กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงเตือนจังหวะหัวใจจากมอนิเตอร์ในห้องพักผู้ป่วยพิเศษระดับ VIP คือเสียงเดียวที่ดึงสติของภาคินให้หลุดออกจากห้วงแห่งความหวาดกลัวที่เกือบพรากทุกอย่างในชีวิตเขาไป
ร่างสูงตระหง่านของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน บัดนี้ไม่มีมาดความเยือกเย็นหรือความดุดันน่าเกรงขามเหลืออยู่เลย เสื้อเชิ้ตสีเข้มยับยู่ยี่และเปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันจากเหตุการณ์ระเบิดระทึกขวัญเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน คือเครื่องยืนยันว่าเขาเพิ่งผ่านสมรภูมิความเป็นความตายมาหมาดๆ แต่สิ่งที่ยับเยินยิ่งกว่าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย กลับเป็นหัวใจข้างในอกของเขาต่างหาก
ดวงตาคมกริบที่เคยใช้กดดันคู่แข่งทางธุรกิจจนมุมมานักต่อนัก บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยความเปราะบางที่ไม่มีใครเคยเห็น
"พิม..."
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เมื่อเรียวปากซีดเซียวของภรรยาตัวแสบเริ่มขยับ และเปลือกตาที่ปิดสนิทมาตลอดหลายชั่วโมงค่อยๆ ปรือขึ้นช้าๆ
พิมรดากะพริบตาถี่เพื่อปรับโฟกัส ภาพแรกที่ปรากฏในคลองสายตาไม่ใช่เพดานสีขาวโพลนของโรงพยาบาล แต่เป็นใบหน้าอันหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยคราบหยาดน้ำตาและรอยขีดข่วนของสามีผู้ทรงอิทธิพล เธอเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้า ความหวาดกลัว และความรักมหาศาลที่ล้นทะลักออกมาจากดวงคู่นั้น จนหัวใจดวงน้อยที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตมากระตุกวาบด้วยความตื้นตัน
"เฮีย..." เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกชื่อเขาเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ
ยังไม่ทันที่พิมรดาจะได้พูดอะไรต่อ ร่างสูงใหญ่ของภาคินก็โถมเข้าสวมกอดเตร35ร่างกายบอบบางของเธอไว้แน่นสนิท ราวกับกลัวเหลือเกินว่าหากเขาปล่อยมือแม้แต่นินทาเดียว ภาพตรงหน้าจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุ อ้อมกอดนั้นหนักแน่น ร้อนผ่าว และสั่นเทาเล็กน้อยในคราเดียวกัน มันคืออ้อมกอดที่กักเก็บความรู้สึกนับล้านเอาไว้ ทั้งความโล่งใจ ความโกรธแค้นต่อศัตรู และความรักที่ลึกซึ้งจนเกินกว่าจะหาคำบรรยายใดมานิยาม
พิมรดารู้สึกได้ถึงแรงสะท้านเบาๆ ที่แผ่นหลังกว้างของสามี เธอจึงค่อยๆ ยกเรียวแขนที่ยังมีสายน้ำเกลือระโยงระยางขึ้นโอบกอดรอบลำคอแกร่งของเขาไว้เช่นกัน ใบหน้าเนียนซบลงกับลาดไหล่กว้างที่เคยเป็นที่พักพิงให้เธอเสมอมา กลิ่นกายคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายความตายที่เพิ่งเฉียดผ่าน ทำให้ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"เฮียอยู่นี่แล้ว... เฮียขอโทษ พิมรดา เฮียขอโทษที่ปกป้องหนูได้ไม่ดีพอ"
เสียงกระซิบพร่าเลือนของภาคินเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง เขากดริมฝีปากจูบลงบนขมับบางซ้ำๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับเธอนั้นบอบบางเสียยิ่งกว่าแก้วเจียระไน อ้อมกอดนี้ผ่านการทดสอบจากเปลวเพลิง ความโลภของคนสารเลวอย่างกรณ์ และแผนการชั่วช้าของคุณนายรสรินมาแล้วอย่างโชกโชน แต่มันกลับยิ่งทำให้สายใยระหว่างพวกเขาร้อยรัดเข้าหากันแน่นหนาจนไม่มีวันมีสิ่งใดมาตัดขาดได้
