นิ้วเรียวยาวของธันวาชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกราคาแพง แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนลงบนแว่นกรองแสงสีชาของเขา ดวงตาคมกริบกวาดมองข้อความสั้นๆ บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สั่นเตือนรัวๆ จนแทบจะเดินได้เองบนโต๊ะทำงาน
หน้าจอแสดงผลแอปพลิเคชันแชตสีเขียว หน้าต่างสนทนาระหว่างเขากับอินฟลูเอนเซอร์สาวปากแจ๋วที่เพิ่งสร้างเรื่องให้หัวใจโปรแกรมเมอร์หนุ่มรวนเรเมื่อวานนี้
*(เพลงพิณ): นี่คุณโปรแกรมเมอร์ผู้ไร้ซึ่งวิญญาณ... ตกลงว่าฟังก์ชันระบบรีวิวร้านกาแฟที่คุณเขียนมาเนี่ย กะจะให้ลูกค้ากดสั่งกาแฟหรือกดเข้าไปบวชชีคะ? มันซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกตโอลิมปิกอีกนะ!*
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเรียบเฉยแต่กล้ามเนื้อตรงข้ามกรามกลับกระตุกเบาๆ ความสมบูรณ์แบบของโค้ดชุดนั้นใช้เวลาเขียนถึงสามวันสามคืนเพื่อให้ระบบเสถียรที่สุด แต่ยัยตัวแสบกลับมองว่ามันเหมือนทางไปวัดป่าอย่างนั้นแหละ
*(ธันวา): ถ้าคุณอ่านหนังสือเป็นมากกว่าการไถฟีด TikTok สักนิด คุณจะรู้ว่ามันคือสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อลดความผิดพลาดในการทำธุรกรรม... ไม่ใช่ระบบเล่นขายของแบบที่คุณถนัด*
เขากดส่งด้วยความเร็วแสง สะใจที่ได้เห็นสถานะเปลี่ยนเป็น "อ่านแล้ว" ทันที
ทว่าผ่านไปไม่ถึงสามวินาที เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับรูปภาพแคปหน้าจอโค้ดส่วนที่เขาเขียน วงด้วยปากกาแดงเด่นหราแถมยังเติมรูปหน้าแมวทำหน้าเอือมระอาส่งมาให้ด้วย
*(เพลงพิณ): โอ๋ๆๆ อย่าเพิ่งหัวร้อนสإคะคุณธันวา หายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งถึงสิบ... อ้อ ลืมไป สมองไอทีแบบคุณคงประมวลผลเป็นเลขฐานสองสินะคะ ศูนย์กับหนึ่ง ศูนย์กับหนึ่ง... สรุปคือโค้ดบรรทัดที่ 42 ของคุณมันรันไม่ผ่านค่ะคุณพี่ ขยับนิ้วทองคำมาแก้ด่วนๆ เลย ไม่งั้นงานนี้มีหวังโดนลูกค้าสวดมนต์ข้ามปีแน่*
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวกำโทรศัพท์ในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปากบางเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ยัยนี่... กล้าดียังไงมาท้าทายตรรกะการเขียนโปรแกรมของเขา แถมยังเรียกเขาว่า "คุณพี่" ทั้งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันชัดๆ
*(ธันวา): มันไม่ผ่านเพราะคุณใส่รูปภาพนามสกุล .HEIC แทนที่จะเป็น .JPG ต่างหากครับ... เอ้ย! ต่างหากค่ะ!*
ธันวาชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเผลอพิมพ์คำลงท้ายผิดพลาดไปชั่วขณะ รีบกดลบแทบไม่ทัน แต่ความเร็วมือหรือจะสู้ความเร็วตาของแม่สาวอินฟลูเอนเซอร์
*(เพลงพิณ): อุ๊ยตาย ว้าย กรี้ดดดด! เมื่อกี้คุณพิมพ์ว่าอะไรนะคะคุณพี่ขาาา~ ไหนลองพูดใหม่อีกรอบซิคะ ใช้คำว่า "ค่ะ" ด้วยเหรอเนี่ย พ่อหนุ่มมาดขรึมผู้เย็นชาของน้องเพลง เขินอะไรอยู่รึเปล่าคะเนี่ยหน้าแดงถึงหูแล้วมั้งนั่น หูยยย น่ารักจัง งื้อออ*
ธันวาโยนโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก!* สองมือทึ้งผมตัวเองเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดปนความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านขึ้นมาถึงใบหู ร้อนผ่าว... ยัยบ้านี่มีพลังงานบางอย่างที่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาหลุดลอยได้ง่ายๆ เสียจริง
เขาสูดหายใจเข้าลึก พยายามดึงความเยือกเย็นของโปรแกรมเมอร์ระดับหัวกะทิกลับคืนมา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามนิ่งที่สุด
*(ธันวา): ตาฝาดไปเองแล้วล่ะครับ... อ้อ ขอโทษที มือลั่น พิมพ์ผิดครับ*
*(เพลงพิณ): โฮะๆๆ มือลั่นแต่ใจคิดสินะคะ เอาเถอะค่ะ ยอมรับมาเถอะว่าเอ็นดูน้องเพลงคนนี้อยู่ ถึงปากจะบอกว่ารำคาญก็เถอะ*
ธันวาแค่นลมหายใจพรืดใหญ่ ส่งสติกเกอร์หน้าแมวนิ่งสนิทกลับไปแทนคำตอบ แต่ริมฝีปากกลับแอบยกยิ้มขึ้นมานิดหน่อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยเงียบงัดและน่าเบื่อ กลับมีเสียงแจ้งเตือนแชตดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดเพี้ยนไปจากเดิม
