เสียงหัวเราะคิกคักของไฮโซสาวกลุ่มใหญ่ในชุดราตรีปักเลื่อมระยิบระยับดังแข่งกับเสียงดนตรีคลาสสิกที่คลอเบาๆ ภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราของโรงแรมใจกลางเมือง ทว่าสำหรับพิมรดาแล้ว เสียงเหล่านั้นกลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกราวกับเศษแก้วที่ถูกโปรยลงบนแผลสด
"อุ๊ย ตายแล้ว... นี่เธอยังหน้าด้านใส่ชุดเรียบๆ แบบนี้มางานวันเกิดท่านประธานบริษัทอีกเหรอพิมรดา? นึกว่าแต่งเข้าตระกูลใหญ่แล้วจะยกระดับตัวเองขึ้นมาได้เสียอีก ที่แท้ก็เป็นได้แค่เงาไร้ตัวตนในบ้านหลังนั้นสินะคะ"
เสียงแหลมสูงของศចี—ลูกสาวเจ้าของบริษัทนำเข้ารถยนต์หรูและเป็นคู่ควงคนปัจจุบันของกรณ์—ดังขึ้นอย่างจงใจให้คนรอบข้างได้ยิน ใบหน้าฉาบไล้ด้วยเครื่องสำอางราคาแพงเชิดขึ้นอย่างหยิ่งยโส ดวงตาคู่คมกวาดมองพิมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
พิมรดายืนนิ่งอยู่หลังเสาต้นใหญ่ มือเรียวบางที่กำกระเป๋าคลัตช์ใบเก่าสีดำจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เธอไม่ได้ตอบโต้อะไรทันที ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมานิ่งสงบราวน้ำผิวนลึกที่ไร้แรงกระويกระวอน ความอดทนตลอดสองปีที่เธอต้องก้มหน้าก้มตารับบทบาท "ภรรยาไร้ค่า" เพื่อทดแทนบุญคุณครอบครัวสามี ดูเหมือนจะเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้วจริงๆ
"นั่นสิครับพิม... ผมก็ไม่คิดว่าคุณจะตกอับขนาดนี้ ถึงขนาดต้องทนเกาะผู้ชายที่ไม่ได้รักและไม่มีแม้แต่หน้าตาในสังคม เพื่อแลกกับเศษเงินประทังชีวิต"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่เคยกระซิบคำหวานข้างหูเธอมานับครั้งไม่ถ้วนดังแทรกขึ้น กรณ์—อดีตแฟนคนที่ทิ้งเธอไปคว้าความสบายกับไฮโซสาวเพราะเห็นว่าเธอเป็นแค่เด็กกำพร้าไร้ต้นทุน—ก้าวออกมาจากกลุ่มคนพร้อมรอยยิ้มเยาะหยัน เขาสวมสูทตัดเย็บชั้นดี ท่าทางมั่นอกมั่นใจราวกับตัวเองเป็นผู้ชนะในเกมชีวิตนี้
พิมเงยหน้าขึ้นสบตากับกรณ์ แววตาที่เคยมีความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่บ้าง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าเย็นชา จนกรณ์เผลอชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นบนเรียวปากบางของเธอ รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือเศร้าสร้อยเลยแม้แต่น้อย
"ตกอับเหรอคะกรณ์..." พิมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจนจนคนที่ยืนรายล้อมรอบบริเวณนั้นต้องหันมามอง "คนที่วิ่งตามเศษเงินและเกาะผู้หญิงกินเพื่อสร้างภาพลักษณ์จอมปลอมอย่างคุณ กล้าดียังไงมาตัดสินชีวิตคนอื่นคะ?"
"เธอ!" กรณ์หน้าชาด้วยความโกรธ เผลอยกมือขึ้นชี้หน้าเธอท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่เริ่มหันมาสนใจ "ปากดีนักนะพิม! คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ห, ถือทะเบียนสมรสที่เขาไม่ได้แคร์แล้วจะกร่างได้นานแค่ไหนเชียว!"
