กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย•ตอนที่ 8

ข้าวต้มกุ้งแห้งกับรอยยิ้มหายาก

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงกระเบื้องเคลบกระทบกันเบา ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดยามดึก สารวัตรจ้าวหานนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ไม้สักตัวเก่าในมุมมืดของร้านน้ำชา ดวงตาคมกริบมองร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่กำลังงวดยุ่กับการเตรียมมื้อดึกให้เขา เหตุการณ์ชุลมุนเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาเพิ่งจะคลี่คลายลง ป้าซูเจินกับลูกสมุนหน้าเงินกลุ่มนั้นถอยร่นกลับไปพร้อมกับความแค้นเคืองที่ฉายชัดในแววตา หลังจากถูกเหมยหลิงตอกกลับด้วยสัญญาเช่าที่ดินฉบับจริงและวาจาเชือดเฉือนที่ไม่ไว้หน้าใครหน้าไหน ทำให้ตระกูลฝั่งสามีจอมปลอมพวกนั้นต้องหางจุกตูดกลับไปอย่างน่าสมเพช "ดึกดื่นค่อนคืนขนาดนี้แล้ว ร่างกายคุณไม่ใช่เหล็กไหลนะครับสารวัตร" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เหมยหลิงวางหม้อดินขนาดเล็กกลิ่นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เธอไม่ได้หันมามองเขาในทันที แต่ก้มหน้าก้มตาจัดการกับวัตถุดิบตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว ข้าวต้มกุ้งแห้งสูตรโบราณที่เคี่ยวจนเมล็ดข้าวบานเป็นดอกมะลิ ส่งกลิ่นหอมยวนใจของขิงแก่ทุบพอแตกและรากผักชีโขลกละเอียด ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวเก่าคร่ำที่บัดนี้กลับอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา จ้าวหานเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังบางนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นในอก ตลอดชีวิตการเป็นนายตำรวจมือปราบ เขามีแต่ความเย็นชา ความระแวง และคดีความที่ต้องสะสาง ไม่เคยมีใคร ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหน ใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยของชีวิตเขาเช่นนี้มาก่อน "ผมเกรงใจคุณ..." จ้าวหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำตามแบบฉบับชายหนุ่มผู้ไม่ค่อยพูดจาหวานเลี่ยน แต่แววตาที่มองตามร่างบางนั้นกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "เกรงใจอะไรกันครับ? คนเราถ้าท้องไม่อิ่ม จะเอาแรงที่ไหนไปปกป้องใคร" เหมยหลิงหันกลับมาพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลควันฉุย เธอยื่นมันวางตรงหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใด ๆ ในยุทธจักรนี้ แม้กระทั่งอำนาจของสารวัตรหนุ่มหน้าตายผู้นี้ก็ตาม "อีกอย่าง... นี่คือคำขอบคุณที่วันนี้คุณช่วยยืนยันความถูกต้องให้ร้านน้ำชาของฉันรอดพ้นจากพวกปลิงดูดเลือดพวกนั้น" จ้าวหานก้มมองถ้วยข้าวต้มตรงหน้า เมล็ดข้าวสีขาวเนียนลอยวนอยู่กับกุ้งแห้งตัวโตที่คัดสรรมาอย่างดี โรยด้วยต้นหอมและผักชีซอยละเอียด พร้อมพริกไทยป่นหอมกรุ่นที่ลอยเด่นอยู่ด้านบน น้ำซุปสีใสแต่เคี่ยวจนหวานกลมกล่อมจากกระดูกหมูเคี่ยวข้ามคืน แค่เพียงสูดกลิ่นเข้าไปก็ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันมลายหายไปสิ้น ชายหนุ่มตักข้าวต้มคำแรกเข้าปาก ความร้อนละมุนและความกลมกล่อมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวทำให้เขาชะงักไป รสชาติที่ปราศจากการปรุงแต่งด้วยสารเคมี มีแต่ความใส่ใจและความตั้งใจจริงของผู้ทำ เหมยหลิงยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้ มองปฏิกิริยาของนายตำรวจหนุ่มด้วยความนึกสนุก มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ เมื่อเห็นคนตัวโตทำหน้าเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติอาหาร "เป็นยังไงบ้างครับ? ฝีมือของแม่ค้าบ้านนอกคนนี้ พอจะทำให้สารวัตรผู้เคร่งขรึมเจริญอาหารขึ้นมาได้บ้างไหม" เธอถามหยอกเย้า แววตาสุกใสเป็นประกายท้าทาย