"ไม่ใช่ความผิดของเฮียสักหน่อย..." พิมรดาแย้มยิ้มทั้งน้ำตา มือเรียูลูบเส้นผมหนาของสามีอย่างปลอบประโลม "เราผ่านมาด้วยกันแล้วนี่คะ... ดูสิ พิมยังอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย"
คำพูดติดตลกเล็กๆ น้อยๆ ในสถานการณ์ตึงเครียดทำให้ภาคินหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เขาผละใบหน้าออกเล็กน้อยเพื่อจ้องมองดวงหน้าหวานที่แม้จะซีดเซียวแต่ก็ยังคงความดื้อรั้นและเปล่งประกายในแบบฉบับของเธอ นิ้วแกร่งเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สายตานั้นเต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไร้ขีดจำกัด ชนิดที่ต่อให้ใครหน้าไหนเอาสมบัติทั้งคลังมาแลก เขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยผู้หญิงคนนี้หลุดมือไปเด็ดขาด
"ถ้าหนูเป็นอะไรไป เฮียคงเผาเมืองนี้ทิ้งจริงๆ ด้วย..."
น้ำเสียงจริงจังที่เจือแววเอาแต่ใจเล็กน้อยทำให้พิมรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ถึงเขาจะเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งประเทศต้องเกรงกลัว แต่ในมุมมองของเธอ ภาคินก็เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมลดทิฐิและทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อปกป้องผู้หญิงที่สังคมเคยมองว่าเป็นแค่ "เมียแต่งนอกสายตา" เท่านั้น
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและหยาดน้ำตาแห่งความสุข เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาทำลายความเงียบสงบอย่างเสียมารยาท
ก๊อก ก๊อก!
พิมรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ ขณะที่ประกายตาของภาคินแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงโดยไม่ต้องรอให้เจ้าตัวเอ่ยปาก ดวงตาคมกริบที่เพิ่งฉายแววอ่อนโยนเมื่อครู่ กลับกลายเป็นคมมีดกรีดแทงที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามกล้าเข้ามาขัดจังหวะเวลาความเป็นส่วนตัวของเขากับภรรยา
ประตูห้องพักถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างของคุณนายรสริน แม่สามีจอมปลอมผู้เคยเชิดหน้าชูตาและเหยียดหยามพิมรดามาโดยตลอด ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากระวนกระวายและไร้ซึ่งความสง่างามดังเช่นเคย ด้านหลังของเธอยังมีกรณ์ แฟนเก่าจอมโลภที่เนื้อตัวมอมแมมและใบหน้าซีดเผือดเดินตามเข้ามาด้วยท่าทางหวาดกลัวราวกับลูกนกตกน้ำ
ภาพของสองแม่ลูกตระกูลใหญ่ที่เคยเหยียบย่ำชีวิตคนอื่น บัดนี้กลายเป็นสุนัขจนตรอกที่ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่
"ตาคิน! ลูกปลอดภัยใช่ไหม แม่เป็นห่วงแทบแย่..." คุณนายรสรินรีบพุ่งเข้ามาทำทีเป็นโอบกอดลูกชาย แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเธอจะแตะโดนตัวภาคิน เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็ดังขึ้นตัดรอนราวกับอสุนีบาต
"ถอยออกไป"
คำพูดสั้นๆ แต่เฉียบขาดราวกับคมมีด ทำให้คุณนายรสรินชะงักกึก สีหน้าของผู้ดีเก่าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและรังสีความเกลียดชังระดับสูงสุด
"คิน... ลูกพูดกับแม่แบบนี้ได้ยังไง? นังเด็กนี่ต่างหากที่เป็นตัวซวย พาความฉิบหายมาให้ตระกูลเรา!" คุณนายรสรินชี้หน้าพิมรดาด้วยความโกรธแค้นที่ยังหลงเหลืออยู่ แม้ตัวเองจะจนตรอกแล้วก็ตาม "ถ้าไม่มีมัน เรื่องวุ่นวายพวกนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น! ลูกต้องหย่ากับมันเดี๋ยวนี้!"
