"ถ้วยกระเบื้องเคลือบสีครามใบนั้น... สารวัตรจ้าวเป็นคนซื้อให้เองกับมือ ไม่ใช่แค่สั่งชาธรรมดา แต่สั่งให้เหมยหลิงชง 'ชาผู่อ่อมนึ่งน้ำผึ้งป่า' สูตรพิเศษที่ไม่มีขายในเมนูทั่วไปด้วยซ้ำ!"
เสียงกระซิบกระซาบดังลอดมาจากหลังแผงขายผ้าดิบของเจ๊เนี้ยว ขณะที่ตลาดเช้าท้ายตรอกกำลังคึกคักไปด้วยผู้คน การซุบซิบเรื่องชาวบ้านถือเป็นงานอดิเรกอันดับหนึ่งของย่านนี้ แต่หัวข้อในเช้าวันนี้กลับร้อนแรงเสียจนน้ำในกาต้มน้ำเดือดพล่านยังต้องยอมแพ้
เหมยหลิงยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้สักเก่าแก่ของร้านน้ำชาโบราณ ดวงตากลมโตฉายแววขบขันระคนรำคาญใจเล็กน้อย เธอไม่ได้ใส่ใจคำนินทาพวกนั้นเสียทีเดียว หากแต่เสียงนกเสียงกาเหล่านี้มันเริ่มดังถี่เกินไปในช่วงสามวันที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่สารวัตรหนุ่มหน้าตายผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งขรึมและมือปราบไร้พ่ายประจำสถานีตำรวจภูธร ย้ายมารับประทานอาหารเช้าที่ร้านของเธอทุกวันไม่เคยขาด
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะไม้เบาๆ ที่กรอบประตูกระจกเรียกสติของเหมยหลิงให้หันกลับไปมอง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบตำรวจรีดเรียبيกริบปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประชิดร้าน สารวัตรจ้าวหานกวาดสายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มแม่ค้าที่ยืนจับกลุ่มซุบซิบกันอยู่หน้าร้านด้วยแววตาเย็นเยียบเพียงชั่วพริบตาเดียว กลุ่มคนเหล่านั้นก็พลันแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางราวกับนัดกันไว้
"อรุณสวัสดิ์ครับ เหมยหลิง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ ร่างสูงก้าวเข้ามาในร้าน กลิ่นอายความสะอาดและกลิ่นจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำชาอบอวลไปทั่วบริเวณ
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... เอ๊ย อรุณสวัสดิ์ครับ สารวัตร" เหมยหลิงเกือบหลุดปากพูดสำนวนคุ้นเคย แต่รีบเปลี่ยนคำลงท้ายแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังคุยกับสุภาพบุรุษผู้เคร่งครัดเรื่องมารยาท "วันนี้มาช้ากว่าปกตินะคะ... เอ๊ย ปกตินะครับ มีคดีด่วนอะไรหรือเปล่าครับ"
จ้าวหานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ ชนิดที่ถ้าไม่ใช่คนสังเกตจริงๆ คงไม่มีทางมองเห็น "ผมแวะไปเคลียร์ธุระสำคัญมาก่อนจะมาที่นี่ครับ... เรื่องที่ชาวบ้านเขานินทากัน"
เหมยหลิงชะงักมือที่กำลังเช็ดโต๊ะ "เรื่องอะไรหรือครับ"
"เรื่องที่เราสองคน... กำลังคบหาดูใจกันอยู่" จ้าวหานตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังรายงานคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความขบขัน "อาเฉิงรายงานว่า มีคนเห็นผมช่วยคุณยกกระสอบใบชาเมื่อวานซืน แล้วก็มีคนเอาไปแต่งเติมเสริมต่อจนกลายเป็นว่าเรากำลังจะหมั้นกันในเดือนหน้า"
เหมยหลิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางผ้าในมือลงบนโต๊ะ "คนพวกนี้นี่นะ ว่าว่างนักหรือไง ถึงได้เอาเรื่องชาวบ้านมาปั้นน้ำเป็นตัว ถ้าป้าซูเจินที่จ้องจะฮุบร้านผมรู้เข้า คงหาเรื่องมาอาละวาดอีกรอบแน่ๆ"
พูดถึงป้าซูเจิน ตัวปัญหาก็โผล่พรวดเข้ามาในร้านทันทีราวกับถูกเรียก ป้าซูเจินในชุดเสื้อผ้าสีฉูดฉาดและสร้อยทองปลอมเส้นโตเดินน치นเข้ามาในร้านด้วยท่าทีคุกคาม สีหน้าของหล่อนบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและโลภ
"นี่นังเหมยหลิง! แกกล้ามากนะ ปีกกล้าขาแข็งใหญ่แล้วสินะ ถึงได้ไปเกาะแกะกับผู้กองหนุ่มอนาคตไกลคนนี้ เพื่อจะยกฐานะตัวเองขึ้นมาเหยียบหัวญาติๆ อย่างพวกฉันรึ!" ป้าซูเจินแผดเสียงแหลมจนลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านต้องหันมามอง
เหมยหลิงยังไม่ทันได้อ้าปากตอบโต้ ร่างสูงของสารวัตรจ้าวก็ก้าวมาบังหน้าเธอไว้ทันที แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่ปิดกั้นสายตาโลภ
"กรุณาให้เกียรติเจ้าของร้านด้วยครับ คุณป้า" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนป้าซูเจินสะดุ้งโหยง "ร้านนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเหมยหลิงอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ และถ้าผมได้ยินคุณพูดจาดูหมิ่นเธออีกแม้แต่คำเดียว ผมคงต้องเชิญคุณไปคุยกันต่อที่สถานีตำรวจในฐานะ 'ก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ' ครับ"
ป้าซูเจินหน้าซีดเผือดอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าอาฆาตก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
เหมยหลิงมองแผ่นหลังของนายตำรวจหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอยอมรับว่าหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะกับความปกป้องอย่างออกหน้าออกตาของเขา
"ขอบคุณมากครับ สารวัตร" เหมยหลิงเอ่ยเสียงเบา
"ไม่ต้องขอบคุณหันทิศทางหรอครับ" จ้าวหานหันกลับมามองเธอ แววตาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าคุณอยากจะตอบแทนผมจริงๆ ช่วยทำเมนูพิเศษให้ผมกินสักจานสิครับ ท้องผมว่างมาตั้งแต่เช้าแล้ว"
เหมยหลิงยิ้มกริ่ม ความเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา "ถ้าอย่างนั้น เช้านี้ผมจะทำ 'บะหมี่หน้าเนื้อตุ๋นยาจีนซอสน้ำผึ้ง' สูตรลับเฉพาะของตระกูลให้ลองทานก็แล้วกันครับ รับรองว่าเส้นเหนียวนุ่ม เนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก และน้ำซุปหอมกลมกล่อมจนคุณลืมไม่ลงแน่ๆ"
เธอจัดการลวกเส้นบะหมี่ทำมือเหนียวนุ่มสีเหลืองทอง ตักใส่ชามกระเบื้องเคลือบ ลาดทับด้วยเนื้อน่องลายตุ๋นยาจีนเคี่ยวไฟอ่อนนานกว่าห้าชั่วโมงจนเปื่อยยุ่ย ราดด้วยซอสน้ำผึ้งเคี่ยวข้นรสชาติกลมกล่อม โรยด้วยต้นหอมซอยและพริกไทยป่นคั่วใหม่ๆ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและน้ำผึ้งป่าตีขึ้นจมูกฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งตรอกเล็กๆ จนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดยืนสูดกลิ่นหอมอันเย้ายวนใจนี้ด้วยความหิวโหย
สารวัตรจ้าวนั่งลงที่โต๊ะประจำ มองชามบะหมี่ตรงหน้าด้วยสายตาเป็นประกาย ครีบตะเกียบถูกหยิบขึ้นมาอย่างทะนุถนอม เขากำลังจะคีบเส้นบะหมี่เข้าปาก ทว่า...
ทันใดนั้นเอง อาเฉิงลูกน้องคนสนิทก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในร้าน สีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้า
"สารวัตรครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" อาเฉิงหอบหายใจตัวโยน "มีคำสั่งด่วนมาจากเบื้องบน... ส่งหน่วยสืบสวนพิเศษลงมาตรวจสอบพื้นที่ของเรา และคนที่ถูกส่งมาคุมคดีนี้... คือ 'ผู้กองหญิง' คู่หมั้นเก่าที่ท่านเคยถอนหมั้นไปเมื่อปีก่อนครับ!"
มือที่ถือตะเกียบของสารวัตรจ้าวชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของเหมยหลิงแข็งค้างทันที น้ำซุปในชามยังคงส่งควันกรุ่น แต่บรรยากาศภายในร้านกลับเย็นเยียบลงจนน่าขนลุก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนผลงานของ “กาแฟโบราณแก้วโต” มาโดยตลอดนะครับ
กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย•ตอนที่ 5
ข่าวลือหลังตรอก
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!