กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย•ตอนที่ 2

แขกไม่速เชิญกับถ้วยซุปไก่ตุ๋นยาจีน

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าพวกเธอคิดว่าร้านน้ำชาเล็ก ๆ แห่งนี้เป็นถุงเงินแจกฟรีของตระกูลซู คงต้องบอกว่าเดินมาผิดประตู... และกรุณาถอดรองเท้าสกปรกคู่นั้นออกไปเสียก่อนที่ฉันจะใช้ไม่กวาดต้อนรับพวกเธอ!" เสียงกระแทกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหยกกระทบโต๊ะไม้สักเก่าแก่ดัง *เพล้ง*! ช่างบาดหูและสะเทือนหัวใจคนฟังยิ่งนัก เหมยหลิงยืนกอดอก ใบหน้าเรียบเฉยทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เพิ่งลับใหม่ ๆ บรรยากาศภายในร้านน้ำชาโบราณยามบ่ายแก่ ๆ อมกลิ่นอายยุค 70 อบอวลไปด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างอวบอ้วนของป้าซูเจิน—ญาติผู้พี่ฝั่งมารดาที่ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาหน้าทน—กำลังยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียด ใบหน้าย่น ๆ บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกลียดที่ถูกปฏิเสธต่อหน้าลูกค้าสองคนที่นั่งหลบมุมอยู่มุมร้าน "นังหลิง! นี่แกกล้าพูดจากับผู้อาวุโสแบบนี้เรอะ!" ป้าซูเจินแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก สองมือสั่นเทาด้วยความโมโห "ตระกูลซูส่งเสียเลี้ยงดูแม่แกมาจนโต พอแม่แกตาย แกซึ่งเป็นลูกอกตัญญูกลับมาฮุบร้านน้ำชานี่ไว้คนเดียว ไม่ยอมส่งเงินบรรณาการให้ฉันกับลุงของแกแม้แต่เหรียญเดียว จิตใจแกทำด้วยอะไรฮะ!" เหมยหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจกดดัน ทำให้ป้าซูเจินที่กำลังจะพ่นคำด่าทอต่อถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "ส่งเสีย? เลี้ยงดู?" เหมยหลิงทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุก เธอเดินช้า ๆ เข้าไปใกล้ป้าซูเจิน กลิ่นหอมจาง ๆ ของใบชาอู่หลงและสมุนไพรจีนโชวยวนมาจากตัวหญิงสาว "จำได้ว่าตอนแม่ฉันล้มป่วยนอนซมบนเตียง พวกท่านไม่เคยย่างกรายมาเยี่ยมสักครั้ง แถมยังส่งจดหมายมาทวงโฉนดที่ดินผืนนี้เพื่อเอาไปให้ลูกชายผลาญเล่นการพนัน... แบบนี้เขาเรียกว่า 'สูบเลือดสูบเนื้อ' ต่างหากล่ะครับ ป้าซูเจิน" คำว่า 'ครับ' ถูกเน้นเสียงด้วยความสุภาพ แต่มันกลับคมกริบเสียยิ่งกว่าการตบหน้ากลางสาธารณชน ป้าซูเจินหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายจนลามไปถึงใบหู นางยกมือขึ้นชี้หน้าเหมยหลิงด้วยความสั่นเทา "นัง... นังเด็กปากดี วันนี้ฉันไม่เอาเงินสามร้อยหยวนกับโฉนดร้านนี้ไป ฉันไม่ยอมเดินออกไปแน่!" พูดจบ ป้าซูเจินก็ทำท่าจะพุ่งเข้าไปปัดข้าวของบนเคาน์เตอร์ให้พังพินาศเพื่อเป็นการขู่ขวัญ แต่วินาทีนั้นเอง— *แอ๊ด...* ประตูไม้สักหนقหนักของร้านถูกผลักเปิดออกอย่างช้า ๆ สายลมเย็นยะเยือกพัดพาเอาความกดดันบางอย่างเข้ามาปกคลุมบรรยากาศในร้านทันที ร่างสูงโปรดในชุดเครื่องแบบนายตำรวจยับเล็กน้อยเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่กลับดูสง่างามและน่าเกรงขามจนทุกลมหายใจต้องสะดุด สารวัตรจ้าวหานก้าวเข้ามาด้วยสีหน้านิ่งสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในร้านเพียงแวบเดียว ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่ร่างของป้าซูเจินที่กำลังยกมือค้างเติ่ง อุณหภูมิในร้านลดฮวบลงทันทีโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ "มีปัญหาอะไรกันหรือครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น สารวัตรจ้าวเดินตรงเข้ามาหยัดยืนเคียงข้างเหมยหลิงอย่างเป็นธรรมชาติ ฝ่ามือหนาวางลงบนไหล่บางของหญิงสาวเบา ๆ เป็นเชิงปกป้อง ท่าทีสายเปย์ผู้เงียบขรึมแต่พร้อมบดขยี้ทุกคนที่กล้าทำให้ภรรยาไม่สบายใจ ปรากฏชัดเจนในทุกอณู ป้าซูเจินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้หล่อนจะเป็นมนุษย์ป้าผู้ไม่เกรงกลัวใคร แต่กับ 'สารวัตรจ้าว' นายตำรวจมือปราบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาในเมืองนี้ หล่อนย่อมรู้ดีว่าการหาเรื่องเขาเท่ากับการเอาหัวไปชนภูเขา "คะ... คุณตำรวจ ฉันมาทวงหนี้สินของครอบครัว..." ป้าซูเจินเสียงอ่อนลงทันตาเห็น พยายามปั้นหน้าให้ดูน่าสงสาร "หนี้สิน?" จ้าวหานเลิกคิ้วเล็กน้อย สายตาคมกริบมองเอกสารในมือป้าซูเจิน "ผมตรวจสอบทะเบียนราษฎร์และบันทึกหนี้สินของเขตนี้เป็นประจำ ไม่เคยปรากฏว่าร้านน้ำชาของคุณเหมยหลิงมีพันธะผูกพันทางกฎหมายกับใคร... หรือว่าคุณป้ากำลังกระทำความผิดฐาน 'กรรโชกทรัพย์' และ 'ก่อความวุ่นวายในที่สาธารณะ' กันแน่ครับ?" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังทำเอาป้าซูเจินขาอ่อนยวบ หันไปมองซ้ายมองขวาหาทางหนีทีไล่ แต่ทว่าที่หน้าร้าน อาเฉิง ลูกน้องมือขวาของสารวัตรจ้าวได้ยืนกอดอกขวางประตูไว้เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่น่ากลัวเป็นบ้า เหมยหลิงเหลือบมองสามีสายหน้านิ่งที่มายืนคุมเชิงให้พอดีเวลา มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้เรื่องนี้ยืดเยื้อคงเสียเวลาทำมาหากิน วันนี้อากาศชื้น ฝนทำท่าจะตก การไล่แขกไม่ได้รับเชิญด้วยวิธีทางอาหารน่าจะเป็นการต้อนรับที่ประทับใจที่สุด "สารวัตรครับ ดูท่าทางป้าซูเจินจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลจนสมองเลอะเลือนแล้วล่ะครับ" เหมยหลิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แต่แววตากลับพราวระยับ "ในฐานะเจ้าของร้านผู้มีน้ำใจ เราควรทำอะไรอุ่น ๆ ให้แขกผู้สูงอายุทานเสียหน่อย เพื่อเรียกสติกลับคืนมา... อาเฉิง ช่วยไปหยิบ 'ซุปไก่ตุ๋นยาจีนโสมพันปี' ที่เคี่ยวไว้ในหม้อดินเผาหลังร้านมาให้ป้าเขาสักถ้วยซิครับ" คำว่า 'ซุปไก่ตุ๋นยาจีน' ลอยละล่องไปกระทบจมูกของทุกคนในร้าน ทันทีที่อาเฉิงยกถาดกระเบื้องเคลือบสีนวลออกมา กลิ่นหอมกรุ่นของโสมชั้นดี เห็ดหอมแห้งย่างไฟอ่อน ๆ และเนื้อไก่บ้านที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก ก็ระเบิดกลิ่นอายความอร่อยอบอวลไปทั่วทั้งคูหา กลิ่นสมุนไพรจีนเตะจมูกป้าซูเจินจนท้องไส้ที่กำลังเกร็งด้วยความกลัวถึงกับส่งเสียงร้องโครกครากออกมาอย่างน่าอาย นี่ไม่ใช่ซุปไก่ธรรมดา... แต่มันคือซุปไก่สูตรลับที่เหมยหลิงใช้ฟื้นฟูร่างกายด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูงจากมิติพิเศษ! "กินเสียให้เรียบร้อย แล้วก็ไสกหัวออกไปจากร้านของฉัน อย่าให้ฉันต้องเห็นหน้าพวกเธออีกเป็นครั้งที่สอง" เหมยหลิงวางถ้วยซุปควันฉุยลงตรงหน้าป้าซูเจิน น้ำเสียงเฉียบขาดไร้เยื่อใย ป้าซูเจินกลืนน้ำลายอ้าปากค้าง มองถ้วยซุปตรงหน้าสลับกับใบหน้าคมเข้มของสารวัตรจ้าวที่จ้องมองมาด้วยแววตาดุจพญายม ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังไม่คลี่คลาย จู่ ๆ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้น *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ทุกคนหันไปมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ร่างสูงของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลราคาแพงระยับ ผู้ซึ่งเป็นบุคคลปริศนาที่หายตัวไปจากบันทึกของเมืองนี้ถึงสิบปี กำลังยืนยิ้มระรื่นอยู่หลังกระจกใส พร้อมกับชูซองเอกสารสีน้ำตาลลับเฉพาะขึ้นมาโบกเบา ๆ... และนั่นคือวินาทีที่ทำให้เลือดในกายของเหมยหลิงเย็นเฉียบลงในพริบตา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางอบอุ่นและฟาดฟันความอยุติธรรมไปกับผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%