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นอีกครั้งพร้อมข้อความยาวเหยียดจากเพลงพิณที่ส่งแผนผังงานรีวิวที่เธอร่างขึ้นมาเอง
*(เพลงพิณ): เอาล่ะค่ะ เลิกเล่นกันIเถอะ มาคุยเรื่องงานจริงจังกันบ้าง... ฉันลิสต์ไอเดียสำหรับวิดีโอรีวิวแอปพลิเคชันตัวนี้มาให้แล้ว คุณลองตรวจดูสิว่ามันจะทำลายระบบหลังบ้านพังพินาศเหมือนหน้าตาคนเขียนโค้ดรึเปล่า*
ธันวาไล่สายตาอ่านข้อความ รายละเอียดในแผนงานของเธอมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก แม้จะมีลูกเล่นและคำเหน็บแนมแทรกมาทุกย่อหน้า แต่วิสัยทัศน์ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกลับแม่นยำจนน่าตกใจ ความรู้สึกชื่นชมเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในใจของชายหนุ่ม เขาพิมพ์ตอบกลับด้วยความจริงจัง
*(ธันวา): แผนงานใช้ได้... แปลกใจที่คุณคิดเรื่อง User Experience ออกมาได้ละเอียดขนาดนี้ นึกว่าสมองมีแต่เรื่องเต้นติ๊กต็อกซะอีก*
*(เพลงพิณ):ย่ะ! ชมฉันดีๆ ไม่เป็นรึไงคะคุณโปรแกรมเมอร์ปากหิน คนเขาก็มีสมองเหมือนกันนะเฟ้ย!*
*(ธันวา): ถ้าว่างมากนัก ก็โทรมาคุยรายละเอียดทางโทรศัพท์เถอะครับ พิมพ์หากันแบบนี้เมื่อไหร่จะเคลียร์จบ*
*(เพลงพิณ): อุ๊ย จู่ๆ ก็ชวนโทรหา เขินนะเนี่ย... งั้นอีกห้านาทีเจอกันค่ะคุณธันวา*
ธันวาปิดหน้าจอแชตลง หัวใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยอย่างไร้สาเหตุ เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ เสียงริงโทนโทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นกะทันหัน หน้าจอแสดงชื่อ "เพลงพิณ (ยัยตัวแสบ)" กำลังโทรเข้ามา
นิ้วเรียวชะงักอยู่ที่ปุ่มรับสาย ความลังเลแล่นผ่านแว่นกรองแสงสีชาชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะกดรับและแนบโทรศัพท์ไว้ข้างใบหู
"ฮัลโหล..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำตามสไตล์
"(ได้ยินชัดเจนดีนี่คะคุณโปรแกรมเมอร์... ไหน ลองพูดคำว่า 'ค่ะ' ให้ฟังสดๆ ทางโทรศัพท์หน่อยสิคะ น้องเพลงรอฟังอยู่ƒนะ)" เสียงใสแจ๋วหัวเราะคิกคักลอดผ่านสายมา ชวนให้คนฟังรู้สึกเหมือนโดนป่วนประสาทแต่กลับยิ้มตามออกมาได้อย่างง่ายดาย
ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ กำโทรศัพท์แน่นขึ้น กำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามนิสัย แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าฝלกหนาที่ดังขึ้นหน้าห้องทำงานส่วนตัวของเขา พร้อมกับเสียงเคาะประตูดัง *ก๊อกๆๆ* สามครั้ง กลับขัดจังหวะบทสนทนาในสายเสียก่อน
ธันวาขมวดคิ้วหันไปมองประตูห้องที่ปิดสนิท เขายังไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้ามารวมถึงแม่บ้านด้วยซ้ำ ดึกป่านนี้แล้วใครกันที่มาเคาะห้องทำงานของเขา?
"(อ้าว... เสียงอะไรเหรอคะคุณธันวา? แขกไม่ได้รับเชิญเหรอ?)" เสียงเพลงพิณในสายถามด้วยความสงสัย
ธันวาลดโทรศัพท์ลงเล็กน้อย ดวงตาคมจ้องมองไปที่บานประตูก่อนที่มันจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ จากด้านนอก เผยให้เห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนยิ้มกริ่มถือกล่องเค้กอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมกับคำพูดที่ทำเอาธันวาแทบสำลักน้ำลายตัวเอง
"เซอร์ไพรส์! พอดีผ่านมาแถวนี้ เลยเอาของมาฝากโปรแกรมเมอร์ปากแข็งแถวนี้ซะหน่อย... เอ๊ะ หรือว่าเราโทรมาขัดจังหวะสวีตอะไรอยู่รึเปล่าเนี่ย?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและกุมขมับไปกับความปากแข็งของคู่กัดคู่นี้ด้วยนะคะ!
รีวิวใจฉบับปรับปรุง: เมื่อพื้นที่ปลอดภัยของผมคือไอทีปากร้าย•ตอนที่ 5
แชตแรกที่ไม่ค่อยสวยงามนัก
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รีวิวใจฉบับปรับปรุง: เมื่อพื้นที่ปลอดภัยของผมคือไอทีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!