จังหวะนั้นเอง คุณนายรสริน แม่สามีผู้ดีเก่ารสนิยมสูงก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางวงล้อม ใบหน้าเชิดหยิ่วบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เธอปรายตามองพิมราวกับมองเศษฝุ่นใต้รองเท้า ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าถือแบรนด์เนมใบหรูแล้วโยนลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าพิมอย่างแรง
"ไม่ต้องมาเถียงให้เสียเวลาหรอกนะพิมรดา!" คุณนายรสรินเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเกลียดชัง "ตระกูลของเราไม่เคยยอมรับเธอตั้งแต่แรก ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจร่วมอากาศเดียวกับลูกชายฉันด้วยซ้ำ นี่... ใบหย่า! เซ็นซะแล้วไสหัวออกไปจากชีวิตของพวกเราซะที อย่าอยู่เป็นกาลกิณีให้ลูกชายฉันต้องอับอายอีกเลย!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่พิมด้วยความสมเพชเวทนา บางคนถึงกับกระซิบกระซาบหัวเราะเยาะเย้ยที่เห็นผู้หญิงตัวคนเดียวถูกตระกูลดังขับไลไสส่งอย่างไร้เยื่อใย ศจีกอดอกยิ้มกริ่มรอสมน้ำหน้า ส่วนกรณ์ก็ยกย่องเชิดหน้าขึ้นด้วยความสะใจ
พิมก้มมองซองเอกสารสีน้ำตาลที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะ ใบหย่าที่ไร้ลายเซ็นของสามีเธอ แต่กลับมีลายเซ็นของคุณนายรสรินและข้อความเรียกร้องที่กดขี่เธอสารพัด เธอสูดลมหายใจเข้าลึก
สองปีที่ผ่านมา... เธอแต่งงานกับ "ภาคิน" หรือที่ใครๆ ต่างลือกันว่าเป็นท่านประธานจอมเผด็จการผู้เย็นชาและไร้หัวใจ เขาไม่เคยสนใจใยดีเธอ ไม่เคยปรากฏตัวร่วมงานสังคมกับเธอ และปล่อยให้เธอต้องทนรับแรงกดดันจากคนในครอบครัวมาโดยตลอด เธอคิดมาตลอดว่าเขาคงเกลียดเธอไม่ต่างจากแม่ของเขา
แต่มือเรียวบางที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบปากกาเพื่อจบเรื่องบ้าๆ นี้ให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราว กลับต้องชะงักกึก
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอิเล็กทรอนิกส์อันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอ เสียงนั้นไม่ได้ดังมากท่ามกลางเสียงดนตรี แต่กลับทรงพลังราวกับระฆังประกาศิตที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในที่นั้น
พิมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบการเงินระดับท็อปซีเคร็ตที่เชื่อมต่อกับบัญชีส่วนตัวของ "ภาคิน" สามีผู้ไม่เคยใส่ใจเธอ
**[ระบบเศรษฐีพันล้าน: ตรวจพบความพยายามในการกดขี่และดูหมิ่นคู่ชีวิตของท่านประธาน "ภาคิน"]**
**[สถานะบัญชีปัจจุบัน: ปลดล็อกวงเงินไร้ขีดจำกัด (Infinite Black Card Activated)]**
**[คำสั่งจากท่านประธาน: "ใครก็ตามที่กล้าทำให้ภรรยาของผมเสียน้ำตา วันนี้พวกมันจะต้องไม่เหลือแม้กระทั่งแผ่นดินจะยืน"]**
พิมนิ่งงันไปชั่ววินาที ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างสดใส รอยยิ้มที่ทำเอาคนที่จ้องมองอยู่ถึงกับผะผ่าวในอกอย่างประหลาด ความอ่อนแอเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นการปรากฏตัวของนางพญาผู้กุมอำนาจที่แท้จริง
เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง กวาดสายตามองหน้าคุณนายรสริน กรณ์ และศจีทีละคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ทำเอาศจีถึงกับผถะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ใบหย่าเหรอคะคุณแม่..." พิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ดังฟังชัดไปทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงอันเงียบกริบ "ก่อนจะให้ฉันเซ็น... พวกคุณแน่ใจแล้วเหรอคะว่าพวกคุณยังมีสิทธิ์แม้แต่จะยืนพูดอยู่ตรงนี้?"
สิ้นคำพูดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำก็บินแหวกน่านฟ้าเหนือโรงแรมหรูเสียงดังกระหึ่มจนกระจกบานใหญ่สั่นสะเทือน พร้อมกับประตูห้องจัดเลี้ยงที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานีโดยกลุ่มบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวเข้ามาตั้งแนวรับ
และตรงกลางกลุ่มนั้น... ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิท ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพบุตรกรีกแต่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกำลังก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้ามั่นคง แววตาดุดันคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของภรรยาตัวแสบที่เขากำลัง "คลั่งรัก" อยู่เหนือสิ่งอื่นใด
ภาคินปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงไปยังคุณนายรสรินและกรณ์จนหน้าซีดเผือด
"ใคร... เป็นคนกล้าสั่งให้ภรรยาผมเซ็นใบหย่านะครับคุณแม่?"
เค้กวานิลลาเป็นกำลังใจให้รี้ดเดอร์ทุกคนทุกวันเสมอนะคะ
เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไร้ค่ากับเสียงหัวเราะเยาะ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!