“ถ้าพิมเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ... พวกแกทุกคนที่อยู่ตรงนี้ จะไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีก!”
เสียงคำรามต่ำลึกของภาคินดังก้องกังวานเหนือเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังตีฝ่าอากาศธาตุ เขายืนตระหง่านอยู่บนประตูเฮลิคอปเตอร์ที่เปิดกว้าง สายลมแรงปะทะใบหน้าคมสันที่ตอนนี้ฉายแววดุดันราวกับพญามัจจุราชที่กำลังจะลงทัณฑ์ผู้บังอาจแตะต้องของรักของหวง
ในมือของเขาคือแท็บเล็ตหน้าจอแสดงผลพิกัดดาวเทียมแบบเรียลไทม์ จุดสีแดงกะพริบถี่ๆ กลางป่าลึกที่ตั้งของโกดังร้างซึ่งคุณนายรสรินและลูกสมุนใช้กักขังพิมรดา ดวงตาคู่คมของเขาหรี่ลงด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปน มือหนากำปืนพกกระบอกหรูแน่นจนขึ้นข้อ
“ท่านประธานครับ อีกสามนาทีจะถึงจุดเป้าหมายครับ บอดี้การ์ดสี่สิบนายประจำตำแหน่งพร้อมกระโดดร่มลงไปปิดล้อมแล้วครับ” กันต์ รายงานด้วยเสียงเข้มข้น แววตาของลูกน้องคนสนิทคนนี้ก็ไม่ได้มีความปรานีเหลืออยู่เช่นกัน
“ดี... สั่งการลงไป ไม่ต้องจับเป็น! ใครที่ขวางทาง ให้มันรู้ซึ้งว่าการเอาเงินฟาดหัวศัตรูจนจมดินมันเป็นยังไง!”
เบื้องล่าง โกดังรกร้างที่รายล้อมด้วยพงหญ้าขึ้นรกชัฏกำลังตกอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน พิมรดาถูกมัดมือไพล่หลังอยู่กับเก้าอี้ไม้เก่าๆ ใบหน้าสวยหวานที่เคยสดใสตอนนี้เปื้อนไปด้วยคราบฝุ่น แต่สายตาของเธอยังคงจ้องมองคุณนายรสรินอย่างไม่ลดละ
“คุณคิดว่าการทำแบบนี้จะทำให้กรณ์กลับมาหาคุณ หรือทำให้ฉันกลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาเฮียคินได้งั้นเหรอ?” พิมรดาเค้นเสียงถาม แม้จะเจ็บระบมที่มุมปากจากการถูกตบ แต่เธอก็ยังคงความเยือกเย็นเอาไว้
คุณนายรสรินหัวเราะร่วน เสียงแหลมสูงนั้นบาดหู “นังเด็กอวดดี! แกมันก็แค่ผู้หญิงขายศักดิ์ศรีที่ตระกูลฉันเก็บมาเลี้ยง! ภาคินเขาก็แค่เห่อของใหม่ อีกไม่นานเขาก็จะเขี่ยแกทิ้งเหมือนขยะเหมือนที่กรณ์เคยทำ แล้วตอนนั้นแหละ... ฉันจะทำให้แกเห็นเองว่านรกบนดินมันเป็นยังไง!”
“งั้นเหรอคะ?” พิมรดาแค่นยิ้ม “น่าเสียดายนะคะที่คุณไม่รู้เลยว่า... สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่น่ะ มันเป็นการเปิดโปงความโง่เขลาของตัวเองครั้งสุดท้าย”
*โครม!*
เสียงระเบิดดังกึกก้องจากหลังคาโกดังทำเอาทุกคนสะดุ้งสุดตัว แสงสว่างจ้าจากสปอตไลท์ของเฮลิคอปเตอร์ที่โฉบลงมาเหนือหัวจนฝุ่นตลบอบอวล เศษกระเบื้องและเหล็กหล่นกระจาย ร่างของชายชุดดำนับสิบโรยตัวลงมาจากเชือกราวกับหน่วยรบพิเศษ มือปืนของคุณนายรสรินยังไม่ทันได้ชักอาวุธขึ้นสู้ ก็ถูกบอดี้การ์ดของภาคินเข้าชาร์จด้วยทักษะการต่อสู้ชั้นสูงอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
เสียงปืนดังขึ้นเป็นจังหวะ แต่ละนัดแม่นยำและไร้เมตตา คุณนายรสรินหน้าถอดสีเมื่อเห็นเฮลิคอปเตอร์ลำยักษ์ลงจอดที่ลานกว้างหน้าโกดัง แรงลมจากใบพัดทำให้ร่างของเธอแทบปลิวไปตามลม
ภาคินก้าวลงจากเครื่องด้วยมาดประธานผู้ทรงอำนาจ ชุดสูทสั่งตัดราคาหลายล้านไม่ยับยู่ยี่แม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองไปทั่วโกดังราวกับเสือที่กำลังหาเหยื่อ และเมื่อสายตาของเขาปะทะกับร่างของหญิงสาวที่ถูกมัดอยู่กลางห้อง แววตาที่ดุดันเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนความบ้าคลั่งเอาไว้
“พิม!”
