เสียงซอว์ดนตรีคลาสสิกในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวดังคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่พยายามลดทอนให้เบาที่สุด แต่สำหรับพิมรดาแล้ว มันดังเสียดแท่นแก้วหูยิ่งกว่าเสียงไซเรนเตือนภัย
"ดูสิคะคุณแม่... ชุดที่เธอใส่มาวันนี้ ดูเหมือนผ้าปูโต๊ะราคาถูกที่ลดราคามาจากตลาดนัดแถวชานเมืองเลยค่ะ"
เสียงกระซิบกระซาบจากคุณหนูตระกูลดังนามว่า 'ลลิตา' ดังขึ้นพร้อมกับสายตาเหยียดหยามที่กวาดมองพิมตั้งแต่หัวจรดเท้า ลลิตากำลังยืนคลอเคลียอยู่กับ 'กรณ์' อดีตแฟนเก่าผู้เห็นแก่ตัวของพิม ทั้งคู่ส่งยิ้มเยาะเย้ยมาทางเธออย่างไม่คิดจะปิดบัง
คุณนายรสริน แม่สามีผู้ดีเก่าที่นั่งจิบชาอยู่บนโซฟาบุเวล벳สีทองคำรามในลำคอเบาๆ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ราวกับพิมเป็นเพียงเศษฝุ่นใต้รองเท้า
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตาคินไปคว้าผู้หญิงไร้รสนิยมแบบนี้มาจากไหน เสียชื่อตระกูลหมด!" คุณนายรสรินวางถ้วยชาลงเสียงดังจนเกิดเสียงกระทบกันของกระเบื้องเคลือบ "พิมรดา ถ้าเธอไม่มีปัญญาหาชุดที่มันสมหน้าสมตามางานนี้ ก็ควรจะรู้จักเจียมตัวแล้วนั่งเงียบๆ มุมห้อง ไม่ใช่มาเดินลอยชายให้แขกเหรื่อเขาหัวเราะเยาะลับหลัง"
พิมรดายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแวววาวระยับด้วยความขบขัน เธอมองหน้าบรรดาไฮโซจอมปลอมที่กำลังรุมล้อมนินทาเธอราวกับฝูงแร้งรุมทึ้งซากสัตว์ คนเหล่านี้รู้จักแค่ราคาป้ายและแบรนด์เนมโหลๆ แต่กลับตาถั่วจนดูไม่ออกเลยว่าสิ่งที่พวกเขากำลังเหยียดหยามอยู่นั้น คือความจริงที่น่าตบหน้าที่สุดในค่ำคืนนี้
"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะคุณแม่ พอดีพิมเป็นคนชอบความเรียบง่าย... แต่ถ้าชุดที่พิมใส่อยู่มันทำให้พวกคุณร้อนรุ่มจนต้องคอยชําเลืองมองด้วยความอิจฉาขนาดนี้ พิมคงต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะที่ทำให้ตับไตของพวกคุณพังเอาดื้อๆ" เสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนเอ่ยขึ้นอย่างลื่นไหล ไม่มีแววหวาดกลัวหรือสั่นเครือแม้แต่น้อย
กรณ์หน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อถูกตอกกลับ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้พิมด้วยท่าทีดูถูกเหยียดหยามเช่นเคย "พิม เลิกทำตัวอวดเก่งสักทีเถอะน่า เธอก็แค่ผู้หญิงตกอับที่เกาะอาคินกิน ถ้าไม่มีเขา เธอก็เป็นแค่ยาจกเดินดินธรรมดาๆ คนหนึ่ง จำใส่สมองไว้ซะบ้างว่าเธอกับพวกเรามันคนละชั้นกัน!"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ สายตาหลายสิบคู่จับจ้องมาที่พิมด้วยความสะใจ รอคอยดูว่าผู้หญิงไร้เส้นสายคนนี้จะร้องไห้วิ่งหนีออกจากงานอย่างไร
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง... ระบบเสียงเตือนใสๆ ก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของพิมรดา พร้อมกับแสงประกายระยิบระยับที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอเพียงเสี้ยววินาที
[ติ๊ง! ตรวจพบสถานการณ์ความกดดันระดับสูงสุด ปลดล็อกคลังสมบัติลับระดับตำนาน: ชุดราตรี 'Starlight Nebula' และเครื่องเพชรประจำตระกูลมูลค่ารวม 1,200 ล้านบาท พร้อมส่งมอบเข้าสู่ห้องแต่งตัววีไอพีภายใน 3 นาที!]
