"ใคร... เป็นคนกล้าสั่งให้ภรรยาผมเซ็นใบหย่านะครับคุณแม่?"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพญาเสือดาวที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล ก้องกังวานบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในห้องโถงหรูหราแห่งคฤหาสน์ตระกูลวรภัทร ความเงียบงันเข้าเกาะกุมพื้นที่รอบบริเวณทันที ราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลาไว้
คุณนายรสรินที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ชะงักค้างกลางอากาศ มือที่สวมแหวนเพชรกะраatใหญ่สั่นระริกจนของเหลวสีอำพันกระฉอกลงมาเลอะขอบถ้วย นัยน์ตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อหันกลับไปมองตามต้นเสียง เธอก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษสีดำสนิทที่ยืนอยู่ตรงประตู คือบุตรชายคนเล็กผู้ลึกลับและไร้ตัวตนในสายตาเธอมาโดยตลอด... ภาคิน
"คะ... คิน?" เสียงของคุณนายรสรินขาดห่วง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แก... แกเข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง แล้วไอ้คำพูดพล่อยๆ เมื่อกี้หมายความว่ายังไง! แกกล้าดี, ยังไงมาเรียกอีเด็กบ้านนอกนี่ว่า... ว่าภรรยาของแก!"
พิมรดายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของสายตานับสิบ เธอไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังชายหนุ่มที่ก้าวผ่านประตูเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น รัศมีความกดดันรอบตัวของภาคินแผ่ซ่านจนแขกเหรื่อและบรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่มาร่วมงานเลี้ยงน้ำชาต่างพากันถอยร่นกรูดโดยไม่รู้ตัว
กรณ์ แฟนเก่าจอมโลภที่ยืนอยู่ข้างคุณนายรสริน หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษสา เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン สมองอันคับแคบของเขาพยายามประมวลผลเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง
*เป็นไปได้ยังไง? ผู้ชายคนนี้... ไม่ใช่ไอ้หนุ่มออฟฟิศไส้แห้งที่พิมเคยคบหาตอนย้ายเข้ากรุงเทพฯ หรอกหรือ? ทำไม... ทำไมเขาถึงมายืนอยู่ตรงนี้ ในคฤหาสน์หลังคานี้ แถมยังมีบรรยากาศน่ากลัวราวกับประธานบริษัทข้ามชาติระดับโลกแบบนี้ล่ะ!*
"ผมถามว่า..." ภาคินก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทุกย่างก้าวของเขาราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายสำหรับผู้ที่เคยเหยียบย่ำภรรยาของเขา ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬกวาดตามองเอกสารใบหย่าที่วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนด้วยแววตาดุดันราวกับจะฉีกมันเป็นชิ้นๆ "ใครเป็นคนกล้าบังคับให้ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม เซ็นเอกสารไร้สาระพวกนี้?"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก พิมรดาแอบอมยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อหลีกทางให้สามีมะนาวต่างฝานของเธอเดินมาหยุดยืนเคียงข้าง ร่างสูงใหญ่ของภาคินทอดเงาทาบทับร่างระหงของเธอไว้อย่างปกป้อง มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางไว้หลวมๆ แต่สัมผัสนั้นเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างชัดเจน
"คิน! แกเสียสติไปแล้วใช่ไหม!" คุณนายรสรินลุกพรวดขึ้นจากโซฟา ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้ มันเป็นแค่ตัวกาลกิณี! ฉันหาผู้หญิงที่ดีกว่านี้... หาไฮโซตระกูลดังมาให้แกแต่งงานด้วยตั้งนานแล้ว ทำไมแกถึงต้องเอาผู้หญิงต่ำต้อยคนนี้มาเป็นหน้าเป็นตาให้วงศ์ตระกูลเราต้องอับอายด้วย!"
"ต่ำต้อยเหรอครับคุณแม่?" ภาคินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ "ผู้หญิงที่แม่เหยียบย่ำว่าต่ำต้อยคนนี้ คือคนที่ถือหุ้นใหญ่สามสิบเปอร์เซ็นต์ในเครือบริษัทโฮลดิ้งของตระกูลเรา... และที่สำคัญที่สุด เธอยังเป็นผู้ถือสิทธิ์ขาดในกองทุนทรัสต์ทั้งหมดที่ค้ำจุนอาณาจักรธุรกิจของตระกูลวรภัทรไว้ในยามวิกฤตเมื่อสามปีก่อน"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นในห้องโถงทันที บรรดาญาติผู้ใหญ่ต่างหันมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ข้อมูลนี้ไม่เคยหลุดรั่วออกมาจากวงในเลยแม้แต่น้อย!
