เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 22

ศัตรูตัวสุดท้ายดิ้นเฮือกสุดท้าย

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"ถ้าคิดว่าความเงียบจะช่วยให้พวกคุณรอดคุก ฉันเกรงว่าคงต้องแสดงความเสียใจด้วยนะคะ... ทนายวิชัย" น้ำเสียงของพิมรดาดังก้องกังวาน ทะลุผ่านความมืดมัวของห้องรับรองพิเศษในคฤหาสน์ตระกูลภาคิน ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีงาช้างก้าวเท้าออกจากเงามืดอย่างมั่นคง ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นราวกับเสียงเคาะระฆังประหารชีวิตของผู้ที่กำลังหวาดผวา รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของคุณนายรสรินแข็งค้างในทันที ดวงตาฝ้าฟางด้วยพิษสงสะרגตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน เมื่อร่างที่ก้าวตามหลังพิมมาติดๆ ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือบอดี้การ์ดมือหนึ่งของตระกูลที่กำลังคุมตัวชายหนุ่มสภาพสะביบสะบอมคนหนึ่งเข้ามาด้วย "กรณ์!" พิมรดาอุทานเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววสมเพชเวทนาและเกลียดชังระคนกัน อดีตคนรักที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธออย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับมีสภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก เสื้อผ้าเนื้อดีเปรอะเปื้อนฝุ่นผง เส้นผมยุ่งเหยิง และที่สำคัญที่สุดคือแววตาดوกหวาดกลัวที่สั่นระริกราวกับลูกนกตกน้ำ กรณ์หอบหายใจหนักหน่วง พยายามดิ้นรนให้หลุดจากการพันธนาการ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับพิมรดา เขาก็แทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี ความรู้สึกอับอายพุ่งพล่านจนใบหน้าบิดเบี้ยว "พิม... ช่วยฉันด้วย พิมรดา เธอต้องช่วยฉันนะ!" กรณ์พยายามพุ่งตัวเข้ามาหา แต่กลับถูกบอดี้การ์ดกดไหล่ให้คุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี "ยัย... ยัยผู้หญิงสารเลว! นี่เธอกล้าหักหลังฉันเหรอ!" เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้วหน้าของกรณ์ดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ใช่ฝ่ามือของพิม แต่เป็นฝ่ามือของคุณนายรสรินที่ทนดูความโง่เง่าของพวกมันไม่ไหว อดีตคุณหญิงผู้สูงศักดิ์กรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก "ไอ้โง่! แกพูดบ้าอะไรออกมา! ใครใช้ให้แกตะโกนแบบนั้น!" คุณนายรสรินหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด แผนการที่วางไว้ร่วมกับทนายความและอดีตคู่หมั้นของลูกสะใภ้เพื่อลักพาตัวพิมไปเรียกค่าไถ่ก้อนโตและบีบให้สละมรดก กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา พิมรดายกยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้ร่างที่คุกเข่าอยู่บนพื้นช้าๆ เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาระดับเดียวกันกับกรณ์ ชายหนุ่มผู้เคยคิดว่าเธอเป็นแค่ของตายราคาถูก "เรียกค่าไถ่สิคะกรณ์? หรือว่า... แผนการลักพาตัวฉันไปกบليในต่างประเทศ เพื่อบังคับให้เซ็นยกหุ้นทั้งหมดในบริษัทเครือภาคินให้คุณนายรสรินกันแน่?" พิมเอ่ยเสียงหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "น่าเสียดายจังนะคะ ที่พวกคุณประเมินสามีฉันต่ำเกินไป" ทนายวิชัยหน้าถอดสี เหงื่อกาฬไหลซกเต็มกรอบหน้า พยายามแก้ตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คุณพิมครับ... เอ่อ... คุณพิมคะ! นี่มันเป็นการเข้าใจผิด เป็นการจัดฉากของพวกมันต่างหาก ทนายอย่างผมจะไปทำเรื่องแบบนั้น---" "ไม่ต้องเหนื่อยหอบหลักฐานมาแก้ตัวหรอกค่ะทนายวิชัย" เสียงทุ้มต่ำอันทรงพลังดังแทรกขึ้นจากทางประวัติศาสตร์ด้านหลัง ภาคินก้าวเข้าสู่ห้องด้วยชุดสูทสีดำสนิท ไร้รอยยิ้ม แต่แผ่รังสีอำมหิตที่กดดันให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ดวงตาคมกราบกวาดมองกลุ่มคนทรยศด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "เพราะทุกคำพูดและหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของแก... ถูกส่งตรงไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลเรียบร้อยแล้ว" สิ้นคำพูดของภาคิน