เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันเบาๆ ดังกลบเกลื่อนความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางกรุงเทพฯ ทว่าสำหรับกรณ์แล้ว เสียงที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทกลับเป็นเสียงหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เมื่อสายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างระหงในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ดูสูงส่งและเยือกเย็นเกินกว่าจะเป็น ‘พิมรดา’ คนที่เขาเคยเขี่ยทิ้งเหมือนของไร้ค่าเมื่อปีก่อน
"พิม... พิมจริงๆ ด้วย" กรณ์พึมพำ ใบหน้าซูบตอบจากการถูกเจ้าหนี้ไล่บี้เริ่มปรากฏรอยยิ้มหื่นกระหายผสมความละโมบ เขาขยับสูทราคาถูกที่ดูขัดตาคนในงาน ก่อนจะตัดสินใจสาวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างภาคินด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"พิมรดา! เธอมายืนทำอะไรตรงนี้? รู้ไหมว่าฉันตามหาเธอแทบพลิกแผ่นดิน!" กรณ์เอ่ยเสียงดังพอให้คนรอบข้างเริ่มหันมามอง เขาปั้นหน้าเศร้าสร้อยคล้ายคนสำนึกผิด "ฉันรู้ว่าเราเลิกกันไปเพราะฉันทำตัวไม่ดี แต่เชื่อเถอะว่าในใจฉันมีแค่เธอคนเดียว กลับมาหาฉันเถอะนะพิม เรามาเริ่มต้นกันใหม่... ฉันสัญญาว่าคราวนี้ฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุด"
พิมรดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันใบหน้าสวยเฉี่ยวมามองชายเบื้องหน้า ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความสมเพช ไม่ใช่ความเจ็บปวดอย่างที่กรณ์คาดหวัง เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกจนกรณ์ถึงกับชะงัก
"ดูแลฉัน?" พิมรดาทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ด้วยเงินที่เธอไปหลอกเอาจากผู้หญิงคนใหม่แล้วเขาทิ้งเธอมางั้นเหรอ หรือด้วยนิสัยหน้าเงินที่เปลี่ยนไปตามกระแสลมกันแน่ คุณกรณ์"
คุณนายรสรินที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบก้าวเข้ามาสมทบด้วยสายตาเหยียดหยาม "นี่พิม! แกอย่าทำตัวไร้ยางอายด้วยการยืนคุยกับผู้ชายไร้อนาคตแบบนี้กลางงานเลี้ยงของลูกชายฉันเลยนะ มันน่าขายหน้า!"
ภาคินที่ยืนเงียบมาตลอด ก้าวออกมาข้างหน้าเพียงครึ่งก้าว ทว่าแรงกดดันมหาศาลกลับแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างดูอึดอัดขึ้นถนัดตา เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองกรณ์ด้วยสายตาเหมือนมอง ‘ขยะ’ ที่บังเอิญหลุดเข้ามาในคฤหาสน์
"ใครอนุญาตให้ขยะชิ้นนี้เข้ามาในงานของฉัน" ภาคินเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ
กรณ์หน้าถอดสี "ท่านประธานครับ คือผม... ผมแค่มาตามคนของผมคืน..."
ยังไม่ทันสิ้นเสียงบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทดำสนิทสองคนก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวกรณ์ด้วยความเร็วที่ทำเอาแขกเหรื่อในงานต้องอ้าปากค้าง พวกเขาไม่เสียเวลาต่อรองหรือถามไถ่ มือหนาของบอดี้การ์ดคว้าเข้าที่ปกเสื้อและต้นคอของกรณ์ราวกับคีมเหล็ก ก่อนจะลากตัวชายหนุ่มที่พยายามตะเกียกตะกายดิ้นรนออกไปทางประตูหลัก
"ปล่อยนะ! พวกแกไม่มีสิทธิ์! พิม! ช่วยฉันด้วย พิม!" เสียงร้องโหยหวนของกรณ์ค่อยๆ หายไป พร้อมกับเสียงร่างของเขาที่ถูกโยนลงไปกองกับพื้นหญ้านอกประตูรั้วเหล็กดัดอย่างไร้ความปรานี
ภาคินหันกลับมาหาภรรยาสาว ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าของเธอเบาๆ แววตาดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่ชวนให้คนมองใจสั่น "จัดการเรื่องน่ารำคาญทิ้งไปแล้ว ตอนนี้เราไปหาอะไรดื่มกันดีกว่านะที่รัก คืนนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องให้คนพวกนี้เห็น... ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของที่แท้จริง"
พิมรดายิ้มรับพลางควงแขนสามีหนุ่มอย่างมั่นคง ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูโถงจัดเลี้ยงก็เปิดออกอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษลึกลับในชุดสูทสั่งตัดราคาเหยียบหลักล้าน เขาเดินตรงมาที่ภาคินพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อทั่วทั้งงาน
"ท่านประธานครับ... เอกสารการโอนหุ้นทั้งหมดของตระกูลที่คุณนายรสรินแอบนำไปจำนองไว้เรียบร้อยแล้วครับ และนี่... คือหมายศาลฟ้องล้มละลายที่พึ่งถูกส่งมาถึงเมื่อสักครู่"
รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณนายรสรินแข็งค้างทันที สายตาของทุกคนในงานต่างพุ่งเป้าไปที่เธอราวกับเข็มพิษ พิมรดามองเหตุการณ์นั้นด้วยแววตาเฉียบคม เธอรู้ดีว่าเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และคนอย่างรสริน... จะต้องชดใช้ด้วยทุกสิ่งที่เธอเคยทำไว้กับเธออย่างสาสมที่สุด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้เค้กวานิลลานะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 6
แฟนเก่าหน้าเงินวิ่งโร่มาขอคืนดี
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!