เสียงทุบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามบนเคาน์เตอร์สั่นสะเทือน น้ำชาสีอำพันกระฉอกเปื้อนผ้ากันเปื้อนผ้าฝ้ายสีครามของเหมยหลิงเล็กน้อย
แต่หญิงสาวหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ เหมยหลิงยังคงนิ่งสงบ เธอวางผ้าเช็ดมือลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทั้งสามคนที่ยืนหน้าตาถมึงทึงอยู่กลางร้านน้ำชาโบราณท้ายซอย
"ซูเจิน ป้าหมดมุกจะมาไถเงินฉันแบบเดิมแล้วหรือ ถึงได้ไปเที่ยวจ้างอันธพาลข้างถนนมาเดินกาลกิณีที่ร้านฉันแบบนี้" ส้มตำหรือยำรสแซ่บอะไรก็ไม่จี๊ดจ๊าดเท่าคำพูดเชือดเฉือนที่หลุดจากเรียวปากอิ่มของเหมยหลิงในเวลานี้
ป้าซูเจินที่ยืนเท้าสะเอวหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจากการโดนหักหน้าเมื่อสัปดาห์ก่อน แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างน่าเกลียด "นังหลานอกตัญญู! แกอย่ามาปากดีนะ วันนี้ฉันไม่ได้มามือเปล่า สามคนนี้คือคนของ 'กลุ่มพยัคฆ์บูรพา' ถ้าแกไม่อยากให้ร้านพังพินาศและไม่มีที่ซุกหัวนอน จงส่งโฉนดที่ดินร้านนี้และเงินสดเก็บสะสมของแกมาซะดีๆ!"
ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าตั้งแต่กกหู1ลงมาถึงมุมปาก ยิ้มเยาะอย่างน่ากลัว มันควักมีดพกเล่มยาวออกมาควงเล่นในมือ แสงไฟนีออนสลัวๆ ในร้านสะท้อนกับคมมีดวับวาวจนน่าหวatเสียว "ว่าไงแม่สาวน้อย ป้าของแกติดหนี้การพนันพวกเราก้อนโต ถ้าไม่อยากให้หน้าตาหวานๆ ของแกมีรอยแผลเป็น ก็เซ็นโฉนดแล้วจ่ายเงินมาซะ หรือไม่... ก็เอาตัวไปขัดดอกแทนเงินสด"
บรรยากาศในร้านกดดันจนแทบหยุดหายใจ กลิ่นอายของความรุนแรงคุกรุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมยหลิงถอนหายใจเบาๆ เธอมองชายฉกรรจ์เหล่านั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้า
"พวกคุณคงไม่รู้สินะครับว่า..." เสียงทุบทุ้มเย็นยะเยือกดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณประตูหลังร้าน สารวัตรจ้าวหานก้าวเท้าออกมาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับทรงพลังและสร้างความกดดันให้แก๊งนักเลงจนต้องถอยหลังไปคนละก้าว เครื่องแบบตำรวจร้อยตำรวจเอกที่รีดเรียบกริบ ปืนพกสั้นประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอว และแววตาคมกริบดุจพญาอินทรีที่จ้องเหยื่อ ทำให้พวกนักเลงหน้าถอดสีทันที
"วะ... ว่าอะไรวะ มึงเป็นใคร อย่ามาเสือกเรื่องครอบครัวคนอื่นนะเว้ย!" หัวหน้านักเลงพยายามกวาดตามองความยิ่งใหญ่กลบเกลื่อนความกลัว
จ้าวหานไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่เดินตรงเข้าไปหาเหมยหลิง เอื้อมมือหนาโอบไหล่บางของภรรยาเข้ามาแนบชิดอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมทั้งใช้สายตาดุจคมดาบกวาดมองหน้าอันธพาลทีละคน "ผมเป็นสามีของเธอ... และพื้นที่รัศมีสิบเมตรตรงนี้ อยู่ในเขตอำนาจการดูแลพิเศษของผม"
ป้าซูเจินหน้าซีดเผือด รีบโวยวายกลบเกลื่อน "สารวัตรจ้าว! คุณจะใช้อำนาจมิชอบไม่ได้นะ นังนี่มันเนรคุณพวกเรา เป็นญาติกันแต่ไม่ยอมช่วยเหลือครอบครัว!"
"ญาติ?" จ้าวหานแค่นหัวเราะเสียงต่ำ "ญาติที่ไหนเขาพานักเลงมาขู่กรรโชกทรัพย์ภรรยาผม ข้อหาบุกรุก ข่มขู่ และพกพาอาวุธในที่สาธารณะ... อาเฉิง!"
