กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย•ตอนที่ 6

แผนร้ายรอบสองของญาติจอมปล้น

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงทุบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามบนเคาน์เตอร์สั่นสะเทือน น้ำชาสีอำพันกระฉอกเปื้อนผ้ากันเปื้อนผ้าฝ้ายสีครามของเหมยหลิงเล็กน้อย แต่หญิงสาวหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ เหมยหลิงยังคงนิ่งสงบ เธอวางผ้าเช็ดมือลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทั้งสามคนที่ยืนหน้าตาถมึงทึงอยู่กลางร้านน้ำชาโบราณท้ายซอย "ซูเจิน ป้าหมดมุกจะมาไถเงินฉันแบบเดิมแล้วหรือ ถึงได้ไปเที่ยวจ้างอันธพาลข้างถนนมาเดินกาลกิณีที่ร้านฉันแบบนี้" ส้มตำหรือยำรสแซ่บอะไรก็ไม่จี๊ดจ๊าดเท่าคำพูดเชือดเฉือนที่หลุดจากเรียวปากอิ่มของเหมยหลิงในเวลานี้ ป้าซูเจินที่ยืนเท้าสะเอวหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจากการโดนหักหน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างน่าเกลียด "นังหลานอกตัญญู! แกอย่ามาปากดีนะ วันนี้ฉันไม่ได้มามือเปล่า สามคนนี้คือคนของ 'กลุ่มพยัคฆ์บูรพา' ถ้าแกไม่อยากให้ร้านพังพินาศและไม่มีที่ซุกหัวนอน จงส่งโฉนดที่ดินร้านนี้และเงินสดเก็บสะสมของแกมาซะดีๆ!" ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าตั้งแต่กกหู1ลงมาถึงมุมปาก ยิ้มเยาะอย่างน่ากลัว มันควักมีดพกเล่มยาวออกมาควงเล่นในมือ แสงไฟนีออนสลัวๆ ในร้านสะท้อนกับคมมีดวับวาวจนน่าหวatเสียว "ว่าไงแม่สาวน้อย ป้าของแกติดหนี้การพนันพวกเราก้อนโต ถ้าไม่อยากให้หน้าตาหวานๆ ของแกมีรอยแผลเป็น ก็เซ็นโฉนดแล้วจ่ายเงินมาซะ หรือไม่... ก็เอาตัวไปขัดดอกแทนเงินสด" บรรยากาศในร้านกดดันจนแทบหยุดหายใจ กลิ่นอายของความรุนแรงคุกรุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมยหลิงถอนหายใจเบาๆ เธอมองชายฉกรรจ์เหล่านั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า "พวกคุณคงไม่รู้สินะครับว่า..." เสียงทุบทุ้มเย็นยะเยือกดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณประตูหลังร้าน สารวัตรจ้าวหานก้าวเท้าออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับทรงพลังและสร้างความกดดันให้แก๊งนักเลงจนต้องถอยหลังไปคนละก้าว เครื่องแบบตำรวจร้อยตำรวจเอกที่รีดเรียบกริบ ปืนพกสั้นประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอว และแววตาคมกริบดุจพญาอินทรีที่จ้องเหยื่อ ทำให้พวกนักเลงหน้าถอดสีทันที "วะ...  ว่าอะไรวะ มึงเป็นใคร อย่ามาเสือกเรื่องครอบครัวคนอื่นนะเว้ย!" หัวหน้านักเลงพยายามกวาดตามองความยิ่งใหญ่กลบเกลื่อนความกลัว จ้าวหานไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่เดินตรงเข้าไปหาเหมยหลิง เอื้อมมือหนาโอบไหล่บางของภรรยาเข้ามาแนบชิดอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมทั้งใช้สายตาดุจคมดาบกวาดมองหน้าอันธพาลทีละคน "ผมเป็นสามีของเธอ... และพื้นที่รัศมีสิบเมตรตรงนี้ อยู่ในเขตอำนาจการดูแลพิเศษของผม" ป้าซูเจินหน้าซีดเผือด รีบโวยวายกลบเกลื่อน "สารวัตรจ้าว! คุณจะใช้อำนาจมิชอบไม่ได้นะ นังนี่มันเนรคุณพวกเรา เป็นญาติกันแต่ไม่ยอมช่วยเหลือครอบครัว!" "ญาติ?" จ้าวหานแค่นหัวเราะเสียงต่ำ "ญาติที่ไหนเขาพานักเลงมาขู่กรรโชกทรัพย์ภรรยาผม ข้อหาบุกรุก ข่มขู่ และพกพาอาวุธในที่สาธารณะ... อาเฉิง!" สิ้นเสียงคำสั่ง