พิมกระพริบตาปริบๆ รอยยิ้มหวานหยดถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงาม เธอหันไปมองหน้ากรณ์และคุณนายรสรินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง—แววตาของนางพญาผู้กุมอำนาจที่แท้จริง
"คนละชั้นเหรอคะคุณกรณ์... งั้นก็ตามฉันมาสิคะ พิมจะพาขึ้นไปดูว่า 'ชั้น' ของพวกเรามันห่างกันคนละกี่ปีแสง"
สิบนาทีต่อมา... ประตูห้องโถงใหญ่ที่ปิดสนิทก็ถูกผลักออกด้วยความนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนทำให้เสียงพูดคุยทั้งหมดในงานเงียบกริบลงในทันที
ร่างเพรียวระหงของพิมรดาก้าวเดินออกมาจากความมืดทีละก้าว ชุดราตรีสีดำสนิทปักด้วยเพชรแท้ระยิบระยับนับหมื่นเม็ดราวกับท้องยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทอประกายล้อแสงไฟแชนเดอเลียร์จนแสบตา ท่วงท่าการเดินสง่างามและทรงอำนาจสะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง เส้นผมสลวยถูกเกล้าเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงที่สวมสร้อยเพชรน้ำงามเม็ดเป้งขนาดสิบกะรัตที่ส่องประกายระยิบระยับจนแทบไม่กล้าสบตา
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จะดังขึ้นจากรอบทิศทาง
นั่นไม่ใช่ผ้าปูโต๊ะราคาถูก... แต่มันคือผลงานชิ้นเอกระดับโอตกูตูร์จากดีไซเนอร์ระดับโลกที่มีเพียงตัวเดียวในจักรวาล และเครื่องเพชรชุดนั้น... เป็นสมบัติล้ำค่าของราชวงศ์เก่าแก่ที่แม้แต่คุณนายรสรินก็ยังเคยเห็นแค่ในนิตยสารแฟชั่นเล่มละหลายหมื่น!
คุณนายรสรินหน้าซีดเผือด มือที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกจนของเหลวสีแดงฉานกระฉอกเปื้อนชุดหรู ลลิตาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลน ส่วนกรณ์... เขายืนแข็งทื่อเป็นหิน ร่างกายชาดิกตั้งแต่หัวจรดเท้า สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดอะไรไม่ออกเมื่อตระหนักได้ว่า ผู้หญิงที่เขาเพิ่งจะดูถูกว่าเป็นยาจกเมื่อครู่ แท้จริงแล้วกำลังสวมใส่ทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากกว่าบริษัทของเขาทั้งบริษัทรวมกันเสียอีก!
พิมรดายกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างเย้ายวน เธอเดินตรงเข้าไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าคุณนายรสรินที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความตกใจและอับอายขายหน้า สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ชุดนี้ราคาแค่หลักร้อยล้านเองค่ะคุณแม่... พิมเห็นว่ามันพอจะใส่แก้ขัดไม่ให้เสียเกียรติวงศ์ตระกูลได้ หวังว่าคงจะถูกใจคุณแม่นะคะ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนฝ่ามือหนาที่ตบลงบนใบหน้าของบรรดาไฮโซจอมปลอมเข้าอย่างจังจนชาไปทั่วทั้งแถบ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ ความเงียบงันและความอับAอายแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ
ทว่า ในขณะที่พิมกำลังจะเอ่ยประโยคเชือดเฉือนเพื่อปิดฉากเกมนี้อย่างสมบูรณ์ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ทรงอำนาจและเยือกเย็นจนทำให้ทุกคนในห้องถึงกับผวา
"ภรรยาผม... แต่งตัวสวยขนาดนี้ ใครหน้าไหนมันยังกล้าปากดีบอกว่าเธอไม่มีรสนิยมอีกหรอครับ?"
ร่างสูงสง่าของ 'ภาคิน' หรือเฮียคิน สามีผู้ทรงอิทธิพลปรากฏกายขึ้นในสูทสั่งตัดเข้ารูป ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยแววตาดุดันราวมัจจุราช พร้อมกับก้าวเข้าไปโอบเอวบางของพิมรดาไว้แนบชิดอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
ก่อนที่สายตาดุดันคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่กรณ์และคุณนายรสริน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก—รอยยิ้มที่กำลังจะพังทอนทุกอย่างที่พวกมันมีให้พินาศสิ้นในชั่วพริบตาเดียว!
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจในตอนนี้นะคะ เตรียมตัวพบกับมหกรรมล้างบางตระกูลจอมปลอมในตอนหน้าได้เลยค่ะ!)
เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 5
งานเลี้ยงหน้าชาของพวกไฮโซจอมปลอม
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!