สิ้นเสียงคำสั่ง อาเฉิงลูกน้องคนสนิทก็พังประตูหน้าร้านเข้ามาพร้อมกับกำลังตำรวจสายตรวจในเครื่องแบบอีกสนาย บล็อกตัวแก๊งนักเลงทั้งสามคนกดลงกับพื้นอย่างไร้ทางสู้ เสียงร้องโอดครวญดังระงมไปทั่วร้านน้ำชาโบราณ ป้าซูเจินหน้าซีดเผือดขาอ่อนแรงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที
เหมยหลิงมองภาพนั้นด้วยความสะใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองสามีหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความซาบซึ้งใจ เธอรู้ดีว่าจ้าวหานมักจะจัดการทุกปัญหาให้เธอเสมอโดยที่เธอแทบไม่ต้องออกแรง
"เหนื่อยไหมครับคนดี" จ้าวหานก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนายกขึ้นลูบผมบางอย่างทะนุถนอม "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ ใครที่กล้ารังแกคุณ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้มันอยู่อย่างมีความสุขแน่"
แม้เหตุการณ์วุ่นวายจะสงบลงแล้ว แต่กลิ่นอายความตึงเครียดยังคงหลงเหลืออยู่ เหมยหลิงจึงตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศ เธอหมุนตัวเดินเข้าครัวหลังร้านเพื่อเตรียมเมนูพิเศษดับความเดือดดาลของสามีและปลอบขวัญตัวเอง
กลิ่นหอมกรุ่นของ 'ซุปกระดูกหมูตุ๋นครึ่งวัน' ผสมผสานกับเครื่องเทศจีนโบราณอย่างโป๊ยกั๊กอบเชย และพริกไทยขาวเม็ดโตลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ เหมยหลิงกำลังบรรจงเคี่ยวบะหมี่เส้นสดทำมือที่เหนียวนุ่มกำลังดีในน้ำซุปเข้มข้น โรยหน้าด้วยเนื้อหมูตุ๋นเปื่อยนุ่มละลายในปาก และต้นหอมซอยกรุบกรอบ ควันสีขาวลอยกรุ่นส่งกลิ่นเย้ายวนชวนน้ำลายสอไปทั่วทั้งบ้านท้ายซอย
จ้าวหานเดินตามเข้ามาในครัว สวมกอดภรรยาจากด้านหลังเอาคางเกยไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากตัวเธอสลับกับกลิ่นอาหาร "หอมจังเลยครับ เมนูอะไรเนี่ย"
"บะหมี่ตุ๋นยาจีนสูตรพิเศษค่ะ... อ๊ะ! ผมสิคะ" เหมยหลิงอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคย แต่จ้าวหานกลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี
"ไม่เป็นไรครับ คุณจะเรียกผมว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะยังไงผมก็หลงเสน่ห์คุณจนโงหัวไม่ขึ้นอยู่แล้ว"
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันอบอุ่นและกลิ่นหอมเย้ายวนของชามบะหมี่ตรงหน้า เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เหมยหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ส่วนจ้าวหานหันขวับไปมองที่ประตูหน้าทันทีด้วยสัญชาตญาณมือปราบ
เมื่อเดินไปเปิดประตู ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือบุรุษปริศนาในชุดสูทสีดำสนิท สวมหมวกปีกกว้างบังใบหน้าครึ่งซีก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ แปะตราประทับลับสุดยอดของกรมตำรวจหลวง
บุรุษปริศนาคนนั้นส่งยิ้มเย็นเยียบให้จ้าวหาน ก่อนจะยื่นซองเอกสารให้แล้วเอ่ยเสียงกระซิบที่ทำให้เลือดในกายของสารวัตรหนุ่มเย็นเฉียบ
"สารวัตรจ้าวครับ... คดีที่ท่านกำลังตามสืบเรื่อง 'ขบวนการลักลอบค้าโบราณวัตถุ' เมื่อสิบปีก่อน ตอนนี้... รายชื่อผู้มีอิทธิพลตัวจริงที่อยู่เบื้องหลัง ปรากฏอยู่ในร้านน้ำชาของภรรยาคุณแล้วครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนผลงานของ “กาแฟโบราณแก้วโต” มาโดยตลอดนะครับ
กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย•ตอนที่ 6
แผนร้ายรอบสองของญาติจอมปล้น
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!