เสียงทุบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปังจนถ้วยกระเบื้องเคลือบบนชั้นสั่นสะเทือน ป้าซูเจินถลึงตาใส่เหมยหลิงด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดบนขมับปูดโปนจนน่ากลัว “นังเด็กนี่ แกกล้าดียังไงถึงไล่ฉันออกจากร้าน! อย่าลืมนะว่าที่ดินตรงนี้ ปู่ของแกเคยสัญญาว่าจะยกให้ตระกูลเรา!”
เหมยหลิงยังคงก้มหน้าก้มตาใช้มีดบางเฉียบแล่เนื้อหมูสามชั้นบนเขียงไม้ไผ่ เสียง ‘ฉับ ฉับ ฉับ’ ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสดงถึงความนิ่งสงบที่ตัดขาดจากเสียงโวยวายรอบตัว เธอวางมีดลงอย่างนุ่มนวล เงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงวัยกลางคนด้วยแววตาเรียเฉยแต่เฉียบคมดุจใบมีด
“สัญญาอะไรกันครับ ป้าซูเจิน? เอกสารสิทธิ์ในกรมบังคับคดีระบุชัดเจนว่าเป็นชื่อของพ่อแม่ฉัน และตอนนี้ฉันคือผู้จัดการมรดกตามกฎหมาย ถ้าป้ายังไม่หยุดสร้างความวุ่นวายและส่งเสียงโวยวายไล่ลูกค้า ผมเกรงว่าผมคงต้องให้สารวัตรจ้าวมาช่วยเคลียร์ข้อกฎหมายเรื่องการบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลเสียหน่อย” เหมยหลิงเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนป้าซูเจินชะงักอ้าปากค้าง
คำว่า ‘สารวัตรจ้าว’ ทำเอาป้าซูเจินหน้าถอดสี ทว่าความโลภยังคงบังตา นางกัดฟันกรอด ชี้หน้าคาดโทษ “แก… แกมันอกตัญญู จำไว้เลยนะ นังเหมยหลิง วันหน้าแกจะไม่มีแผ่นดินจะ100ตารางวาอยู่!” พูดจบนางก็สะบัดก้นเดินกระแทกเท้าออกไปจากร้าน พร้อมกับสายตาของชาวบ้านละแวกนั้นที่มองตามด้วยความสมเพช
เมื่อร่างของป้าซูเจินลับตาไป บรรยากาศรอบร้านน้ำชาโบราณท้ายซอยจึงกลับคืนสู่ความสงบ เหมยหลิงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสนใจภารกิจสำคัญของวันนี้—การรังสรรค์เมนูลับฉบับคนโสดเพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มักจะมานั่งทานอาหารคนเดียวในช่วงยามเย็น
ในยุค 70-80 ที่ผู้คนต่างดิ้นรนปากกัดตีนถีบ อาหารจานด่วนที่สะดวกรวดเร็วแต่ยังคงความอร่อยล้ำลึกคือหัวใจสำคัญ เหมยหลิงจึงผุดไอเดียเมนู “ข้าวอบหมูสามชั้นตุ๋นใบชาเข้มข้น” เธอเลือกใช้ใบชาอู่หลงเกรดพรีเมียมจากมิติพิเศษมาเคี่ยวเคียงกับหมูสามชั้นสัดส่วนเนื้อและมันสามต่อเจ็ด นำไปตุ๋นในหม้อดินเผาโบราณด้วยไฟอ่อนข้ามคืน จนไขมันละลายหายไป เหลือไว้เพียงเนื้อหมูสีอำพันนุ่มละมุนลิ้นที่ละลายในปาก พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของชาที่ช่วยตัดความเลี่ยนได้อย่างลงตัว
ทันทีที่เปิดฝาหม้อดิน ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมเย้ายวนที่ผสมผสานระหว่างเครื่องเทศจีนและกลิ่นใบชาคั่วลอยฟุ้งไปทั่วตรอกซอกซอย ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างต้องหยุดฝีเท้า สูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกๆ และกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้
“แม่เจ้า… กลิ่นอะไรเนี่ย หอมจนไส้ติ่งสั่นไปหมดแล้ว!” อาเฉิง ลูกน้องมือขวาของสารวัตรจ้าวที่เดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่แถวนั้น ถึงกับเดินตามกลิ่นมาหยุดหน้าร้าน ดวงตาเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นหม้อดินตรงหน้า
เหมยหลิงตักข้าวสวยร้อนๆ เม็ดเรียงสวยราดด้วยน้ำซุปตุ๋นชาเข้มข้น โปะหน้าด้วยหมูสามชั้นสีสวยที่เปื่อยนุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว ประดับด้วยผักชีโรยหน้าเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟในชามกระเบื้องเคลือบโบราณ