เขาพุ่งตัวเข้าไปหาเธอโดยไม่สนใจกระสุนที่อาจจะสวนมา กันต์และทีมบอดี้การ์ดรีบเข้ามาคุมเชิงและจัดการพวกสมุนที่เหลือจนล้มระเนระนาด ภาคินแทบจะกระชากเชือกที่มัดมือพิมออกด้วยมือเปล่า ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดแน่นราวกับจะฝังเธอลงไปในอก
“ขอโทษ... เฮียมาสายไป” เสียงของเขาสั่นเครือ แต่เมื่อเขาหันกลับไปหาคุณนายรสริน แววตาของเขาก็กลับมาเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็งขั้วโลก
“แก... แกทำอะไรลงไปรู้ไหม?” ภาคินลุกขึ้นเดินไปหาคุณนายรสรินที่ทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว “แกแตะต้องของที่ฉันหวงที่สุดในชีวิต เตรียมตัวรับความหายนะได้เลย รสริน”
คุณนายรสรินละล่ำละลัก “พะ... ภาคิน! ฉันเป็นแม่นะ! แกจะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้!”
“แม่เหรอ?” ภาคินแค่นหัวเราะจนน่าขนลุก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความเพียงชุดเดียว “นับจากวินาทีนี้ไป หุ้นในเครือบริษัททั้งหมดของคุณนายรสรินจะถูกโอนเข้าบัญชีพิมรดา และความผิดเรื่องการฟอกเงินที่คุณทำไว้เมื่อปีก่อน... จะถูกส่งถึงมือตำรวจภายในห้านาทีนี้”
“ไม่! แกไม่มีสิทธิ์!”
“สิทธิ์เหรอ?” ภาคินยิ้มเหี้ยม เขากดปุ่มเปิดแท็บเล็ตโชว์ตัวเลขจำนวนมหาศาลที่ถูกโอนย้าย “เงินของฉัน... อำนาจของฉัน... ฉันจะทำลายใครก็ได้ที่กล้ามายุ่งกับเมียของฉัน”
พิมรดามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เธอรู้ว่าเฮียคินร้ายกาจเพียงใด แต่ไม่คิดว่าเขาจะทำเพื่อเธอได้ถึงขนาดนี้ ทว่า... ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น เสียงสัญญาณเตือนจากนาฬิกาข้อมือของพิมรดาก็ดังขึ้นพร้อมหน้าจอที่สั่นเตือนรัวๆ เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความที่เด้งขึ้นมา
“เฮียคิน... หยุดก่อน!” พิมรดาร้องบอก แต่ไม่ทันการณ์ เมื่อจู่ๆ ประตูโกดังฝั่งตรงข้ามก็เปิดออกพร้อมกับร่างของกรณ์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับปืนที่จ่อไปทางภาคิน
“ถ้ามึงจะทำลายเธอ... มึงก็ต้องตายไปกับกู!” กรณ์ตะโกนลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง
ทว่าเสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงปืน แต่มันกลับเป็นเสียงโทรศัพท์ของภาคินที่ดังขึ้นมาพร้อมกับการแจ้งเตือนว่า ‘บัญชีลับในต่างประเทศของกรณ์ถูกอายัดเรียบร้อยแล้ว’ พิมรดาเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ที่ชะงักงันด้วยความตกตะลึง ทว่าในจังหวะที่ทุกคนกำลังเผลอ ใครบางคนที่ไม่คาดคิดก็ก้าวออกมาจากเงามืดหลังตู้คอนเทนเนอร์... บุคคลที่ถือรีโมทระเบิดอยู่ในมือ!
“เฮีย... ข้างหลัง!” พิมรดากรีดร้องสุดเสียง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฟาดฟันความอยุติธรรมเคียงข้างพิมรดาและเฮียคินมาจนถึงบทนี้นะคะ!
เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 23
เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยและปฏิบัติการเดือด
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!