เสียงกระดาษจดหมายทวงหนี้ที่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ดังขึ้น พร้อมๆ กับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังระงมไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของตระกูลรอง หุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศกำลังดิ่งลงเหวราวกับก้อนหินที่ถูกทิ้งดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร ตัวเลขสีแดงฉานกระพริบเตือนบนกระดานหุ้นขนาดใหญ่ สะท้อนลงบนนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกของผู้ถือหุ้นรายย่อย
ข่าวฉาวโฉ่หน้าหนึ่งเกี่ยวกับคุณนายรสริน แม่สามีผู้ดีเก่าที่เคยเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคมชั้นสูง ถูกแฉหมดเปลือกด้วยภาพและหลักฐานการยักยอกเงินกองทุนการกุศลเพื่อนำไปปรนเปรอชีวิตหรูหรา และที่เจ็บแสบยิ่งกว่านั้นคือข่าวการหอบเงินหนีออกนอกประเทศด้วยบัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดของลูกชายตัวเอง ทำให้ความเชื่อมั่นในบริษัทพังทลายลงในชั่วข้ามคืน
"ปล่อยให้พวกมันขายให้หมดค่ะ!"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล พิมรดาในชุดสูทเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ก้าวเข้ามาในห้องประชุมด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและสง่างาม รัศมีของความมั่นใจแผ่ซ่านออกมาจนทำให้ทุกคนที่กำลังตื่นตระหนกต้องหันมามองเป็นตาเดียว ข้างกายเธอคือภาคิน—สามีหนุ่มรูปงามที่ยืนกอดอกนิ่งด้วยรอยเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกริบกวาดมองเครือญาติจอมปลอมที่เคยเหยียดหยามภรรยาของเขาด้วยความสมเพช
"พิมรดา! เธอเข้ามาทำไมที่นี่ ยัยผู้หญิงไร้ค่า!" เสียงหนึ่งในญาติผู้ใหญ่ของตระกูลรองแผดเสียงตวาดด้วยความโมโห ทั้งที่ใบซีดเผือด "บริษัทกำลังจะล่มจมเพราะข่าวของยัยรสรินตัวแสบ เธอยังจะมีหน้ามาเดินลอยชายอยู่อีกเหรอ!"
พิมยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อยนิด เธอก้าวเข้าไปยืนหยัดอยู่หน้าโต๊ะประชุมประธานบริษัท ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตหรูขึ้นมาเคาะเบาๆ บนพื้นผิวโต๊ะกระจกใส เสียงนั้นดึงดูดสายตาของทุกคนให้จดจ่อ
"ไร้ค่าอย่างนั้นหรือคะคุณอา?" พิมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนบาดลึก "คนที่กำลังไร้ค่าและนั่งรอความตายบนกองหนี้มหาศาล คือพวกคุณต่างหากล่ะคะ"
"เธอพูดบ้าอะไร!"
"ฉันไม่ได้พูดบ้าค่ะ แต่ฉันกำลังจะบอกว่า... ฉันจะซื้อหุ้นทั้งหมดที่พวกคุณกำลังเทขายทิ้ง ณ ตอนนี้ ในราคาเศษกระดาษ!"
สิ้นคำประกาศของพิม เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นทันที หลายคนหัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้คงเสียสติไปแล้วที่จะเอาเงินมาละลายในกองไฟที่กำลังมอดไหม้ แต่ภาคินที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับขยับตัวเล็กน้อย เขายื่นกระเป๋าเอกสารสีดำสนิทให้ภรรยาด้วยมือของเขาเอง
พิมรับมาด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ก่อนจะเปิดซิปออก เผยให้เห็นหน้าจอระบบธุรกรรมการเงินระดับโลกที่เชื่อมต่อกับระบบเศรษฐีพันล้านของสามี ตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่ปรากฏขึ้นเป็นสีเขียวสดใส และมีเลขศูนย์ต่อท้ายยาวเหยียดจนคนตาบอดก็ยังมองเห็นว่ามันมากมายมหาศาลขนาดไหน!
ลมหายใจของทุกคนในห้องประชุมสะดุดกึก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ รัศมีของความรวยแบบไร้ขีดจำกัดแผ่กระจายจนแทบจะกดให้คนรอบข้างต้องคุกเข่าลงกับพื้น
"ระบบพร้อม โอนเงินสดเต็มจำนวนค่ะ" พิมกดปุ่มยืนยันการทำธุรกรรมด้วยปลายนิ้วเรียวสวยอย่างไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของบรรดาผู้ถือหุ้นตระกูลรองดังขึ้นพร้อมเพรียงกันนับสิบเครื่อง ข้อความจากธนาคารยืนยันการโอนเงินสดเข้าบัญชีเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดในพริบตาเดียว! พวกเขาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าเมื่อตระหนักได้ว่า บัดนี้ อำนาจการบริหารและหุ้นทั้งหมดของบริษัทได้หลุดลอยไปอยู่ในมือของ "พิมรดา" ผู้หญิงที่พวกเขาเคยเหยียดหยามว่าเป็นแค่สะใภ้นอกสายตาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ภาคินเดินเข้าไปโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ เขาก้มลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและภาคภูมิใจ
"เก่งมากครับเมียรักของผม... ทีนี้เรามาจัดการพวกเหลือบไรพวกนี้ให้ราบคาบกันดีกว่านะ"
พิมเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบของสามีด้วยรอยยิ้มซุกซน ทั้งสองคนประสานสายตากันอย่างรู้ใจ เตรียมพร้อมที่จะเหยียบย่ำความโลภของทุกคนให้จมดิน
ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะสมบูรณ์แบบ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงที่คุ้นตาดีก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเซียวและเนื้อตัวสั่นเทา
"พิม... พิมรดา! ช่วยฉันด้วย!"
กรณ์ อดีตแฟนเก่าผู้โลภมากที่เคยทิ้งพิมไปหาความสบายกับไฮโซสาว วิ่งเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของเธอในสภาพที่หมดสภาพ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความจนตรอก "บริษัทของฉันถูกฟ้องล้มละลายแล้ว... มีนักลงทุนปริศนากว้านซื้อหนี้ทั้งหมดของฉันไว้ และตอนนี้พวกเขากำลังจะยึดทุกอย่าง... พิม เธอต้องช่วยฉันนะ เธอยังรักฉันอยู่ใช่ไหม!"
พิมก้มมองชายหนุ่มที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอด้วยสายตาเย็นชาไร้ความรู้สึก เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ทรงพลังที่สุด
"รักอย่างนั้นหรือคะ... น่าเสียดายจังค่ะที่คุณกรณ์อาจจะยังไม่รู้..." พิมปรายตามองไปยังร่างสูงสง่าของสามีที่ยืนอยู่ข้างหลัง "คนที่กว้านซื้อหนี้ทั้งหมดของคุณ และกำลังจะส่งคุณเข้าคุกในอีกสามวินาทีข้างหน้านี้ ก็คือสามีของฉันเองค่ะ"
กรณียังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ประตูห้องประชุมก็ถูกปิดทับด้วยเงาของชายชุดดำร่างยักษ์สี่คนที่ก้าวเข้ามาล็อกตัวเขาไว้แน่น พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ที่ดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากตำรวจกองปราบปรามเศรษฐกิจที่พร้อมจะลากตัวเขาไปดำเนินคดีทันที!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ!
เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 10
วิกฤตหุ้นตกที่กลายเป็นโอกาสทอง
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!