กรณ์อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อ เขารู้สึกเหมือนมีฟ้าผ่าลงกลางกระบาลอย่างจัง *ผู้หญิงที่เขาทิ้งเพราะคิดว่าจนตรอก... แท้จริงแล้วคือนายหญิงผู้กุมอำนาจทางการเงินที่แท้จริงของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศอย่างนั้นหรือ?*
"ไม่จริง! โกหก! แกโกหกชัดๆ!" คุณนายรสรินกรีดร้องเสียงแหลม ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจกลัว ความมั่นใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา "อีเด็กนี่... มันจะไปมีปัญญาถือหุ้นใหญ่ได้ยังไง! มันก็แค่ลูกสาวชาวสวนยางพาราตกอับไม่ใช่เหรอ!"
"ชาวสวนยางพารา?" ภาคินแค่นเสียงหยัน สายตาคมกริบมองมารดาตัวเองด้วยความผิดหวังระคนเย้ยหยัน "แม่เคยสนใจความจริงนอกจากหน้ากากจอมปลอมในสังคมไฮโซของแม่บ้างไหมครับ? ถ้าไม่มีเงินทุนจากตระกูลของพิมเมื่อสามปีก่อน บริษัทของพ่อป่านนี้คงล้มละลายกลายเป็นบุคคลล้มละลายไปนานแล้ว... และตอนนี้ แม่ยังกล้าดีอย่างไรมาสั่งให้เธอเซ็นใบหย่า เพื่อเอาบริษัทที่เธอนั่นแหละเป็นคนอุ้มชูไว้ ไปยกให้กับลูกชายหน้าเงินของเพื่อนสนิทแม่เนี่ยนะ?"
เขากวาดสายตาคมปลาบไปยังกรณ์ที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่มุมห้อง กรณ์รีบถอยหลังกรูดจนสะดุดขาตัวเองเกือบล้มหน้าคะมำ ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยอะไรแก้ตัว เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์ แรงลมมหาศาลจากการหมุนของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวพัดกระหน่ำจนกระจกหน้าต่างแทบแตก ร่างของบอดี้การ์ดในชุดสูทดำนับสิบคนโรยตัวลงมาจากลานจอดเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้าอย่างรวดเร็วดุจทหารหน่วยรบพิเศษ
แรงสั่นสะเทือนจากภานนอกทำให้ทุกคนในห้องตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม พิมรดายกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปลิวตามแรงลมด้วยท่าทีนิ่งสงบ เธอเงยหน้าขึ้นมองสามีที่ก้มลงสบตากับเธอด้วยแววตาลึกซึ้งและเปี่ยมไปด้วยความคลั่งรัก
"เฮียจัดการเองครับที่รัก..." ภาคินกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของภรรยา ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับมารดาและแขกเหรื่อด้วยท่าทีดุดันน่าเกรงขามอีกครั้ง
"ในเมื่อพวกคุณอยากให้มีการหย่าร้างนัก..." ภาคินยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น มือหนาคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ โปรยเศษกระดาษปลิวว่อนราวกับหิมะโปรยปราง "งั้นวันนี้ ผมขอประกาศอย่างเป็นทางการตรงนี้เลยว่า... ตระกูลวรภัทรทั้งหมด จะถูกโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนชื่อเป็นของ 'พิมรดา' แต่เพียงผู้เดียวเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!"
ทุกสรรพสิ่งในห้องหยุดนิ่ง คุณนายรสรินทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของทุกคนในห้องก็ดังระรัวขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ข้อความด่วนจากสำนักข่าวเศรษฐกิจทั่วประเทศเด้งขึ้นมาพร้อมพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งที่ทำเอาทุกคนช็อกตาค้างจนแทบสิ้นสติ—
*BREAKING NEWS: อาณาจักรวรภัทรเปลี่ยนมือ! 'ท่านประธานภาคิน' ประกาศสละอำนาจและทรัพย์สินทั้งหมด 100% ให้แก่ภรรยาคู่ชีวิต 'คุณพิมรดา' ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารสูงสุดแห่งกลุ่มเศรษฐีพันล้านอย่างเป็นทางการ!*
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวยเฉี่ยวของพิมรดา เธอก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กวาดสายตามองหน้าอดีตแม่สามีและแฟนเก่าจอมโลภที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกระดาษ ราวกับกำลังมองมดปลวกไร้ค่าใต้ฝ่าเท้า
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของฉันนะคะ... ทุกคน"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความสะใจนี้นะคะ
เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 2
ตัวตนที่แท้จริงเปิดเผย
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!