จ้าวหานเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวตรงหน้า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... กล้ามเนื้อบริเวณมุมปากของนายตำรวจหนุ่มผู้ไม่เคยยิ้มให้ใครเห็นมานานนับปี ก็ค่อย ๆ ขยับยกขึ้นอย่างช้า ๆ กลายเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่ง แต่มันออกมาจากความรู้สึกอิ่มเอมใจที่ลึกซึ้งจนยากจะบรรยาย เหมยหลิงถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อได้เห็นรอยยิ้มนั้น นายตำรวจหนุ่มหน้าตายยามปกติว่าดูดีจนน่าหมั่นไส้แล้ว แต่พอยิ้มขึ้นมาจริง ๆ กลับมีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองแทบจะลืมหายใจ "อร่อยมากครับ" จ้าวหานเอ่ยเสียงพร่า สายตาที่มองเหมยหลิงเปลี่ยนไปจากเดิม มันเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและหนักแน่นยิ่งกว่าเดิม "อร่อยจน... ผมคิดว่าถ้าได้กินแบบนี้ทุกวัน ชีวิตราชการของผมคงมีสีสันขึ้นเยอะ" "ปากหวานเสียจริงนะครับสารวัตร ระวังเถอะ... ถ้าฉันผูกขาดทำอาหารให้คุณกินทุกวันจนติดใจ แล้ววันหนึ่งเกิดเบื่อขึ้นมา คุณจะไม่เหลือที่พึ่งทางกระเพาะอาหารเลยนะ" เหมยหลิงแสร้งทำเป็นพูดจาหยอกล้อเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "ไม่มีทางเบื่อหรอกครับ" จ้าวหานตอบกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนน่าตกใจ "เพราะคนอย่าง จ้าวหาน ถ้าตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองแล้ว จะไม่มีวันปล่อยให้มันหลุดมือไปเด็ดขาด" บรรยากาศภายในร้านน้ำชาโบราณยามดึกสงัดอบอวลไปด้วยความหวานชื่นที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการจับพลัดจับผลู บัดนี้กลับถูกถักทอด้วยรสชาติของอาหารและความเข้าใจอันลึกซึ้ง ทว่า... ความสุขมักอยู่ได้ไม่นานนัก ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นรัวเร็วและรุนแรงทำลายบรรยากาศอันแสนหวานในทันที ตามมาด้วยเสียงทุบประตูโครมใหญ่จนบานไม้เก่า ๆ สั่นสะเทือน จ้าวหานวางช้อนในมือลงทันที ดวงตาคมกริบกลับมาคมปราบและเย็นชาดังเดิมในพริบตา รัศมีคุกคามแผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง เหมยหลิงขมวดคิ้วมุ่น เดินไปหยิบไม้พายไม้เนื้อแข็งติดมือมาด้วยอย่างระแวดระวัง ในยามวิกาลเช่นนี้ จะมีใครหน้าไหนกล้ามาเคาะประตูร้านของเธอด้วยท่าทางป่าเถื่อนเช่นนี้ หรือว่าป้าซูเจินจะพาคนกลับมาแก้แค้น? "อย่าเพิ่งเปิดครับ" จ้าวหานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้ามาบังร่างของเหมยหลิงไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง สัญชาตญาณมือปราบของเขาร่ำร้องว่าผู้ที่มาเยือนยามวิกาลนี้ไม่ใช่คนธรรมดา และไม่ใช่พวกญาติจอมหิวเงินอย่างแน่นอน มือหนาของสารวัตรหนุ่มเอื้อมไปปลดกลอนประตูกระจกอย่างระมัดระวัง ก่อนจะกระชากเปิดออกกว้างเพื่อให้เห็นหน้าผู้มาเยือน แสงไฟสีส้มสลัวจากในร้านสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าซีดเผือดและเนื้อตัวที่เปียกปุ่มเป่ำของอาเฉิง ลูกน้องมือขวาของเขาที่วิ่งกระหืดกระหอบมาจนหมดแรง "สารวัตรครับ!แย่แล้วครับ! ที่ท่าเรือฝั่งตะวันตก... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" อาเฉิงหอบหายใจตัวโยน ละล่ำละลักพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแตกตื่น "เรือสินค้าล็อตใหญ่ที่สุดที่ท่านสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ... ถูกระเบิดจมดิ่งลงก้นอ่าวไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ!" เหมยหลิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่จ้าวหานหรี่ตาลงอย่างเหี้ยมเกรียม ประกายตาดุดิมวาดผ่านความน่ากลัวที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้าในทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนผลงานของ “กาแฟโบราณแก้วโต” มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%