กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย•ตอนที่ 17

หมูสามชั้นพะโล้สูตรยายทวด

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"เอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินแปลงนี้ถูกโอนเปลี่ยนชื่อเมื่อสามเดือนก่อน... และผู้ที่เซ็นชื่อยินยอมในฐานะผู้จัดการมรดกคือนายหน้าตระกูลหลี่" เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรจ้าวหานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสอบสวนของสถานีตำรวจท้องถิ่น แสงไฟจากหลอดนีออนสีนวลส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งของเขา เอกสารราชการตราครุฑหลายฉบับถูกวางเรียงรายบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมยหลิงนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะหมิ่นเหม่ต่อการสูญเสีย "บ้านท้ายซอย" มรดกชิ้นสุดท้ายที่ยายทวดทิ้งไว้ให้ "นายหน้าตระกูลหลี่งั้นหรือครับสารวัตรจ้าว..." เหมยหลิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยกระแสลมพายุที่พร้อมโหมกระหน่ำ "แปลกเสียจริง ป้าซูเจินบอกว่าเอกสารพวกนี้อยู่ที่นาง แต่ทำไมลายมือชื่อในฐานะพยานกลับกลายเป็นลายเซ็นปลอมที่แม้แต่เด็กอนุบาลก็ดูออกว่าจงใจเลียนแบบ" ป้าซูเจินที่นั่งหน้าซีดตัวสั่นอยู่บนเก้าอี้สำรองมุมห้อง รีบโพล่งขึ้นเสียงดังกลบเกลื่อนความกลัว "นังเด็กนี่! อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อนะ! นั่นมันเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย แกมันแค่อยากฮุบสมบัติของตระกูลไว้คนเดียว!" จ้าวหานเหลือบสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนมองไปยังป้าซูเจินเพียงแวบเดียว หญิงสูงวัยก็ถึงกับหุบปากฉับ กลืนน้ำลายลงคอatอย่างยากลำบาก ความกดดันจากเครื่องแบบนายตำรวจยศใหญ่และอوراของชายหนุ่มไม่ใช่สิ่งที่คนโลภมากอย่างเธอจะต่อกรได้ง่ายๆ "หลักฐานเรื่องลายมือปลอม ทางกองพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบอยู่ครับ อีกไม่เกินสองชั่วโมง ผลทางนิติวิทยาศาสตร์จะออกมาอย่างเป็นทางการ" จ้าวหานหันกลับมาสบตาเหมยหลิง แววตาที่เคยเย็นชาฉายแววอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว "แต่ในทางคดีอาญา การยักยอกทรัพย์มรดกและปลอมแปลงเอกสารราชการ มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าห้าปี... คุณป้าซูเจิน ยังยืนยันคำให้การเดิมอยู่ไหมครับ" ประโยคคำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงบนความเงียบ ป้าซูเจินหน้าถอดสี เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้ายับย่น นางรู้ดีว่าหากเรื่องถึงศาล นางอาจจะต้องเป็นแพะรับบาปแทนผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังที่คอยชักใยอยู่ ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องสอบสวนก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน อาเฉิง ลูกน้องมือขวาของสารวัตรจ้าวเดินกึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือปิ่นโตเคลือบอีนาเมลลายดอกไม้สีแดงสดเข้ามาด้วย สารเคมีแห่งความหิวโหยและกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องทันทีที่ฝาปิ่นโตถูกแง้มออกเพียงน้อยนิด กลิ่นหอมล้ำลึกของพะโล้ตุ๋นเคี่ยวจนเข้าเนื้อ! มันไม่ใช่กลิ่นพะโล้ตลาดๆ ทั่วไป แต่เป็นกลิ่นหอมหวานล้ำลึกของน้ำตาลเคี่ยวไหม้พอดีมือ ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศจีนเกรดพรีเมียม ทั้งโป๊ยกั๊กอบเชยที่ผ่านการคั่วไฟอ่อนจนส่งกลิ่นหอมฟุ้ง รากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ดทุบพอแตกที่ซึมซาบเข้าไปในชั้นไขมันและเนื้อหมูสามชั้นที่คัดมาอย่างดี หนังหมูปึงตึงเป็นเงางาม เนื้อแดงนุ่มละมุนลิ้น และชั้นมันที่แทบจะละลายหายไปในทันทีที่แตะโดนความร้อน อาเฉิงกลืนน้ำลายเอื้อมมือวางปิ่นโตลงตรงหน้าสารวัตรจ้าว พร้อมกับกระซิบรายงานเสียงเบา "สารวัตรครับ... ทางพยานปากเอกฝั่งนายหน้าหลี่เพิ่งติดต่อมาสารภาพหมดเปลือกแล้วครับ เขาบอกว่าทนกลิ่นกับความกดดันไม่ไหว... และที่สำคัญ เขากลิ่นหอมนี่ลอยมาจากห้องครัวตอนที่สารวัตรสั่งให้ผมไปรับของพอดีครับ" เหมยหลิงเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางป้องปากเบาๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส "ดูท่าทางคดีนี้คงใกล้จะคลี่คลายแล้วสินะคะสารวัตร... อาหารฝีมือฉันชุดนี้ สงสัยต้องยกให้คนทำงานหนักเสียหน่อยแล้ว" จ้าวหานมองปิ่นโตตรงหน้าสลับกับใบหน้าพึงพอใจของภรรยาจำยอมในนาม รอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน เขารู้ดีว่าภรรยาคนนี้มีวิธีจัดการคนกระด้างกระเดื่องได้อย่างเจ็บแสบและชาญฉลาดเสมอ "เก่งมากครับคุณหลิง" จ้าวหานเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ชายหนุ่มเปิดชั้นปิ่นโตออกจนสุด ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของหมูสามชั้นพะโล้สูตรยายทวดที่อบอวลไปทั่วห้องสอบสวน จนแม้แต่ร้อยเวรและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต่างพากันสูดดมกลิ่นหอมนั้นเข้าไปเต็มปอดอย่างลืมตัว "สารวัตร... ฉัน...ฉันยอมรับสารภาพแล้วก็ได้!" ป้าซูเจินที่ทนทานต่อแรงกดดันทั้งทางคดีและกลิ่นอาหารยั่วยวนไม่ไหว โผล่พรวดลุกขึ้นคุกเข่าโฮร้องออกมาเสียงดัง "ฉันไม่ได้100% ตั้งใจ! เป็นเพราะนายหน้าหลี่ต่างหากที่เอาเงินมาล่อให้ฉันร่วมมือ!" จ้าวหานปรายตามองป้าซูเจินที่ทรุดฮวบคากลุ่มควันหอมกรุ่นของหมูพะโล้ ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองหน้าเหมยหลิงที่กำลังใช้ตะเกียบไม้ไผ่คีบชิ้นหมูสามชั้นพะโล้สีเข้มเงางามขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วส่งเข้าปากเคี้ยวอย่างช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่พลิกผันในชั่วพริบตา "คดีนี้ดูท่าจะจบเร็วกว่าที่คิดนะครับ" จ้าวหานเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับยื่นจานแบ่งข้าวสวยร้อนๆ ที่อาเฉิงจัดเตรียมไว้อย่างรู้หน้าที่ให้กับเหมยหลิง "แต่ดูเหมือนว่า... ผมคงต้องรีบจัดการเคลียร์ปัญหาพวกนี้ให้จบโดยเร็วเสียแล้วล่ะครับ เพราะไม่อย่างนั้น คุณภรรยาคงต้องเหนื่อยทำอาหารเลี้ยงคนทั้งสถานีตำรวจเป็นแน่" เหมยหลิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากระจ่างใสระยิบระยับด้วยความสะใจ "ถ้าสารวัตรเคลียร์จบไว ฉันอาจจะพิจารณาทำ 'ขาหมูตุ๋นยาจีน' ชุดใหญ่ให้เป็นรางวัลพิเศษสักมื้อก็เป็นได้นะคะ" ทว่า ในขณะที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะกำลังแต้มอยู่บนใบหน้าของทั้งสอง เสียงเคาะประตูกระจกห้องสอบสวนก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นายตำรวจชั้นประทวนนายหนึ่งเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด ถือโทรศัพท์มือถือเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงติดขัด "สารวัตรครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางสำนักงานใหญ่โทรมาแจ้งด่วนว่า มีคำสั่งลับส่งตรงมาจากเบื้องบน ให้ระงับการโอนย้ายที่ดินแปลงนี้ทั้งหมดทันที และบุคคลปริศนาที่ถือครองโฉนดตัวจริงเสียงจริง กำลังเดินมาที่สถานีตำรวจแห่งนี้ด้วยตัวเองแล้วครับตอนนี้!" จ้าวหานขมวดคิ้วมุ่นทันที วางตะเกียบในมือลงช้าๆ นัยน์ตาคมกวาดมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับประตูห้องที่ถูกเปิดกว้างออก ป้าซูเจินอ้าปากค้างด้วยความตกใจสุดขีด ในขณะที่เหมยหลิงชะงักมือที่กำลังจะคีบชิ้นหมูสามชั้นชิ้นถัดไป รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป กลายเป็นความสงสัยที่ฉายชัดในแววตา ใครกัน... คือผู้ที่ถือโฉนดตัวจริง และก้าวเข้ามาในจังหวะเวลาที่เป๊ะเสียยิ่งกว่านาฬิกาเรือนทองเช่นนี้? -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาน้ำชาโบราณกับผู้กองหน้านิ่งที่บ้านท้ายซอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%