แสงไฟฉายแรงสูงที่สาดกระทบแผ่นหลังอย่างกะทันหันไม่ได้ทำให้ศิลาสะดุ้งตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เด็กหนุ่มเพียงแต่หลุบตาลงเล็กน้อย ปล่อยให้ความสว่างจ้าของลำแสงสีขาวนวลสะท้อนกับละอองฝุ่นยามค่ำคืนในห้องใต้ดินโบราณของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลับอย่างช้าๆ ท่วงท่ามั่นคงราวกับคาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... นักวิชาการภาควิชาประวัติศาสตร์ลี้ลับกับเด็กฝึกงานหน้าใหม่ เขามาทำอะไรกันตรงซากโบราณวัตถุที่ปิดปรับปรุงเหรอคะ อาจารย์อิงฟ้า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'สารวัตรปกรณ์' ที่ก้าวพ้นจากเงาดำของเสาหินอัคนีโบราณ มือขวาของเขายังคงถือไฟฉายคาดหัวในขณะที่มือซ้ายล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทกันหนาว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองตรงมาที่อาจารย์สาวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ระหว่างความสงสัยเชิงวิชาชีพกับความระแวงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึก
อิงฟ้าขยับตัวเล็กน้อย ขยับปีกหมวกปีกกว้างของเธอให้บังเงาใบหน้าครึ่งซีก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "ดิฉันคิดว่าเมืองนี้มีกฎหมายห้ามประชาชนเดินเที่ยวเล่นในยามวิกาลเสียอีกนะคะสารวัตร... แต่ดูเหมือนว่ากฎข้อนั้นจะยกเว้นให้กับผู้รักษากฎหมายเสียเอง ถึงได้มาเดินส่องไฟเล่นในพื้นที่หวงห้ามแบบนี้"
ศิลาเหลือบมองอาจารย์สาวแวบหนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ เขารู้ดีว่าอิงฟ้ากำลังใช้คารมถ่วงเวลา ขณะเดียวกัน สมองส่วนหน้าของเขาก็กำลังประมวลผลข้อมูลจากระบบแจ้งเตือนพลังงานไสยเวทที่ปรากฏเป็นตัวอักษรเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ในครรลองสายตา—*ระดับความหนาแน่นของพลังงานลี้ลับ: 84% [อันตรายระดับสูง]*
"ผมไม่ได้มาเดินเล่นหรอกครับศิลา... อ้อ ขอโทษที พี่หมายถึงพวกเธอนั่นแหละ" สารวัตรปกรณ์ลดแสงไฟฉายลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แยงตาเกินไป แต่บรรยากาศรอบตัวกลับยิ่งกดดันมากขึ้น "กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งรายงานคลื่นความร้อนแปลกปลอมเมื่อสิบนาทีที่แล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เซ็นเซอร์ตรวจจับสนามพลังงานรอบมหาวิทยาลัยของเรามันกรีดร้องเสียงดังลั่น... และจุดกำเนิดสัญญาณก็คือที่นี่ ห้องใต้ดินที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่สมัยสงครามโลก"
สารวัตรหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว กลิ่นอายของไสยเวทสายป้องกันตัวที่รุนแรงแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างเห็นได้ชัด—ไม่ใช่ตำรวจธรรมดาแน่นอน ศิลารู้สึกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องมี 'ของดี' คุ้มครองตัวอยู่ไม่น้อย
"ถ้าสารวัตรMรู้เรื่องสนามพลังงาน แสดงว่าเครื่องมือตรวจวัดคงเสียหายไปครึ่งหนึ่งแล้วสินะคะ" อิงฟ้าเอ่ยเรียบๆ พรางก้าวเท้าขนาบข้างศิลาอย่างปกป้อง "เพราะสิ่งที่พวกเรากำลังจัดการอยู่ไม่ใช่เรื่องของคดีฆาตกรรมทั่วไป แต่มันคือ 'รอยแยก' ที่กำลังจะฉีกกระชากเมืองนี้ออกเป็นสองเสี่ยง"
"รอยแยกอะไรกัน... พูดเรื่องเหลวไหลอะไรของอาจารย์" ปกรณ์ขมวดคิ้วแน่น ทว่าก่อนที่เขาจะได้ซักไซ้ต่อ ศิลาก็ชิงพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม
"สารวัตรไม่ได้มาที่นี่เพราะสัญญาณเตือนภัยหรอกครับ... แต่สารวัตรฝันเห็นมันใช่ไหมครับ? ความฝันที่มีตึกสูงระฟ้าพังทลายลงมาเป็นจุล ท้องฟ้าสีเลือด และเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันสิ้นสุด"
คำพูดของเด็กหนุ่มทำให้สารวัตรปกรณ์ชะงักกึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด ความลับที่เขาพยายามกดทับไว้ใต้จิตสำนึกถูกเปิดโปงออกมาอย่างง่ายดายด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของเด็กหนุ่มอายุสิบแปดปี