อาเฉิงลูกน้องคนสนิทก็พังประตูหน้าร้านเข้ามาพร้อมกับกำลังตำรวจสายตรวจในเครื่องแบบอีกสนาย บล็อกตัวแก๊งนักเลงทั้งสามคนกดลงกับพื้นอย่างไร้ทางสู้ เสียงร้องโอดครวญดังระงมไปทั่วร้านน้ำชาโบราณ ป้าซูเจินหน้าซีดเผือดขาอ่อนแรงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที เหมยหลิงมองภาพนั้นด้วยความสะใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองสามีหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความซาบซึ้งใจ เธอรู้ดีว่าจ้าวหานมักจะจัดการทุกปัญหาให้เธอเสมอโดยที่เธอแทบไม่ต้องออกแรง "เหนื่อยไหมครับคนดี" จ้าวหานก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนายกขึ้นลูบผมบางอย่างทะนุถนอม "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ ใครที่กล้ารังแกคุณ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้มันอยู่อย่างมีความสุขแน่" แม้เหตุการณ์วุ่นวายจะสงบลงแล้ว แต่กลิ่นอายความตึงเครียดยังคงหลงเหลืออยู่ เหมยหลิงจึงตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศ เธอหมุนตัวเดินเข้าครัวหลังร้านเพื่อเตรียมเมนูพิเศษดับความเดือดดาลของสามีและปลอบขวัญตัวเอง กลิ่นหอมกรุ่นของ 'ซุปกระดูกหมูตุ๋นครึ่งวัน' ผสมผสานกับเครื่องเทศจีนโบราณอย่างโป๊ยกั๊กอบเชย และพริกไทยขาวเม็ดโตลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ เหมยหลิงกำลังบรรจงเคี่ยวบะหมี่เส้นสดทำมือที่เหนียวนุ่มกำลังดีในน้ำซุปเข้มข้น โรยหน้าด้วยเนื้อหมูตุ๋นเปื่อยนุ่มละลายในปาก และต้นหอมซอยกรุบกรอบ ควันสีขาวลอยกรุ่นส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสอไปทั่วทั้งบ้านท้ายซอย จ้าวหานเดินตามเข้ามาในครัว สวมกอดภรรยาจากด้านหลังเอาคางเกยไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากตัวเธอสลับกับกลิ่นอาหาร "หอมจังเลยครับ เมนูอะไรเนี่ย" "บะหมี่ตุ๋นยาจีนสูตรพิเศษค่ะ... อ๊ะ! ผมสิคะ" เหมยหลิงอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคย แต่จ้าวหานกลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "ไม่เป็นไรครับ คุณจะเรียกผมว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะยังไงผมก็หลงเสน่ห์คุณจนโงหัวไม่ขึ้นอยู่แล้ว" ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันอบอุ่นและกลิ่นหอมเย้ายวนของชามบะหมี่ตรงหน้า เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เหมยหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ส่วนจ้าวหานหันขวับไปมองที่ประตูหน้าทันทีด้วยสัญชาตญาณมือปราบ เมื่อเดินไปเปิดประตู ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือบุรุษปริศนาในชุดสูทสีดำสนิท สวมหมวกปีกกว้างบังใบหน้าครึ่งซีก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ แปะตราประทับลับสุดยอดของกรมตำรวจหลวง บุรุษปริศนาคนนั้นส่งยิ้มเย็นเยียบให้จ้าวหาน ก่อนจะยื่นซองเอกสารให้แล้วเอ่ยเสียงกระซิบที่ทำให้เลือดในกายของสารวัตรหนุ่มเย็นเฉียบ "สารวัตรจ้าวครับ... คดีที่ท่านกำลังตามสืบเรื่อง 'ขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุ' เมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้... รายชื่อผู้มีอิทธิพลตัวจริงที่อยู่เบื้องหลัง ปรากฏอยู่ในร้านน้ำชาของภรรยาคุณแล้วครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนผลงานของ “กาแฟโบราณแก้วโต” มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%