เสียงไซренаรถตำรวจรัวกระชั้นชิดก็ดังแว่วมาจากด้านนอกคฤหาสน์ แสงไฟสีแดงน้ำเงินสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกบานใหญ่ สะท้อนใบหน้าที่ซีดเซียวจนหมดหนทางสู้ของคุณนายรสรินที่ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง กรณ์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารู้ดีว่าหากตำรวจเข้ามาตอนนี้ ชีวิตของเขาจบสิ้นอย่างแท้จริง ด้วยความโลภและความแค้นบังตา เขาจึงตัดสินใจทำเรื่องบ้าบิ่นที่สุดในวินาทีสุดท้าย พรึบ! มีดพับขนาดเล็กเล่มหนึ่งถูกชักออกจากกระเป๋าเสื้อกั๊กอย่างรวดเร็ว กรณ์กระโจนเข้าหาพิมรดาที่อยู่ใกล้ที่สุดหมายจะใช้เธอเป็นตัวประกัน "อย่าเข้ามานะเว้ย! ถ้าไม่อยากให้ยัยนี่คอขาด ก็ถอยไปซะ!" เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนทุกคนตั้งตัวไม่ทัน ทนายวิชัยกรีดร้องด้วยความตกใจ ขณะที่คุณนายรสรินหัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจที่เห็นความวายป่วง ทว่า... พิมรดากลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งสงบ สบตากับกรณ์ที่พุ่งเข้ามาด้วยแววตาสมเพชระคนเย้ยหยัน ก่อนที่คมมีดจะทันเฉียดปลายผมของพิม ร่างสูงใหญ่ของภาคินก็เคลื่อนไหวราวดาราจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ มือหนาคว้าข้อมือของกรณ์บิดด้วยความเร็วจนเกิดเสียงกระดูกลั่นกร๊อบ! อ๊ากกกกกกก! เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นห้อง มีดพับในมือของกรณ์ร่วงหล่นกระแทกพื้น ก่อนที่เขาจะถูกเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องรับรองอย่างแรงจนสลบเหมือดคาที่ ภาคินดึงร่างภรรยาเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก มือหนาลูบเส้นผมของเธออย่างทะนุถนอม ปลายจมูกโด่งกดลงบนขมับบางเพื่อสูดดมความหอมอย่างคนคลั่งรัก พลางเอמהเสียงกระซิบข้างหูด้วยความดุดัน "บอกแล้วไงคะว่าอย่าให้เศษสวะพวกนี้เข้าใกล้เธอ... เดี๋ยวคมมีดมันจะบาดมือฉันซะเปล่าๆ" พิมรดาซบหน้าลงกับอกแกร่ง หลุดหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างอารมณ์ดี "เฮียก็... ขาโหดเกินไปแล้วนะคะ" ในจังหวะนั้นเอง ตำรวจในเครื่องแบบหลายนายก็กรูเข้ามาในห้องพร้อมหมายจับครบถ้วน ทนายวิชัยและคุณนายรสรินถูกสวมกุญแจมืออย่างไม่1000เกรงใจศักดิ์ศรีผู้ดีเก่า เสียงโวยวายและเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังระงม แต่ไม่มีใครสนใจไยดีพวกมันอีกต่อไป พิมรดาเงยหน้าขึ้นมองสามี ดวงตาคู่งามระยิบระยับด้วยความท้าทายและพึงพอใจ "คิดว่าศัตรูตัวสุดท้ายจะหมดแค่นี้เหรอคะเฮีย?" ภาคินยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองความพินาศตรงหน้า ก่อนที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทจะสั่นเตือน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา [ระบบเศรษฐีพันล้าน: ยืนยันการซื้อกิจการเครือบริษัทคู่แข่งทั้งหมดของตระกูลรสรินเสร็จสิ้น - ยอดเงินคงเหลือในบัตร: ∞ (ไม่จำกัดวงเงิน)] ภาคินยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ภรรยาสาวดู พร้อมกับรูดบัตรเครดิตสีดำสนิทลงบนเครื่องอ่านพกพาของทนายความที่ริบมา เพื่อโอนเงินก้อนสุดท้ายปิดบัญชีความแค้นทั้งหมดในเสี้ยววินาที "เรียบร้อยค่ะที่รัก..." ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "ทีนี้... คงไม่มีใครกล้ามาแย่งความสนใจจากเธอไปจากฉันได้อีกแล้วล่ะนะ" แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนมา เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องส่วนตัวของพิมรดากลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน หน้าจอแสดงเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่กลับปรากฏข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวที่ทำให้รอยยิ้มบนริมฝีปากของเธอนิ่งค้างไปทันที— *"เกมยังไม่จบหรอกนะ... น้องสะใภ้ตัวแสบ"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฟาดฟันความอยุติธรรมเคียงข้างพิมรดาและเฮียคินมาจนถึงบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%