"นาย... รู้ได้ยังไง..." ปกรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน
ศิลาไม่ตอบคำถามทันที เขายื่นมือซ้ายที่สวมถุงมือหนังสีดำออกไปเบื้องหน้า นิ้วเรียวยาวดึงสำรับไพ่ทาโรต์ขอบทองออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างคล่องแคล่ว เสียงสับไพ่ดัง *กรอบแกรบ* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดิน ก่อนที่เขาจะกรีดไพ่แผ่ออกเป็นรูปพัดในความมืด ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องมองตรงไปยังสารวัตรราวกับทะลุผ่านเข้าไปถึงจิตวิญญาณ
"เพราะไพ่สำรับนี้บอกผมยังไงล่ะครับ"
ศิลาใช้นิ้วเรียวคีบไพ่ใบหนึ่งขึ้นมาจากสำรับ พลิกมันขึ้นมาเผชิญหน้ากับแสงไฟฉาย
ภาพบนหน้าไพ่คือหอคอยหินสูงตระหง่านที่ถูกสายฟ้าสีทองฟาดผ่าลงมาอย่างรุนแรง เปลวเพลิงลุกท่วมยอดตึก ผู้คนกำลังร่วงหล่นลงมาจากความสูงชันอย่างไร้ทางหนี—**The Tower** ไพ่แห่งการพังทลายอย่างกะทันหัน การตื่นรู้จากภาพลวงตา และภัยพิบัติที่ไม่มีผู้ใดหลบเลี่ยงได้
"ไพ่ใบนี้ไม่ได้แปลว่าความตายเสมอไปหรอกครับสารวัตร..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงจนลมหายใจกลายเป็นไอ "แต่มันคือ 'คำเตือน' สุดท้าย... ว่าสิ่งที่พวกเรากำลังสร้างขึ้นบนเมืองนี้ บนรากฐานของความโลภและไสยเวทต้องห้าม มันกำลังจะพังทลายลงมาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า"
"เหลวไหล! เมืองนี้มีความปลอดภัยสูงสุด มีอาคมคุ้มกันจากสมาคมเวทมนตร์..." ปกรณ์พยายามปฏิเสธความจริง แม้ว่าเสียงของเขาจะเริ่มสั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวที่ก่อตัวขึ้นในใจ
"อาคมที่ว่านั่นแหละครับที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี" อิงฟ้าเสริมขึ้น น้ำเสียงของอาจารย์สาวจริงจังจนน่ากลัว เธอยกมือขึ้นวาดเป็นวงกลมในอากาศ ละอองแสงสีครามสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นรอยร้าวบนอากาศธาตุที่แผ่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เบื้องหลังเสาหินโบราณ "ดูให้เต็มตาสารวัตร... สิ่งที่คุณเรียกว่าความสงบสุข มันเป็นแค่หน้ากากที่ปิดบังปากหลุมศพเอาไว้เท่านั้น"
ทันใดนั้น เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากเบื้องบน พื้นคอนกรีตของพิพิธภัณฑ์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยกรีดร้องประสานกันระงมทั่วทั้งอาคาร แรงสั่นสะเทือนทำให้สารวัตรปกรณ์เซถอยหลังไปสองก้าว
หน้าจอระบบไสยเวทของศิลาปรากฏข้อความสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเร็ว:
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: พลังงานขั้วลบทะลุขีดจำกัด]*
*[เป้าหมาย: ประตูมิติชั้นที่สามกำลังจะเปิดออก]*
*[เวลาที่เหลือเหลือก่อนเกิดภัยพิบัติวงกว้าง: 15 นาที]*
ศิลาเก็บไพ่ลงในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบมองไปยังเพดานที่กำลังมีรอยร้าวขนาดใหญ่แผ่ขยาย ก่อนจะหันไปสบตากับอิงฟ้าที่พยักหน้ารับรู้สัญญาณ
ปกรณ์กัดฟันกรอด ความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดตีกันวุ่นวายในหัว "พวกเธอ... รู้แผนการของพวกมันตั้งแต่แรกใช่ไหม? พวกมันต้องการอะไรกันแน่!"
"พวกมันไม่ได้ต้องการทำลายเมืองนี้หรอคัะสารวัตร..." ศิลาเอ่ยเบาๆ ขณะก้าวเท้าเดินผ่านร่างของสารวัตรหนุ่มไปอย่างไม่ลังเล พร้อมกับทิ้งประโยคสุดท้ายไว้เบื้องหลังก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะพุ่งหายเข้าไปในรอยแยกของมิติที่กำลังบิดเบี้ยว
"...แต่พวกมันกำลังจะปลุก 'บางสิ่ง' ที่ถูกฝังอยู่ใต้ตึกศาลากลางขึ้นมาต่างหากละคะ"
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับศิลานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ไพ่ทาโรต์พยากรณ์คดีกับอาจารย์สาวจอมเวท•ตอนที่ 7
ไพ่ The Tower
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์พยากรณ์คดีกับอาจารย์สาวจอมเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!