รีวิวใจฉบับปรับปรุง: เมื่อพื้นที่ปลอดภัยของผมคือไอทีปากร้าย•ตอนที่ 4

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"จะบ้าหรือไงคะพี่กรณ์! ให้หนูไปถ่ายคลิปคู่กับพ่อหนุ่มหน้าตาย ไอทีเซนเซย์คนนั้นเนี่ยนะ? ไม่เอาด้วยหรอกค่ะ บอกเลยว่างานนี้มีแต่พังกับพัง!" เสียงหวานใสที่ปกติมักจะเจื้อยแจ้วด้วยเรื่องเทคโนโลยีปนเสียงหัวเราะ ตอนนี้กลับตึงเครียดจนแทบจะกลายเป็นการกรีดร้อง เพลงพิณทิ้งตัวลงนั่งแผ่หลาบนโซฟาตัวนุ่มในห้องประชุมเอเจนซี่ชื่อดัง สองมือยกขึ้นกอดอก ใบหน้าง้ำงอจนแก้มป่องด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตากลมโตฉายแววต่อต้านอย่างชัดเจน กรณ์ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอกสารในมือถูกวางกระแทกโต๊ะกระจกเสียงดังลั่น เขาปรายตามองอินฟลูเอนเซอร์สาวจอมรั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน "ไม่ใช่แค่หนูนะเพลง พิณ ลองเปิดเน็ตดูฟีดตอนนี้สิคะลูกค้ารายใหญ่เขากำลังกังวลเรื่องดราม่ารีวิวรอบก่อน คอนเทนต์เดี่ยวของหนูถูกระงับชั่วคราวทั้งหมดถ้าไม่อยากโดนปรับค่าเสียหายอ่วมอรทัย ทางเดียวที่จะกู้ชื่อเสียงและลดกระแสลบได้ คือการสร้างภาพจำใหม่... ภาพจำที่ว่าหนูไม่ได้ทะเลาะกับธันวา แต่เราเป็น 'คู่กัดสายฮา' ต่างหากล่ะ" เพลงพิณสะดุ้งเฮือก นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวินาทีที่แล้วตอนที่เธอเผลอไปสบเข้ากับดวงตานิ่งสนิทราวกับน้ำแข็งหลอมของธันวา โปรแกรมเมอร์หนุ่มสุดเนี้ยบคนนั้น คนที่แทบจะกินหัวเธอทุกครั้งที่เจอหน้ากัน แค่คิดว่าจะต้องไปนั่งยิ้มระรื่นปั้นจิ้มปั้นเจ๊ากับเขาหน้ากล้องเพื่อเรียดยอดไลก์ เธอก็รู้สึกเหมือนมีมดคันไฟไต่ยั้วเยี้ยอยู่เต็มแผ่นหลังแล้วค่ะ ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานสี่เหลี่ยมโทนสีเทาดำสไตล์มินิมอล ธันวากำลังจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น ข้อความอีเมลจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทพาร์ทเนอร์เด้งเตือนขึ้นมาบนหน้าจอ พร้อมข้อเสนอที่เขาแทบอยากจะกดปิดทิ้งทันที *“โครงการคอนเทนต์พิเศษ: รีวิวใจฉบับปรับปรุง โดย ธันวา และ เพลงพิณ”* "ไร้สาระสิ้นดี" ธันวาพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด เขารักความสงบ รักโค้ดที่สะอาดสะอ้าน และเกลียดความวุ่นวายที่สุดในสามโลก การเอาตัวเข้าไปพัวพันกับอินฟลูเอนเซอร์สาวปากแจ๋วอย่างเพลงพิณ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอาไวรัสโทรจันตัวร้ายเข้ามาฝังในระบบปฏิบัติการชีวิตของเขาเอง โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นครืด จิน เพื่อนสนิทสายปั่นส่งข้อความเข้ามาทันทีราวกับมีตาทิพย์ *[จิน]: เอาวะเพื่อน! ถือว่าทำบุญสร้างกุศลให้ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์หัวฟูอีก เห็นว่างานนี้ค่าตัวงามอยู่นะเว้ย แถมัยว์น้องเพลงพิณเขาก็น่ารักดีออก แกนี่มันใจร้ายใจดำกับผู้หญิงเกินไปละ* ธันวาแค่นเสียงหึในลำคอ ส่งสติกเกอร์หน้าแมวนิ่งสนิทกลับไปแทนคำด่าทอ ก่อนจะตัดสินใจหยิบเสื้อสูทมาสวมแล้วก้าวออกจากห้องทำงาน มุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดหมายตามคำสั่งเฉียบขาดของเอเจนซี่ในทันที บรรยากาศในสตูดิโอถ่ายทำอบอวลไปด้วยความอึดอัด ชนิดที่ว่าต่อให้เปิดแอร์เบอร์ต่ำสุดก็ยังรู้สึกร้อนรุ่ม เพลงพิณนั่งไขว่ห้างอยู่มุมหนึ่งของห้อง สวมเสื้อฮู้ดสีพาสเทลลายแมวเหมียวพยายามทำเป็นสนใจสมาร์ทโฟนในมือ แต่หางตากลับคอยเหลือบมองประตูทางเข้าอยู่ตลอดเวลา แกร็ก! เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของธันวาที่ก้าวเข้ามาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นข้อมือขาวสะอาดและนาฬิกาเรือนหรู ท่าทีนิ่งขรึมและรัศมีเย็นชาของเขาแผ่ซ่านจนคนในกองถ่ายแทบไม่กล้าหายใจแรง เพลงพิณรีบเสมองทางอื่นทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตา ส่วนธันวาก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคู่กรณีของเขาในวันนี้คือใคร มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นนิดหน่อยด้วยรอยยิ้มหยันที่มักจะใช้เวลาประชดประชัน "อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่สาวนักรีวิวป้ายยาผู้สร้างภาระให้ระบบโลกนี่เอง" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เจ็บแสบถึงทรวงใน เพลงพิณดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงควาย เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "ปากแบบนี้สินะคะ ถึงได้ไม่มีใครเอาไปรีวิวหัวใจสักที ธันวาเซนเซย์!" "ถ้าปากแบบผมมันทำให้คุณสะดุ้งได้ขนาดนี้ ก็แปลว่ามันทำงานได้ดีกว่าสมองของคุณตอนนี้ซะอีกนะครับ" ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "นี่คุณ!" เพลงพิณกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ไม่ให้กระโดดเข้าไปหยิกแขนเสื้อราคาแพงนั่นให้ขาดเป็นวิ่นๆ "เอาล่ะๆ ครับ ทั้งสองคน ใจเย็นๆ กันก่อนนะจ๊ะ!" ทีมงานสาววิ่งเข้ามาแทกลางวงด้วยใบหน้าที่เหงื่อตกพลั่ก "เนื่องจากสัญญาบีบมาแบบนี้ และเพื่อผลประโยชน์ของทั้งคู่ พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วค่ะ วันนี้เราต้องมาซ้อมบทสำหรับไลฟ์สตรีมคู่กันในเย็นนี้ โดยมีโจทย์ว่า... ทั้งคู่ต้องสวมบทบาทเป็นคู่รักไอทีที่ต้องมานั่งปรับความเข้าใจกันสดๆ หน้ากล้อง!" "ห๊ะ/อะไรนะ!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังประสานกันขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมาย เพลงพิณเบิกตากว้างจนแทบถลน ส่วนธันวานิ่งค้างไปราวกับระบบสมองเกิดอาการบลูสกรีนกะทันหัน "ใช่ค่ะ! และเพื่อให้สมบทบาท ทีมงานได้จัดเตรียม 'อุปกรณ์ซิงค์หัวใจ' เป็นสร้อยข้อมือเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ ถ้าใครคนใดคนหนึ่งใจเต้นเกิน 120 ครั้งต่อนาทีระหว่างจัดรายการ สร้อยจะส่งสัญญาณไฟสีแดงกะพริบฟ้องคนดูทันที และพวกคุณจะต้องถูกหักค่าตัวกึ่งหนึ่งโทษฐานที่อินเนอร์ปลอมค่ะ!" ทีมงานยิ้มหวานหยดให้กับการลงทัณฑ์สุดโหดหินนี้ เพลงพิณหน้าซีดเผือด เธอก้มมองสร้อยข้อมือสีเงินเรียบหรูที่ทีมงานยื่นมาให้ ใต้ความเก๋ไก๋นั้นมันคือเครื่องมือวัดความตื่นเต้นชั้นดี เธอเป็นคนใจสั่นง่ายจะตายไป