"ถ้าคุณเดินชนชั้นวางแผ่นเกมอาร์เคดเครื่องนั้นอีกครั้ง ฉันจะคิดค่าเสียหายเป็นน้ำปั่นห้าแก้วติดต่อกันสามวันนะคะคุณธันวา"
เสียงใสๆ ที่ติดจะหงุดหงิดนิดหน่อยดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างของร้านเกมเก่าแก่ที่ปิดตัวลงไปตั้งแต่ยุคที่แผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ยังครองเมือง กลลิ่นอายของฝุ่นผงจางๆ และกลิ่นอับของกระดาษลังผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ชวนให้นึกถึงวันวาน ธันวาชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวสำรวจสายไฟระโยงระยางบนพื้น เขาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอตามวิสัยของโปรแกรมเมอร์ผู้รักความสมบูรณ์แบบ ก่อนจะหันกลับมามองอินฟลูเอนเซอร์สาวปากเก่งที่กำลังใช้มือข้างหนึ่งปัดฝุ่นออกจากไหล่เสื้อแจ็คเก็ตยีนตัวเก่งของเธอ
"ผมไม่ได้ตั้งใจชน ชั้นวางของร้านมันเก่าจนสนิมกินต่างหากล่ะครับ... อ่า หมายถึง มันเก่าจนแทบจะพังอยู่แล้วต่างหากล่ะคะ" ธันวาเกือบเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมา แต่เพราะสายตาดุๆ ที่หรี่มองมาอย่างรู้ทัน ทำให้เขาต้องรีบแก้คำลงท้ายในใจแทบไม่ทัน
เพลงพิณหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนภายใต้แสงไฟนีออนสลัวๆ ที่เล็ดลอดผ่านกระจกหน้าร้านที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นหนาเตอะ เธอเดินน่องเข้ามาใกล้เขา กวาดสายตามองไปรอบๆ โกดังขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นขุมทรัพย์ของคนรักไอทีในอดีต
"ก็บอกแล้วว่าโลเคชันนี้แหละ เด็ดสุด! คอนเทนต์รีวิวเจาะลึกวิวัฒนาการเกมตู้กับเบื้องหลังโปรแกรมเมอร์ยุค 90s ยอดวิวทะลุหลักแสนแน่นอนค่ะท่านโปรแกรมเมอร์" เพลงพิณเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มือเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมกดถ่ายภาพบรรยากาศเก็บไว้ แต่แล้วจังหวะที่เธอขยับตัวถอยหลังเพื่อหามุมกล้องที่ดีกว่า ส้นรองเท้าผ้าใบดันไปสะดุดเข้ากับสายเคเบิ้ลเส้นใหญ่ที่ทอดขวางอยู่บนพื้นเข้าอย่างจัง!
"ระวัง!"
ธันวาพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาล้มลงไปบนกองเบาะโซฟาเก่าที่ตั้งอยู่มุมห้อง ฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาเล็กน้อยท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ
ลมหายใจของทั้งสองคนปะทะกันในระยะประชิด เพลงพิณเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังนอนทับอยู่บนอกแกร่งของชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในสามโลก ส่วนธันวาก็เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบมองสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่นั้นอย่างลืมตัว มือข้างที่โอบเอวเธออยู่กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"นี่... จะกอดอีกนานไหมคะคุณธันวา" เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เจือความสั่นน้อยๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ
ธันวากะพริบตาปริบๆ ก่อนจะรีบปล่อยมือแล้วดันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเก้ๆ กังๆ ใบหูข้างขวาขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด แต่ปากก็ยังไม่วายหาเรื่องกลบเกลื่อนความเขิน
"ผมไม่ได้อยากกอดคุณสักหน่อย แค่ไม่อยากให้กล้องราคาแพงของคุณกระแทกพื้นต่างหากล่ะครับ... หมายถึง ถ้ากล้องพัง ใครจะมาช่วยผมถ่ายคลิปงานโปรเจกต์ล่ะคะ" ธันวาแก้ตัวเสียงแข็ง
เพลงพิณลุกขึ้นยืนตาม ปัดเศษฝุ่นตามกางเกงยีนลวกๆ เธอยิ้มมุมปากส่งสายตากวนประสาทกลับไปทันทีเพื่อกลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ "อ๋อเหรอคะ นึกว่าติดใจซะอีก... แต่ก็นะ ฝีมือการรับตัวนี่ให้ผ่านค่ะ คะแนนความสุภาพให้ศูนย์ คะแนนความปากแข็งให้เต็มล้านเลย!"