“นี่คือเมนูลับฉบับคนโสดครับ อาเฉิง ทานคนเดียวก็อิ่มอร่อยและอบอุ่นหัวใจได้” เหมยหลิงกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“สุดยอด… กลิ่นหอมเย้ายวนใจแบบนี้ ต่อให้โสดสนิทไปตลอดชีวิตก็ยอมถ้าได้กินข้าวชามนี้ทุกวัน!” อาเฉิงทำท่าจะหยิบกระเป๋าเงินเพื่อสั่งซื้อมาลิ้มลองสักชามใหญ่
ทว่า ในจังหวะนั้นเอง ร่างสูงสง่าในเครื่องแบบนายตำรวจยศสารวัตรก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนที่หน้าร้านพอดี สารวัตรจ้าวหานปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้านิ่งขรึมตามเคย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านก่อนจะมาหยุดที่หม้อดินตุ๋นชาบนเตา
“สารวัตรมาตรวจพื้นที่เหรอครับ เชิญนั่งก่อนได้…” เหมยหลิงยังพูดไม่ทันจบประโยค สารวัตรจ้าวก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม
เขานั่งลงที่โต๊ะตัวประจำมุมร้าน สายตาคมกริบมองสบตาเหมยหลิงนิ่งนาน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุบโต๊ะตัดสินใจเด็ดขาด
“ผมไม่ได้มาตรวจพื้นที่… ผมมาเหมา”
อาเฉิงอ้าปากค้าง “หา? ลูกพี่ครับ จะเหมาอะไรนะ เมนูนี้เพิ่งทำเสร็จควันยังร้อนฉ่าอยู่เลยนะนั่น”
สารวัตรจ้าวหานไม่สนใจลูกน้อง สายตาของเขายังคงจ้องมองภรรยาในนามผู้เก่งกาจ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งร้านตกอยู่ในความเงียบงัน “หม้อนี้… และวัตถุดิบทั้งหมดที่เหลือสำหรับทำเมนูนี้วันนี้ ผมเหมาหมดเข่ง”
เหมยหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “เหมาหมดเลยเหรอครับ? เมนูนี้ผมตั้งใจทำไว้ขายให้ลูกค้าทั่วไปนะ สารวัตรทานคนเดียวหมดเหรอกครับ”
สารวัตรจ้าวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะเตรียมอาหาร กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายบุรุษเพศลอยเข้าแตะจมูก เหมยหลิงเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ทว่าชายหนุ่มกลับโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
“ผมไม่ได้สั่งให้ตัวเองทานคนเดียว…” สารวัตรจ้าวเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองอาเฉิงที่รีบเบือนหน้าหนีทำเป็นมองนกมองไม้ ก่อนจะหันมาสบตาเหมยหลิงตรงๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง “แต่ผมเหมา เพื่อตัดปัญหาไม่ให้ใครหน้าไหนกล้ามาวุ่นวายแย่งอาหารของภรรยาผมไป… และเพราะผมอยากให้คุณ ทำให้ผมทานแค่คนเดียวที่บ้านหลังท้ายซอย… คืนนี้”
เหมยหลิงนิ่งค้างไปชั่วขณะ ใบงดงามขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้ ขณะที่สมองกำลังประมวลผลคำว่า ‘เหมาหมดเข่งเพื่อตัดปัญหา’ ของสามีสายเปย์ผู้เผด็จการคนนี้
ทว่า ก่อนที่เหมยหลิงจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือต่อรองใดๆ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยที่ทำให้รอยยิ้มของสารวัตรจ้าวหานเย็นเยียบลงในพริบตา
“อุ๊ย… ร้านปิดปรับปรุงชั่วคราวหรือเปล่าคะ ทำไมถึงมีกลิ่นหอมเย้ายวนขนาดนี้ล่ะคะคุณหลานรัก”
เสียงแหลมสูงของป้าซูเจินที่เพิ่งโดนไล่ตะเพิดไปเมื่อครู่ กลับเดินกลับเข้ามาหน้าตาเฉย พร้อมกับชายฉกรรจ์ร่างยักษ์อีกสองคนที่มีรอยสักน่ากลัวติดอยู่ที่ต้นแขน ทั้งคู่ส่งยิ้มแยกเขี้ยวหิวกระหายมองตรงมาที่หม้อดินตุ๋นชาหมูสามชั้นบนเตา
สัญชาตญาณอันตรายพุ่งพล่าน สารวัตรจ้าวหานขยับตัวยืนบังหน้าเหมยหลิงไว้โดยอัตโนมัติ มือหนาวางทราบลงบนด้ามปืนพกข้างเอวอย่างหลวมๆ แววตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังปกป้องอาณาเขต
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนผลงานของ “กาแฟโบราณแก้วโต” มาโดยตลอดนะครับ
กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย•ตอนที่ 4
เมนูลับฉบับคนโสด
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!