โต๊ะประชุมไม้โอ๊กตัวยาวสั่นสะเทือนเบาๆ จากแรงกระแทกของปลายนิ้วเรียวยาวที่จิ้มลงบนหน้าจอแท็บเล็ตติดต่อกันสามครั้ง
“ถ้าคุณธามยังยึดติดกับขั้นตอนการอนุมัติแบบไดโนเสาร์เต่าล้านปี โปรเจกต์นี้คงได้คลอดตอนเราอายุแปดสิบพอดีครับ”
เสียงหวานใสแต่เจือกระแสประชดประชันดังขึ้นทันที พร้อมกับร่างบางในชุดสูทสีเบจที่กอดอกมองตรงมาด้วยสายตาคมกริบ รินเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงความไม่ยอมจำนนต่อสถานการณ์ตรงหน้า แม้ว่าภายในใจจะแอบลุ้นระทึกกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ฝั่งตรงข้าม
ธามหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับคลื่นความกดอากาศต่ำ ส่วนรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา บรรยากาศในห้องประชุม V.I.P. ของบริษัทอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปี เจ้าของตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและเกลียดความผิดพลาดเข้ากระดูกดำ ขยับแว่นสายตาเลนส์กรองแสงขึ้นเล็กน้อยเพื่อสะกดกลั้นความหงุดหงิด เขากวาดสายตามองเอกสารข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยสีสันแสบตาของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกเหมือนมีหนามยอกอก
“ไดโนเสาร์เหรอครับคุณริน” ธามทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างเยือกเย็น “แต่โครงสร้าง ‘ไดโนเสาร์’ ของผมเนี่ยแหละครับ ที่ทำให้บริษัทรอดพ้นจากการขาดทุนหลักสิบionมาแล้ว ไม่ใช่ไอเดียเพ้อเจ้อที่คิดจะทำอะไรก็ทำโดยไม่สนกฎเกณฑ์แบบที่คุณชอบทำหรอกนะ”
“มันไม่ใช่ความเพ้อเจ้อครับ แต่มันคือวิสัยทัศน์!” รินดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ฝ่ามือบางยันลงกับพื้นโต๊ะเพื่อโน้มตัวเข้าไปหาอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ “โลกมันหมุนไปถึงไหนแล้วคุณธาม ลูกค้าเขาไม่ได้อยากดูเอกสาร Excel เจ็ดสิบลำดับขั้นหรอกครับ เขากำลังมองหาความสดใหม่ ความว้าว! และความเรียลต่างหากที่คุณทำเป็นมองไม่เห็น”
“ผมมองเห็นครับ…” ธามเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาสีนิลคู่คมฉายแวววาววับจนคนมองต้องชะงัก “...และสิ่งที่ผมเห็นชัดเจนที่สุดในตอนนี้ คือครีเอทีฟหัวรั้นที่กำลังใช้อารมณ์นำเหตุผล และพยายามจะพังทุกอย่างที่ผมอุตส่าห์สร้างมาด้วยความยากลำบาก”
สายตาที่พวกเขาส่งให้กันในวินาทีนั้นร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวไฟ รินรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธปนความอึดอัดบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยจนเดาใจไม่ออกในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ท้าทายสัญชาตญาณดิบของเธออย่างร้ายกาจ
“ถ้าคุณคิดว่าผลงานของผมมันแย่ขนาดนั้น ทำไมคุณถึงไม่เซ็นอนุมัติแล้วปล่อยให้มันพิสูจน์ตัวเองล่ะครับ หรือว่ากลัว… กลัวว่าไอเดียของคน ‘นอกกรอบ’ อย่างผม มันจะเวิร์กจนทำให้แผนงานสุดเป๊ะของคุณกลายเป็นแค่กระดาษเศษขยะไปเลย” รินยิ้มมุมปาก ยั่วยุด้วยน้ำเสียงที่ท้าทายขั้นสุด
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากหยักลึกไม่ได้บ่งบอกถึงความขบขันแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
“ความกลัวไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของธามคนนี้หรอกครับคุณริน…” เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ทว่าสง่างาม แรงกดดันจากส่วนสูงและบุคลิกที่เย่อหยิ่งทำให้รินเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ธามก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับกระจกใสของห้องประชุม “แต่ที่ผมต้องเข้มงวด เพราะผมไม่อยากตามเช็ดก้นให้ใครเวลาเกิดความผิดพลาดต่างหากล่ะครับ”
“นี่คุณ!” รินเบิกตากว้างด้วยความโกรธจัดเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นลอยเข้ามาแตะจมูก ทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยกระเจิดกระเจิงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งอย่างยากลำบาก “ถอยไปห่างๆ เลยนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาดูถูกกันแบบนี้!”
“ผมไม่ได้ดูถูกครับ ผมแค่วิจารณ์ตามเนื้อผ้า…” ธามก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มพร่าต่ำจนชวนให้ขนลุกซู่ “...แต่ถ้าคุณอยากพิสูจน์นักว่างานของคุณมันดีจริง งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะครับ”
“เดิมพันอะไร?” รินหันขวับมามอง จนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันโดยบังเอิญ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวราวดรัมมิ่งในคอนเสิร์ต ร่างสูงตรงหน้าช่างอันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจเสียเหลือเกิน
“ถ้าโปรเจกต์นี้ทำยอดขายไม่ถึงเป้าที่คุณโม้เอาไว้ คุณต้องมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว คอยทำตามคำสั่งผมทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้เป็นเวลาสามเดือนเต็ม…” ธามเว้นจังหวะ สายตาสอดประสานเข้ากับนัยน์ตากลมโตที่กำลังไหวระริก “...แต่ถ้าคุณชนะ ผมจะยอมรับฟังไอเดียของคุณทุกโปรเจกต์โดยไม่มีข้อแม้ และ… ยอมทำตามใจคุณหนึ่งอย่าง ว่าไงล่ะครับ กล้ารับคำท้าไหม ครีเอทีฟคนเก่ง”
รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความตึงเครียดและแรงดึงดูดประหลาด แม้จะรู้ว่าเดิมพันนี้เสี่ยงมากแค่ไหน แต่ศักดิ์ศรีและเลือดนักสู้ในตัวก็ไม่ยอมให้เธอถอยหลังเด็ดขาด
“ก็ได้ครับ!” รินเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ยื่นมือเรียวออกไปตรงหน้า “รับคำท้า! อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกันนะคุณธาม”
ธามยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขายื่นมือหนาออกมาเพื่อจะจับมือรับคำท้าตามกติกา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปรดของ ‘นนท์’ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากและแฟ้มเอกสารในมือ
“ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะเวลาน่ารักๆ ของพวกคุณ…” นนท์กวาดสายตามองคนทั้งสองที่ยืนชิดกันเกินความจำเป็นด้วยแววตารู้ทัน “แต่พอดีผมได้ยินข่าววงในมาว่า โปรเจกต์เรือธงชิ้นนี้กำลังจะล่มเพราะความเห็นไม่ตรงกันของหัวหน้าแผนกวางแผนกับครีเอทีฟตัวจี๊ด… ผมเลยหวังดี เอา ‘ทางออก’ ที่ดีกว่ามาเสนอให้บริษัทพิจารณาครับ”
ธามชักมือกลับทันที รังสีอำมหิตที่เคยปล่อยใส่รินเมื่อครู่ถูกเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ผู้มาใหม่ในชั่วพริบตา ดวงตาสีนิลหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวัง ขณะที่รินขมวดคิ้วแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความชั่วร้ายที่ลอยมากับตัวป่วนรายนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับเคมีสุดเดือดของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับวันวุ่นๆ ของนักวางแผน•ตอนที่ 2
คนหนึ่งเนี้ยบ อีกคนเน้นฮา
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับวันวุ่นๆ ของนักวางแผน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