ทั้งสองคนยืนเถียงกันไปมาท่ามกลางบรรยากาศเก่าๆ ของร้านเกม แต่นับเป็นครั้งแรกที่ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ไม่ได้ถูกคั่นด้วยหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือข้อความแชตกัดจิกอีกต่อไป
ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้งเมื่อเสียงรถราด้านนอกเงียบลง เพลงพิณเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าตู้เกมตู้หนึ่งที่มีสติกเกอร์รูปตัวการ์ตูนยุคเก่าหลุดลอก เธอใช้ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่กระจกหน้าจอที่มืดสนิท สีหน้าของเธอดูลึกล้ำและอ่อนลงกว่าทุกครั้ง จนธันวาต้องเดินเข้าไปยืนเคียงข้างเงียบๆ
"คุณธันวา... เคยคิดไหมคะว่า ถ้าวันหนึ่งพวกเราต้องหยุดวิ่งตามความคาดหวังของคนอื่น แล้วหันมาทำในสิ่งที่หัวใจอยากทำจริงๆ เราจะกล้าพอไหมนะ" เพลงพิณเอ่ยถามเสียงเบา ทอดสายตาเหม่อมองเงาสสะท้อนของตัวเองบนกระจกตู้เกม
ธันวาชะงักไปครู่ใหญ่ คำถามนั้นเหมือนมีคมมีดสะกิดโดนปมในใจที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ความสมบูรณ์แบบมาตลอด เขาหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาว แววตาที่มักจะเย็นชาฉายแววไหววูบอย่างเห็นได้ชัด
"ถ้าคนคนนั้น... ยืนอยู่ข้างๆ ผม..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังใบหน้าของเพลงพิณด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้อีกต่อไป "ผมก็คิดว่า... ผมอาจจะกล้าพอก็ได้ครับ"
เพลงพิณหันขวับมามองหน้าเขา หัวใจกระตุกวูบกับน้ำเสียงจริงจังและสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าทุกครั้ง บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งลง ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง—
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธันวาแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขัดจังหวะโรแมนติกพพอดี ธันวาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ควักเครื่องขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ "จิน" เพื่อนสนิทตัวดีที่โทรเข้ามาพอเหมาะพอเจาะ
ธันวาถอนหายใจยาว กดรับสายด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ "มีอะไรวะจิน โทรมาทำลายบรรยากาศ... เอ๊ย โทรมามีธุระอะไรด่วนเหรอครับ"
ปลายสายเงียบไปสองวินาที ก่อนที่เสียงหัวเราะคิกคักแบบรู้ทันจะดังลอดออกมาจากลำโพง *'อุ๊ย โทษทีเว้ยเพื่อน กูไม่รู้ว่ามึงกำลังปฏิบัติการสารภาพรักอยู่... พอดีมีเรื่องด่วนกว่านั้นว่ะ มึงลองเปิดหน้าจอแท็บเล็ตในกระเป๋าเป้มึงดูตอนนี้เลย หน้าเว็บระบบของบริษัทกำลังโดนแฮกครั้งใหญ่ โค้ดหลักที่มึงเขียนไว้กำลังถูกลบหายไปทีละบรรทัดแล้วเพื่อน!'*
ธันวาเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีในเสี้ยววินาที รอยยิ้มละมุนเมื่อครู่หายวับไปกับตา เขารีบรูดซิปกระเป๋าเป้หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดหน้าจอด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาแทบสะดุด—หน้าจอแสดงข้อความตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับโค้ดปริศนาข้อความหนึ่งที่ถูกส่งทิ้งไว้:
*"ยินดีต้อนรับสู่เกมโอเวอร์, ธันวา... คนต่อไปคือนักรีวิวสาวข้างกายมึงสินะ?"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาลุ้นระทึกและอมยิ้มไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนะคะ!
รีวิวใจฉบับปรับปรุง: เมื่อพื้นที่ปลอดภัยของผมคือไอทีปากร้าย•ตอนที่ 6
สถานที่ลับที่ไม่มีใครรู้
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รีวิวใจฉบับปรับปรุง: เมื่อพื้นที่ปลอดภัยของผมคือไอทีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!