กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในอากาศ หักล้างความตึงเครียดที่ยังคงค้างคาจากเหตุการณ์ประกาศตัวตนกลางคฤหาสน์ตระกูลภาคินเมื่อคืนได้อย่างสิ้นเชิง พิมรดากวาดสายตามองไปรอบห้องรับรองพิเศษบนชั้นสูงสุดของห้างสรรพสินค้าลักชูรีใจกลางเมืองที่ถูกปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะ เบื้องล่างคือวิวกรุงเทพมหานครที่ทอดยาวสุดสายตา แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่ตึกสูงระฟ้าเหล่านั้น... หากเป็นชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับโลกใบนี้เป็นของเขา
"ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาประเมินราคาแบบนั้น ผมอาจจะคิดว่าคุณกำลังวางแผนจะปล้นผมนะคะ, ภรรยา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ ภาคินวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงกระจกใส กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวผสานกับความอบอุ่นจากร่างกายของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
"ปล้นเหรอคะ? สำหรับฉัน... แค่คุณเซ็นชื่อโอนกรรมสิทธิ์ทุกอย่างมาให้ มันก็ไม่ใช่การปล้นแล้วค่ะเฮีย" พิมรดาเชิดหน้าขึ้นตอบโต้ด้วยรอยยิ้มท้าทาย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน เธอยอมรับว่าเมื่อคืนเธอตกใจจนแทบสิ้นสติเมื่อได้รู้ว่าสามีแต่งงานนอกสายตาที่แม่สามีจอมปลอมและบรรดาญาติๆ เคยตราหน้าว่า 'ไอ้ไก่รองบ่อนตกอับ' แท้จริงแล้วคือผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานลับของกลุ่มธุรกิจหมื่นล้าน แต่ความตกใจนั้นถูกแทนที่ด้วยความสะใจอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงใบหน้าซีดเผือดของคุณนายรสริน
ภาคินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ฝ่ามือหนายื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียแก้มเนียนอย่างแผ่วเบa ความอ่อนโยนที่เขามอบให้มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับ "แค่ชื่อในทะเบียนสมรสยังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับผู้หญิงที่กล้าต่อปากต่อคำกับแม่ผมเมื่อคืน... วันนี้ผมจะพาคุณไปถล่มห้างนี้ให้ราบคาบ เพื่อเป็นการปลอบขวัญที่ต้องทนฟังเสียงนกเสียงกาพวกนั้นเห่าหอนนะคะ"
พูดจบ ภาคินก็แบมือออก เบื้องหลังของเขามีผู้จัดการสาขาและทีมบอดี้การ์ดในชุดสูทดำยืนก้มหน้ารอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม หนึ่งในนั้นถือถาดกำมะหยี่สีดำสนิท ซึ่งบนนั้นมีบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทฝังเพชรน้ำงาม—**Black Card ไร้ขีดจำกัดวงเงินที่มีเพียงบุคคลระดับท็อปเท็นของโลกเท่านั้นที่จะถือครองได้**
สิบนาทีต่อมา ประตูโซนแฟชั่นไฮเอนด์ระดับเวิลด์คลาสก็เปิดออก พิมรดาก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจเมื่อพบว่าพนักงานต้อนรับแถวหน้าของร้านแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลกนับสิบชีวิตยืนเรียงแถวโค้งคำนับเธอจนแทบจะราบไปกับพื้น ความหรูหราที่เธอเคยทำได้เพียงแค่มองผ่านกระจกตู้โชว์บัดนี้อยู่ตรงหน้า และเธอก็ไม่ได้มาในฐานะผู้หญิงชนชั้นกลางที่ต้องเก็บเงินก้อนโตเพื่อซื้อกระเป๋าเพียงใบเดียว แต่เธอมาในฐานะ 'นายหญิง' ที่จะกวาดทุกอย่างลงตะกร้า
"รับใบนี้ทั้งหมดค่ะ... ไซส์นี้ สีนี้ และก็รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันที่ตั้งอยู่บนแท่นกระจกนั่นด้วย ห่อแยกชิ้นให้หมดนะคะ"
พิมรดากวาดนิ้วชี้ไปที่คอลเลกชันกระเป๋าและเครื่องประดับคอลเลกชันใหม่ล่าสุดที่เพิ่งส่งตรงมาจากปารีส พนักงานสาวที่เคยเหลือบมองเธอด้วยหางตาเมื่อครั้งที่เธอยังคบหากรณ์ (แฟนเก่าจอมโลภ) บัดนี้หน้าซีดเผือด ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น หล่อนจำพิมรดาได้แม่นยำ ผู้หญิงที่เคยถูกกรณ์ลากมาเยาะเย้ยถึงรสนิยมความจนเมื่อไม่กี่เดือนก่อน แต่ตอนนี้... ผู้หญิงคนเดียวกันกำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหล่อนด้วยอำนาจเงินมหาศาล
"ระ... รับทราบค่ะคุณพิมรดา ทางเราจะจัดส่งไปที่คฤหาสน์ตระกูลภาคินโดยด่วนเลยค่ะ!" พนักงานคนนั้นละล่ำละลักตอบ เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
"ไม่ต้องจัดส่งค่ะ" เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง ภาคินเดินเข้ามาโอบเอวบางของภรรยาอย่างแสดงความเป็นเจ้า
"ขนขึ้นรถโรллส์-รอยซ์ของผมให้หมดทุกชิ้น... ถ้าที่เก็บของไม่พอ ก็เรียกคันอื่นมาเพิ่ม"
การช็อปปิ้งดำเนินไปอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุหมุน พิมรดาเดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ด้วยความสนุกสนาน ทุกครั้งที่เธอหยิบสินค้า ภาคินจะพยักหน้าอนุมัติโดยไม่แม้แต่จะชายตามองป้ายราคา บรรดาพนักงานต่างพากันกราบกรานและปรบมือต้อนรับราวกับเธอเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ ความรู้สึกกดดัน ความอัปยศอดสู และรอยแผลที่ถูกเหยียบย่ำมาตลอดชีวิต ถูกชำระล้างออกไปจนหมดสิ้นด้วยอำนาจแห่งความร่ำรวยที่สามีคลั่งรักของเธอมอบให้
จนกระทั่งพวกเขาเดินมาถึงโซนนาฬิกาหรูเรือนทองคำขาวฝังเพชร พิมรดากำลังจะเอ่ยปากสั่งซื้อนาฬิกาคู่เรือนโปรด จู่ๆ เสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของร้าน
"พิมรดา! นี่เธอ... เธอเอาเงินจากไหนมาซื้อของพวกนี้ยะ! อย่าบอกนะว่าไปหลอกผู้ชายแก่ๆ ที่ไหนมาอีกแล้ว!"