ยิ่งต้องมาอยู่ใกล้ผู้ชายเย็นชาอย่างธันวา มีหวังได้เห็นไฟสีแดงกะพริบตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มพูดประโยคแรกแน่ๆ! ธันวาขมวดคิ้วมุ่น เขายื่นมือไปรับสร้อยข้อมือเส้นนั้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยสายตาวิเคราะห์เชิงเทคนิค ก่อนจะเหลือบมองเพลงพิณที่กำลังยืนกัดริมฝีปากล่างด้วยความเครียด "หึ กลัวอะไรล่ะครับ หรือว่ากลัวว่าหัวใจตัวเองจะเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้?" ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้กลิ่นน้ำหอมจางๆ สะอาดๆ ของเขาลอยเข้ามาชิดปลายจมูก เพลงพิณสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดขาตัวเอง หัวใจเจ้ากรรมเริ่มสั่นไหวรัวเร็วจนเธอรู้สึกได้ถึงแรงเต้นตุบๆ ที่อกข้างซ้าย "ใคร... ใครกลัวกันคะ! ฉันแค่วิตกกังวลกับความซวยต่างหากที่ต้องมาเข้าฉากร่วมกับคนอย่างคุณ!" เธอยืดอกเถียงกลับเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความรวนเรในแววตา "ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ ว่าคุณมั่นใจจริง..." ธันวายื่นมือหนาออกไปอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือเรียวของเธอเข้ามาก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว นิ้วเรียวเกี่ยวสร้อยข้อมือเซ็นเซอร์สวมเข้าที่ข้อมือบางอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาที่แตะโดนผิวเนื้อ ทำให้เพลงพิณช็อกค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกอย่างไร้ทิศทาง ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ แววตาสมเพชเวทนาเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความท้าทายบางอย่างที่ลึกล้ำจนอ่านไม่ออก "เตรียมตัวให้ดีล่ะเพลงพิณ เพราะอีกสิบนาทีข้างหน้า... เราจะขึ้นไลฟ์สดด้วยกันแล้ว" ปิ๊บ! เสียงสัญญาณเตือนจากแท็บเล็ตของทีมงานดังขึ้น พร้อมกับตัวเลขถอยหลังสิบนาทีที่ปรากฏหราบนหน้าจอใหญ่กลางสตูดิโอ ในจังหวะที่ธันวาผละมือออกและหันไปเตรียมเช็กบทในแท็บเล็ตของตัวเองนั้น หน้าจอเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่เชื่อมต่อกับสร้อยข้อมือของเพลงพิณบนโต๊ะทีมงาน ก็เกิดกะพริบแสงสีแดงวาบขึ้นมาหนึ่งครั้งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย... พร้อมกับตัวเลขชีพจรที่พุ่งทะยานทะลุ 130 ครั้งต่อนาทีแบบฉุดไม่อยู่! ธันวาชะงักฝีเท้า หันขวับกลับมามองหน้าเธอที่ตอนนี้กำลังยืนหน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่ด้วยความตื่นตระหนก และก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยปากพูดอะไร ประตูสตูดิโออีกด้านก็เปิดผางออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—คนที่ธันวาและเพลงพิณไม่มีวันคิดว่าจะมาโผล่ที่นี่ในเวลาวิกฤตแบบนี้! ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและกุมขมับไปกับความปากแข็งของคู่กัดคู่นี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รีวิวใจฉบับปรับปรุง: เมื่อพื้นที่ปลอดภัยของผมคือไอทีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%