พิมรดายังคงนั่งพิงหมอนด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเหนือกว่า เมื่อเห็นความดิ้นรนครั้งสุดท้ายของคนตกอับ
ภาคินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสบตากับมารดาผู้ให้กำเนิดด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความอาทรใดๆหลงเหลืออยู่ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนเรียวปากหยักลึกที่น่ากลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว
"หย่าเหรอครับคุณแม่?" ภาคินก้าวเท้าเดินเข้าไปหาคุณนายรสรินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังกรูด "คนที่ต้องออกไปจากชีวิตผมและพิม ไม่ใช่ภรรยาของผม... แต่เป็นพวกคุณสองคนต่างหาก"
กรณ์ที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังทนไม่ไหวอีกต่อไป เขารีบก้าวออกมาร้องขอความเห็นใจ ทั้งที่เนื้อตัวสั่นเทา
"เฮียคินครับ! ฟังผมก่อน ผมกับพิมเคย... อึก!"
ยังไม่ทันที่กรณ์จะพูดจบประโยค หมัดหนักๆ ของภาคินก็ซัดเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มจอมโลภเต็มแรง จนร่างของกรณ์กระเด็นล้มคว่ำไปกองกับพื้นโรงพยาบาล เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากทันที
ภาคินปัดมือตัวเองเบาๆ ราวกับเพิ่งสัมผัสสิ่งสกปรก ก่อนจะก้มลงมองกรณ์และคุณนายรสรินที่ทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้นด้วยสายตาราวกับพญามัจจุราช
"จำคำของฉันเอาไว้ให้ดี..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเน้นทีละคำอย่างชัดเจน "ภายในหนาทีกรุณานี้ ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลพวกแกจะถูกอายัด... และไม่มีธนาคารไหนในประเทศนี้กล้าปล่อยกู้ให้พวกแกแม้แต่บาทเดียว"
คุณนายรสรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หูอื้อตาลายจนแทบยืนไม่อยู่ เมื่อตระหนักได้ว่าอำนาจทั้งหมดที่เธอเคยภาคภูมิใจ ได้ถูกพังทลายลงด้วยน้ำมือของลูกชายแท้ๆ เพื่อปกป้องผู้หญิงที่เธอเคยเหยียดหยาม
ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังแผ่ ภาคินก็หันกลับมามองพิมรดาที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเป็นประกาย ความดุดันน่ากลัวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอ่อนโยนและรอยยิ้มคลั่งรักที่มอบให้เธอคนเดียว
เขากลับมานั่งลงข้างเตียงผู้ป่วย เอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมืออย่างทะนุถนอม ราวกับรอบตัวไม่มีคนอื่นอยู่อีกต่อไป
"พิมอยากให้พวกมันชดใช้ยังไงต่อดีล่ะครับ... เมียรักของเฮีย?" ภาคินกระซิบถามด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานที่ละลายใจคนฟัง
พิมรดาแย้มยิ้มกว้าง ดวงตาสุกใสเป็นประกายซุกซน เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่ทำให้สองแม่ลูกต้องดิ้นรนยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น... แต่ทว่า จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของภาคินก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
*ติ๊ง!*
ภาคินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ เขากดเปิดหน้าจอเพื่อหวังจะปิดมัน แต่ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนหน้าจอ ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรกในรอบวัน ร่างสูงชะงักค้างไปชั่วขณะเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง และเนื้อหาความลับระดับชาติที่ถูกส่งตรงเข้ามาในเวลาแบบนี้!
---
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่คอยสนับสนุนและเดินทางร่วมกับ "เค้กวานิลลา" มาจนถึงบทนี้เสมอนะคะ!
เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 26
อ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุด
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งนอกสายตาของท่านประธานคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!