ร่างของคุณนายรสริน แม่สามีจอมปลอม พุ่งตรงเข้ามาด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ด้านหลังมีกรณ์อดีตแฟนหนุ่มของเธอเดินหน้าซีดตามเข้ามาติดๆ สภาพของแม่ผู้ดีเก่าในตอนนี้ดูไม่จืด เส้นผมกระเซิงเล็กน้อยจากการรีบเร่งเดินตามหาพวกเขาให้ทั่วห้าง เนื่องจากได้รับรายงานจากสายสืบว่าลูกชายคนเล็กกำลังพาภรรยาบ้านนอกมาถล่มเงินตระกูลเล่น
พิมรดายังคงยืนนิ่ง ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยังคงหมุนข้อมือลองสวมนาฬิกาเรือนละสิบล้านบนข้อมืออย่างใจเย็น ก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเย็นชา
"อุ๊ย... คุณแม่คะ ลมอะไรหอบมาถึงนี่คะเนี่ย? หรือว่านั่งแท็กซี่ตามกลิ่นเงินมาจนเหนื่อยแล้ว?" พิมรดาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ
"นังเด็กไร้ยางอาย! แกไม่มีสิทธิ์เอาเงินของตระกูลภาคินมาละลายทิ้งเล่นแบบนี้!" รสรินกรีดร้องเสียงดังจนแขกคนอื่นในชั้นวีไอพีหันมามอง "คิน! แกเห็นไหมว่าผู้หญิงหน้าเงินคนนี้มันกำลังสูบเลือดสูบเนื้อบริษัทของแกอยู่! เลิกกับมันเดี๋ยวนี้แล้วไล่ตะردมันออกไปจากตระกูลซะ!"
ภาคินที่ยืนเงียบมาตลอดค่อยๆ ก้าวออกมายืนบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์กวาดมองมารดาและชายหนุ่มผู้ติดสอยห้อยตามมาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนบรรยากาศในร้านลดฮวบลงจนหนาวเยือก
"เงินที่ภรรยาผมใช้... คือเงินในส่วนแบ่งของผมเอง และต่อให้เธอจะเผาห้างนี้ทิ้งทั้งหลัง มันก็ยังไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินที่ผมมีด้วยซ้ำครับ คุณแม่" ภาคินเน้นเสียงคำว่า 'คุณแม่' ด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก
"ส่วนแก..."
สายตาคมกริบเบนไปหยุดอยู่ที่กรณ์ชายหนุ่มผู้พยายามทำตัวลีบเล็กที่สุดจนแทบจะมุดหายไปใต้เคาน์เตอร์กระจก
"ได้ข่าวว่าบริษัทของแกกำลังจะล้มละลายเพราะขาดทุนยับเยินใช่ไหม? และกำลังมองหานักลงทุนรายใหม่อยู่พอดี..." ภาคินกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเหี้ยมเกรียม
"ถ้าแกกล้าก้าวเข้ามาใกล้ภรรยาผมอีกแม้แต่ก้าวเดียว... ฉันจะสั่งซื้อหนี้ทั้งหมดของบริษัทแก แล้วดีดนิ้วสั่งฟ้องล้มละลายให้แกกับครอบครัวต้องไปนอนข้างถนนภายในสามวินาที!"
กรณ์หน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ เขารู้ดีว่าภาคินไม่ได้ขู่ ผู้ชายคนนี้มีอำนาจล้นฟ้าที่สามารถทำตามคำพูดได้อย่างง่ายดาย ร่างสูงใหญ่ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
พิมรดาย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวสวยแตะคางของกรณ์ที่กำลังสั่นเทาเบาๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอด้วยความสมเพชเวทนา
"เสียดายนะคะกรณ์... คุณเลือกทิ้งเพชรไปคว้าก้อนกรวด แต่ตอนนี้... แม้แต่สุนัขข้างถนนยังดูมีค่ามากกว่าคุณในสายตาฉันเลยค่ะ"
ภาคินไม่รอช้า เขารับบัตรเครดิตโลหะสีดำจากมือบอดี้การ์ด ยื่นมันให้กับผู้จัดการร้านที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทีสง่างาม
"รูดทั้งหมด... รวมยอดของร้านข้างๆ ที่ภรรยาผมเพิ่งเดินออกจากร้านมาด้วย"
สิ้นคำสั่ง เสียงเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ก็ดังขึ้น... *ติ๊ด! แกร๊ก... อนุมัติการทำรายการสำเร็จ*
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความฟินและสะใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 3
รูดบัตรล้างบางห้างหรู
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!