ่ *Justice* อยู่ตรงกลาง สัญลักษณ์แห่งความเที่ยงธรรม กฎเกณฑ์ และการแลกเปลี่ยนที่สมดุล
และใบสุดท้ายทางขวาสุดคือไพ่ *The Tower* ที่แสดงภาพหอคอยถูกสายฟ้าฟาดพังทลาย สื่อถึงความวิบัติ การพังทลายของความเชื่อเดิมๆ และความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
"กฎข้อที่หนึ่ง..." อิงฟ้าเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวาน "ความลับของไสยเวทและคดีนี้คือชีวิต ห้ามแพร่งพรายให้บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานทางการรับรู้โดยเด็ดขาด จนกว่าพวกเราจะสืบจนเจอต้นตอที่แท้จริง หากเจ้าฝ่าฝืน... ไพ่ใบแรกจะปิดตายจิตวิญญาณของเจ้า"
ศิลานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ การปิดบังข้อมูลจากตำรวจอาจดูผิดกฎหมายในโลกปกติ แต่สำหรับคดีที่มีกลิ่นอายของพลังงานลี้ลับและมิติอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง การแจ้งความแบบปกติมีแต่จะทำให้หลักสูญหายและผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้น
"ตกลงค่ะ ข้อแรกผมรับรองว่าจะเก็บเป็นความลับสุดยอด" ศิลาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
อิงฟ้าพึง1ใจเล็กน้อยกับท่าทีของเด็กหนุ่ม นางขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนศิลารับรู้ได้ถึงไอความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวของอาจารย์สาว "กฎข้อที่สอง... ทุกการตัดสินใจและการกระทำในสนามจริง เจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งของข้าอย่างเคร่งครัด ไม่มีคำว่า 'ลองเสี่ยงดู' หรือ 'อยากรู้อยากเห็น' ตามลำพัง เพราะคู่หูที่ดื้อรั้นมักจะมีอายุสั้นเสมอ"
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกะพริบปริบๆ ความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กหนุ่มผู้มีสัมผัสที่หกถูกตีกรอบด้วยกฎข้อนี้อย่างจัง แต่เมื่อเขานึกถึงเงาร่างในชุดฮู้ดสีดำและพลังงานเมื่อครู่ เขาก็รู้ดีว่าลำพังตัวเขาเองไม่มีทางรับมือกับภัยคุกคามระดับนี้ได้แน่นอน
"รับทราบค่ะ... ข้อนี้อาจารย์คุมเกมได้เต็มที่เลย" ศิลาถอนหายใจเบาๆ ยอมจำนนแต่โดยดี
"และกฎข้อที่สาม..." อิงฟ้าหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาของศิลาราวกับจะอ่านทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ "หากวันใดวันหนึ่ง ตราประทับแห่งความมืดในตัวเจ้าเริ่มกัดกินจิตสำนึกจนควบคุมไม่ได้ เจ้ามีหน้าที่ต้องตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง... ว่าจะยอมให้ข้าทำลายร่างนี้ทิ้งเพื่อรักษาความสงบของโลก หรือจะลุกขึ้นมาสู้และกลายเป็นนายเหนือหัวของมันแทน"
สิ้นคำพูดของอิงฟ้า บรรยากาศภายในห้องใต้ดินก็พลันเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด ไพ่ทั้งสามใบบนอากาศสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองโปรยปรายลงมาคลุมร่างของศิลา ตราประทับรูปเงาดำที่หน้าอกของเด็กหนุ่มเปล่งแสงวูบวาบก่อนจะสงบลงและจมหายใต้ผิวหนัง เหลือไว้เพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่คอยเชื่อมโยงพลังงานบางอย่างเอาไว้
ศิลานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ข้อตกลงข้อสุดท้ายไม่ใช่แค่การร่วมมือทำงานธรรมดา แต่มันคือการเอาชีวิตเข้าแลกโดยมีอาจารย์สาวผู้นี้เป็นทั้งผู้ชี้นำและผู้พิพากษาในคราวเดียวกัน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความท้าทายและความมุ่งมั่น
"เป็นกฎที่ยุติธรรมดีนี่คะ..." ศิลาเงยหน้าสบตากับอิงฟ้าอย่างไม่เกรงกลัว "ในเมื่อพวกเราผูกสัญญาและกลายเป็นพาร์ทเนอร์กันแล้ว งั้นผมขอเริ่มใช้สิทธิ์ของสมาชิกใหม่ตั้งคำถามแรกเลยได้ไหมครับ... เอ๊ย... ได้ไหมคะ"
อิงฟ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจในความใจกล้าของเด็กหนุ่ม "ว่ามาสิ ถ้าคำถามนั้นมีประโยชน์พอกับความอวดดีของเจ้า"
ศิลาหันไปมองซากเทียนสีเลือดที่มอดดับลงบนโต๊ะไม้ พร้อมกับหยิบไพ่ *The Fool* ออกมาจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาถือไว้ในมือ ปลายนิ้วสัมผัสผิวไพ่ที่สั่นระริกเบาๆ
"จากร่องรอยพลังงานเมื่อครู่... ผมสัมผัสได้ว่าตัวตนปริศนานั่นไม่ได้อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยของเราเลยค่ะ" ศิลาหันกลับมาสบตาอิงฟ้าด้วยแววตาเป็นประกาย "และถ้าผมเดาไม่ผิด 'เหยื่อรายต่อไป' ตามคำทำนายของไพ่ชุดนี้... น่าจะเป็นคนที่พวกเราเพิ่งเดินสวนกันที่หอสมุดเมื่อช่วงบ่ายนี้เองใช่ไหมคะ อาจารย์?"
อิงฟ้าชะงักไปชั่ววินาที สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที นางยังไม่ทันได้เอปากเอ่ยคำใด เสียงแจ้งเตือนปริศนาก็ดังขึ้นก้องอยู่ในห้วงความคิดของทั้งสองคน พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตา
[ระบบแจ้งเตือนภารกิจพิเศษระดับ SSS: ค้นหาและปกป้องเป้าหมายก่อนเที่ยงคืนนี้!]
[เงื่อนไขเวลา: เหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมง 45 นาที ก่อนที่พิธีกรรมดูดกลืนวิญญาณจะเริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์]
[คำเตือนจากระบบ: ผู้บงการตัวจริงกำลังรอพวกคุณอยู่ที่ "ห้องสมุดร้าง ชั้น 4" และมัน... กำลังรอคอยการมาเยือนของศิลาเป็นพิเศษ]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับศิลาและอาจารย์อิงฟ้านะคะ หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไปพร้อมกันในทุกๆ บทค่ะ!
ไพ่ทาโรต์พยากรณ์คดีกับอาจารย์สาวจอมเวท•ตอนที่ 4
กฎสามข้อของการดูดวง
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์พยากรณ์คดีกับอาจารย์สาวจอมเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!