กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย•ตอนที่ 7

เครื่องแบบตำรวจกับกระทะเหล็ก

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"บอกพวกมันไป ว่าถ้ายังกล้าเอาตีนสกปรกๆ เข้ามาเหยียบธรณีประตูร้านน้ำชาของฉันอีกครั้งละก็..." เหมยหลิงตวัดสายตาคมกริบมองเศษขวดแตกบนพื้น ก่อนจะแค่นั้นเสียงในลำคออย่างเยียบเย็น "ฉันไม่ได้แค่สาดน้ำร้อนใส่หน้าแน่" บรรยากาศภายในร้านน้ำชาโบราณยามบ่ายคล้อยตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตึงเครียด ร่องรอยการพัง ข้าวของกระจัดกระจายจากการอาละวาดของอันธพาลท้องถิ่นที่ป้าซูเจินจ้างวานมาป่วนยังคงฟ้องชัดเจน หญิงสาวยืนนิ่งอยู่กลางกองซากความเสียหาย สองมือเรียวประสานกันไว้ที่หน้าท้อง ทว่าแววตากลับไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดุดันของนักสู้ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ป้าซูเจินที่แอบยืนมองเหตุการณ์อยู่ไกลๆ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางไม่คิดว่านังเด็กต่างถิ่นคนนี้จะใจเด็ดถึงเพียงนี้ ถึงขนาดใช้ไม้หน้าสามไล่ตีอันธพาลตัวใหญ่จนวิ่งหางจุกตูดหนีแทบไม่ทัน แต่ความสงบสุขหลังพายุผ่านพ้นไปได้ไม่นาน เสียงเครื่องยนต์รถจี๊ปสีเขียวมะกอกคุ้นตาแล่นมาจอดสนิทที่หน้าร้าน ประตูรถถูกผลักเปิดออกอย่างแข็งกร้าว สารวัตรจ้าวหานก้าวลงมาด้วยชุดเครื่องแบบนายตำรวจเต็มยศ หมวกแก๊ปปีกแข็งเงาวับขับเน้นใบหน้าคมคายที่ไร้รอยยิ้ม ร่างสูงสง่าในชุดกากีเดินตรงเข้ามาในร้านโดยไม่เอ่ยคำทักทาย ทว่าแรงกดดันมหาศาลรอบตัวเขากลับทำให้ทัศนียภาพรอบด้านเงียบสงบลงในพริบตา อาเฉิง ลูกน้องมือขวาเดินตามหลังมาติดๆ พร้อมกับสมุดบันทึกเล่มหนາในมือ "เกิดอะไรขึ้นที่นี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้น สายตาคมกวาดสำรวจความเสียหายภายในร้านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวระหงของเหมยหลิงที่มีคราบเขม่าดินปืนและฝุ่นผงติดอยู่ตามชายเสื้อ เหมยหลิงถอนหายใจเบาๆ ปัดฝุ่นตามแขนเสื้ออย่างไม่ยี่สหร่ะ "ก็แค่แมลงสาบไม่กี่ตัวที่คิดจะมาแย่งส่วนแบ่งในบ้านคนอื่น... สารวัตรจ้าวว่างมากหรือครับ ถึงได้มาตรวจตราไกลถึงร้านน้ำชาเล็กๆ ท้ายซอยแบบนี้" จ้าวหานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ชอบท่าทางอวดดีที่อีกฝ่ายแสดงออกเพื่อปกปิดความเหนื่อยล้าเลยสักนิด นายตำรวจหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาผสมเหงื่อสาวลอยแตะจมูก "ผมปฏิบัติหน้าที่ และ... มาดูความเรียบร้อยของภรรยาในอนาคต" ประโยคหลังเขาจงใจลดเสียงให้ได้ยินกันเพียงสองคน ทว่ากลับทำเอาใบหน้าเนียนของเหมยหลิงร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างห้ามไม่อยู่ "ใครเป็นภรรยาคุณกัน ห้ามพูดจาเลอะเทอะแถวนี้เด็ดขาด" เหมยหลิงค้อนขวับ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว "ถ้าคุณมาเพื่อสอบปากคำ เชิญทางนี้ครับ แต่ถ้ามาเพื่อพูดจาเหลาะแหละ เชิญออกหน้าร้านไปเลย" จ้าวหานไม่ถือสาคำพูดตัดรอน เขาหันไปพยักให้อาเฉิงทันที อาเฉิงรับคำสั่งแล้วก้าวออกไปจัดการบางอย่างด้วยความรวดเร็ว สารวัตรหนุ่มจึงหันกลับมามองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้น "พวกมันจะไม่กล้ามาเหยียบที่นี่อีก... ผมจัดการ 'เคลียร์' ทางสะอาดให้เรียบร้อยแล้ว" "เคลียร์? คุณทำอะไรพวกมัน" เหมยหลิงหรี่ตามองอย่างระแวง "แค่ส่งตัวหัวหน้าแก๊ปไปค่ายทหารฝึกวินัยสักสามเดือน ส่วนลูกน้องกระจายไปเฝ้าชายแดนใต้ คงไม่มีเวลาว่างมาเดินกร่างไถเงินใครอีกนาน" จ้าวหานพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับเรื่องที่ทำเป็นเพียงการปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า "ส่วนป้าซูเจิน... ผมให้อาเฉิงเอาหมายเรียกข้อหาก่อกวนความสงบและกรรโชกทรัพย์ไปส่งถึงบ้านแล้ว ป่านนี้คงเป็นลมล้มพับไปเรียบร้อย" เหมยหลิงนิ่งงันไปชั่วขณะ นางมองหน้าชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบเต็มยศผู้นี้ ความเด็ดขาดและรวดเร็วในการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอร้อง ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างมาตลอดในการต่อสู้ชีวิตลำพัง เกิดรอยร้าวลึกที่มีความอบอุ่นไหลซึมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายคนนี้... ไม่ได้เป็นเพียงแค่นายตำรวจหนุ่มจอมเผด็จการ แต่เขาลงมือจัดการปัญหาให้เงียบๆ โดยไม่ทวงบุญคุณ "ทำไม... ต้องทำขนาดนี้ด้วย" เหมยหลิงเอ่ยถามเสียงเบาลง ความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความซับซ้อนในแววตาที่มองสบกับเขา จ้าวหานก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนเกือบชิดกรอบโต๊ะทำงาน สายตาคมก้มลงมองสตรีตัวเล็กกว่าที่มักจะมีกำแพงสูงชันกั้นขวางเสมอ "เพราะผมทนเห็นคนเก่งๆ อย่างคุณต้องมาเหนื่อยกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ไม่ได้... เหมยหลิง คนของผม ผมดูแลเอง" คำว่า 'คนของผม' กระแทกเข้ากลางใจหญิงสาวอย่างจัง เหมยหลิงเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกว่าการต้านทานเสน่ห์ของผู้ชายสายเปย์ที่ทั้งหล่อเหลา ทรงอำนาจ และปกป้องนางได้ทุกสถานการณ์เช่นนี้ ช่างเป็นงานที่ยากยิ่งกว่าการยืนผัดหม้อกะทะเหล็กไฟลุกเสียอีก เพื่อทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระส่ำนี้ เหมยหลิงจึงรีบหันหลังกลับไปคว้าผ้ากันเปื้อนมาสวม "ถ้าเคลียร์ปัญหาเสร็จแล้ว ก็เชิญกลับไปได้แล้วครับ ร้านฉันรกแบบนี้ ไม่มีน้ำชาต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองหรอก" "ใครบอกว่าผมจะกลับ" จ้าวหานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "ผมช่วยเคลียร์งานให้คุณครึ่งวัน บ่ายนี้ผมใช้สิทธิ์ 'สามี' สั่งอาหารฝีมือคุณหนึ่งมื้อ... ห้ามปฏิเสธ" ไม่รอให้เหมยหลิงได้อ้าปากปฏิเสธ นายตำรวจหนุ่มก็ถอดหมวกเครื่องแบบวางไว้บนโต๊ะอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะลงมือช่วยหยิบจับกวาดเศษแก้วบนพื้นด้วยความคล่องแคล่วราวกับทำเป็นประจำ เคมีที่ขัดแย้งกันระหว่างชุดเครื่องแบบตำรวจผู้ทรงเกียรติกับภาพนายตำรวจหนุ่มช่วยกวาดพื้นร้านน้ำชาโบราณ ทำเอาเหมยหลิงถึงกับหลุดยิ้มออกมาบางเบาโดยไม่รู้ตัว ผ่านไปไม่นาน กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศและกระเทียมเจียวก็ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว เหมยหลิงจัดการตั้งกระทะเหล็กใบใหญ่จนร้อนจัด เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ดังฉ่าเมื่อนางโยนเนื้อหมูสามชั้นหั่นเต๋าลงไปผัดเคล้ากับน้ำตาลเคี่ยวจนเป็นสีคาราเมลเข้มข้น ก่อนจะตามด้วยรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำโขลกละเอียด และเห็ดหอมแห้งดอกโตที่ตุ๋นจนนุ่ม นี่คือเมนู "หมูพะโล้แห้งสูตรโบราณ" ที่ใช้ไฟแรงเคี่ยวจนน้ำซอสเคลือบเงาวับแนบไปกับเนื้อหมู ยิ่งตักราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงขึ้นหม้อด้วยเตาถ่าน ยิ่งส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนน้ำลายสอไปจนถึงนอกร้าน จ้าวหานที่นั่งรออยู่โต๊ะด้านนอกถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรับกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นั้น ดวงตาคมเข้มฉายแววพึงพอใจอย่างยิ่ง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความหอมกรุ่นของอาหารมื้อพิเศษ ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านหลังร้านก็ดังขึ้นรัวๆ สามครั้งติด พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของอาเฉิงที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "ลูกพี่! นายครับ! แย่แล้วครับ! ทางกองอำนวยการโทรเลขด่วนแจ้งมาว่า... คนจากตระกูลใหญ่ฝั่งเมืองหลวงที่ตามหาตัวคุณหนูเหมยหลิง ข้ามเขตมาถึงหน้าอำเภอเราแล้วครับ!" เหมยหลิงที่กำลังถือตะหลิวผัดอาหารอยู่ถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวหานหายวับไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนผลงานของ “กาแฟโบราณแก้วโต” มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%