เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 9

ค่ำคืนดินเนอร์สุดโรแมนติกใต้แสงดาว

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"เล่นสนุกกันพอหรือยังคะ ลูกสะใภ้ตัวแสบของฉัน?" น้ำเสียงเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกใต้ของคุณนายรสรินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองพิเศษ รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกราคาแพงฉาบความสะใจไว้อย่างไม่ปิดบัง หญิงสูงวัยในชุดสูทผ้าไหมปักดิ้นทองกวาดสายตามองพิมรดาด้วยความดูแคลน ราวกับสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คน แต่เป็นเศษขยะชิ้นหนึ่งที่นางพร้อมจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ พิมรดาไม่แม้แต่จะกะพริบตา เธอยืนหลังตรงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับสร้างความหงุดหงิดให้ผู้เป็นแม่สามีจอมปลอมยิ่งกว่าเดิม เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาหลักแสนที่รสรินภาคภูมิใจนักหนา ดูไร้ค่าไปถนัดตาเมื่อเทียบกับความสง่างามที่เปล่งออกมาจากตัวหญิงสาวผู้เคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "ผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้า" "ถ้าการได้ยืนดูคุณแม่ดิ้นรนเหมือนคนใกล้ตาย... เรียกว่าความสนุก ฉันก็คิดว่ายังเล่นได้อีกนานเลยค่ะ" พิมรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยືือกเย็นและทรงอำนาจจนรสรินเผลอถอยหลังไปกึ่งก้าวด้วยความตกใจ เพล้ง! เสียงแก้วไวน์ในมือของกรณ์ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ด้านหลังร่วงหล่นแตกกระจายบนพื้นหินอ่อน ชายหนุ่มผู้เคยทิ้งพิมรดาไปอย่างไร้เยื่อใยบัดนี้ตัวสั่นเทา ใบหน้าไร้สีเลือดเมื่อตระหนักได้ว่า ผู้หญิงที่ตนเคยดูถูกเหยียดหยามและเขี่ยทิ้งอย่างไร้ค่า บัดนี้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดเคียงข้างมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจครึ่งค่อนประเทศ ทว่า ก่อนที่บรรยากาศในห้องจะระเบิดเป็นจุล ร่างสูงสง่าของภาคินก็ก้าวเข้ามาแทรกกลาง เขาไม่ได้แม้แต่จะชายตามองรสรินหรือกรณ์ด้วยซ้ำ มือหนาเอื้อมมาโอบเอวบางของภรรยาอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้พิมรดารู้สึกผ่อนคลายลงทันที "หมดเวลาเล่นขายของแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำดุดันทรงพลังเอמהขึ้นเพียงประโยคเดียว แต่กลับกดดันให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ภาคินกวาดสายตาดุจพญาอินทรีมองแม่เลี้ยงของตนด้วยแววตาไร้ความรู้สึก "ส่วนบัญชีหนี้สินทั้งหมดของคุณแม่... ผมให้เลขาจัดการส่งไปที่คฤหาสน์ใหญ่แล้ว หวังว่าจะชอบของขวัญชิ้นนี้นะครับ" สิ้นคำพูดนั้น ภาคินก็ไม่รอให้ใครได้อ้าปากแก้ตัว เขาจูงมือพิมรดาเดินเลี่ยงออกจากความวุ่นวายนั้นทันท่ามกลางสายตาดือตึงและหวาดกลัวของทุกคน ทิ้งให้คุณนายรสรินทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยความสิ้นหวัง ลิฟต์แก้วส่วนตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในเมืองอย่างรวดเร็ว แสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืนเบื้องล่างทอประกายราวกับอัญมณีล้ำค่า เมือประตูลิฟต์เปิดออก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบขาวและเสียงไวโอลินบรรเลงคลอเบาๆ ก็ต้อนรับทั้งคู่สู่พื้นที่บนดาดฟ้าที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความโรแมนติก พิมรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ พื้นดาดฟ้าถูกประดับประดาด้วยดวงไฟดวงเล็กนับพันดวงราวกับยกหมู่ดาวบนท้องฟ้าลงมาไว้แทบเท้า ตรงกลางมีโต๊ะอาหารสำรับพิเศษที่เตรียมไว้สำหรับสองคนโดยเฉพาะ โดยมีฉากหลังเป็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาและตึกสูงระฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับ "ชอบไหมครับ?" เสียงกระซิบอ่อนโยนดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแกร่งที่สวมกอดเธอจากด้านหลัง พิมรดาพิงแผ่นหลังเข้ากับอกอุ่นของสามี เธอยิ้มออกมาอย่างจริงใจเป็นครั้งแรกของวัน "คุณลงทุนปิดตึกนี้เพื่อฉันคนเดียวเลยเหรอคะ เฮียคิน... จะตามใจฉันเกินไปแล้วนะ" ภาคินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอกจนพิมรดารู้สึกได้ เขาพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนออกอย่างเบามือ แววตาคมกริบที่เคยดุดันและเยียบเย็นเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น บัดนี้กลับฉายประกายความคลั่งรักและความอ่อนโยนจนแทบละลาย "แค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคนที่ยืนหยัดเคียงข้างผม" ภาคินกระซิบชิดริมฝีปาก เลื่อนมือมากุมมือเรียวของเธอไว้แน่น "จำวันที่เราแต่งงานกันได้ไหม... วันนั้นผมบอกคุณแล้วว่า ทุกสิ่งที่ผมมีคือของคุณ และวันนี้ ผมแค่อยากทวงคืนความสุขที่คุณควรจะได้รับมันตั้งนานแล้ว" หัวใจของพิมรดาเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ความเหนื่อยล้าและความกดดันจากเหตุการณ์ตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมพราวระยับ "ถ้าคุณยังทำตัวคลั่งรักฉันแบบนี้เรื่อยๆ ระวังฉันจะถอนตัวไม่ขึ้นนะคะ" เธอกระเซ้าด้วยรอยยิ้มซุกซน "ผมก็ไม่ได้คิดจะปล่อยให้คุณถอนตัวอยู่แล้วครับ" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากแนบชิดกับเรียวปากอิ่มอย่างอ่อนโยนและลึกซึ้ง ท่ามกลางแสงดาวนับล้านดวงที่คอยเป็นพยานรัก บทเพลงบรรเลงเคล้าคลอไปกับลมหนาวปลายปีที่พัดผ่าน ทว่าไม่มีความหนาวเหน็บใดสามารถแทรก Sผ่านความอบอุ่นในอ้อมกอดนี้ได้เลย ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนมดแทบขึ้นนั้น เสียงสั่นเตือนจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของภาคินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขากดตัดสายอย่างไม่ใส่ใจ แต่ไม่นานนัก หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้งพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกที่เชื่อมต่อกับบัญชีลับของเขา ภาคินเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเลื้อ พิมรดาสังเกตเห็นความผิดปกติจึงเอียงคอถามด้วยความสงสัย "มีอะไรเหรอคะ?" ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะพลิกหน้าจอโทรศัพท์ให้ภรรยาตัวแสบได้เห็นตัวเลขยอดเงินจำนวนมหาศาลที่เพิ่งถูกถอนออกไป พร้อมกับชื่อผู้รับปลายทางที่ทำให้รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าของพิมรดาเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง "คุณแม่สามีสุดที่รักของคุณ..." ภาคินกระซิบเบาๆ ข้างใบหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสะใจ "เพิ่งใช้บัตรเสริมเครดิตวงเงินไม่จำกัดของผม... เพื่อรูดซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวหนีออกนอกประเทศไปแล้วครับ" เค้กวานิลลาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะฟินจิกหมอนกับความคลั่งรักของเฮียคินกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%